การจัดตั้งประชาคมอาเซียนมีความเป็นมายาวนาน โดยเริ่มต้นขึ้นจากความร่วมมือของ  5 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ ในการร่วมมือสร้างความสัมพันธ์เพื่อสร้างสันติสุขและเสถียรภาพในภูมิภาค และให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ประเทศต่างๆ ข้างต้นได้จัดประชุมผู้นำ 5 ประเทศเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 และได้ลงนามในปฏิญญาอาเซียน (ASEAN Declaration) การลงนามในครั้งนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปัจจุบัน  


          ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 เมื่อปี 2550 ที่ประเทศสิงคโปร์ ผู้นำอาเซียนได้ลงนามในกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) ซึ่งเปรียบเสมือนธรรมนูญของอาเซียนที่จะวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียน ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ภายในปี 2558 ตามที่ผู้นำอาเซียน ได้ตกลงกันไว้ โดยวัตถุประสงค์ของกฎบัตรอาเซียน คือ ทำให้อาเซียนเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเคารพกฎกติกาในการทำงาน มากขึ้น นอกจากนี้ กฎบัตรจะให้สถานะนิติบุคคลแก่อาเซียนเป็นองค์กร ระหว่างรัฐบาล (Intergovernmental Organization) ที่มีฐานะทางกฎหมาย โดยกฎบัตรอาเซียนได้มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551 ประชาคมอาเซียน


         ปัจจุบัน อาเซียนมีสมาชิก 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซียน ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์
ไทย เวียดนาม




 
 
          อาเซียนได้จัดทำแผนแม่บทของอาเซียน โดยแบ่งประชาคมอาเซียนเป็น 3 ส่วนตามบริบทของการพัฒนาความเชื่อมโยงในด้านต่างๆ โดยองค์ประกอบของประชาคมอาเซียนซึ่งถือเป็น 3 เสาหลักของการดำเนินงานไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ได้แก่
 

♦  ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political Security Community: APSC)


♦  ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community: ASCC)


♦  ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC)

 


 ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน 
 

         ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีความมุ่งหวังเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและความมั่นคงทางการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาค เสริมสร้างสันติภาพระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าด้วยกัน และระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับโลกภายนอก โดยยึดถือหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม และความปรองดองต่อกัน มีจุดประสงค์ที่จะส่งเสริมพัฒนาการด้านการเมืองด้วยหลักการของประชาธิปไตย นิติธรรม ธรรมาภิบาล ความเคารพ การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ภายใต้กฎบัตรอาเซียน และร่วมกันสร้างประชาคมโดยไม่คำนึงถึง เพศ เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา หรือพื้นเพทางสังคมและวัฒนธรรม

 


   ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน 

 
       ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์ที่จะสร้างให้ประชาคมอาเซียนเป็นสังคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และสร้างความเป็นเอกภาพในหมู่ประชาชาติอาเซียน โดยมีการเสริมสร้างอัตลักษณ์ร่วมกัน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมทางสังคมในประเด็นต่างๆ เคารพในความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมของแต่ละประเทศสมาชิก การอยู่ร่วมกัน และมีความรับผิดชอบร่วมกัน รวมถึงมุ่งเน้นที่จะกำจัดความแตกต่างทางการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิก

 


  ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 

 
      ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งและกว้างขวาง โดยผู้นำอาเซียนได้ลงนามในปฏิญญาเซบูว่าด้วยการเร่งรัดจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เพื่อสร้างตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานฝีมืออย่างเสรี และมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่เสรีมากขึ้น ดังนั้น จึงมีการจัดทำแผนงานเพื่อจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint) เพื่อให้เห็นการดำเนินงานในภาพรวมที่จะนำไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


 


    แผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Blueprint) เป็นแผนงานบูรณาการการดำเนินงานในด้านเศรษฐกิจ โดยจัดทำขึ้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ 4 ด้าน คือ

 

      1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว โดยจะมีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานมีฝีมืออย่างเสรี และการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีมากขึ้น


 
      2. การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยให้ความสำคัญกับประเด็นนโยบายที่จะช่วยส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ เช่น นโยบายการแข่งขัน การคุ้มครองผู้บริโภค สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายภาษี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (การเงิน การขนส่ง เทคโนโลยีสารสนเทศ และพลังงาน)


 
      3. การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค ให้มีการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และการเสริมสร้างขีดความสามารถผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการริเริ่มเพื่อการรวมกลุ่มของอาเซียน (Initiative for ASEAN Integration: IAI) เพื่อลดช่องว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ


 
      4. การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก เน้นการปรับประสานนโยบายทางเศรษฐกิจของอาเซียนกับประเทศภายนอกภูมิภาคเพื่อให้อาเซียนมีท่าทีร่วมกันอย่างชัดเจน เช่น การจัดทำเขตการค้าเสรีของอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งส่งเสริมการสร้างเครือข่ายในด้านการผลิต/จำหน่ายภายในภูมิภาคให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก



 


 


        ความร่วมมือด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอซีทีของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนมีการจัดตั้งและดำเนินกิจกรรมในระดับภูมิภาคอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยวัตถุประสงค์ที่จัดตั้ง คือ




•   เพื่อพัฒนา เสริมสร้างความแข็งแกร่ง และยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านไอซีที


   เพื่อลดช่องว่างการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital divide) ภายในประเทศสมาชิก และระหว่างสมาชิกอาเซียน

   เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

   เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศ (Information Infrastructure) ในภูมิภาค



 

 

ความร่วมมือดังกล่าวมีกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือในรูปแบบของการประชุมหารือในระดับต่างๆ เช่นเดียวกับสาขาความร่วมมืออื่นๆ ซึ่งประกอบด้วย




      การประชุมระดับรัฐมนตรี (Telecommunication and IT Ministers’ Meeting: TELMIN) – ประชุมปีละ 1 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านไอซีทีของสมาชิกอาเซียนได้ร่วมหารือและตกลงในประเด็นที่สำคัญ รวมทั้งกำหนดแนวทางความร่วมมือ และเป้าหมายการพัฒนาด้านไอซีทีในภูมิภาค โดยครั้งล่าสุดมีการประชุม TELMIN ครั้งที่ 14 ณ กรุงเทพฯ  ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ


   การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (Telecommunications Senior Officials Meeting: TELSOM) – ประชุมอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง  เพื่อพิจารณาและติดตามการดำเนินโครงการความร่วมมือด้านไอซีที รวมทั้งกลั่นกรองประเด็นสำคัญก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรี


   การประชุมสภาหน่วยงานกำกับดูแลด้านโทรคมนาคมอาเซียน (ASEAN Telecommunications Regulators’ Council Meeting: ATRC) – มีการประชุมปีละ 1 ครั้ง  เพื่อพิจารณาประเด็นด้านการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ได้แก่ การบริหารจัดการคลื่นความถี่ มาตรฐานอุปกรณ์โทรคมนาคม    เป็นต้น


   การประชุมระดับคณะทำงาน (ASEAN TELSOM-ATRC Joint Worksing Group Meeting)  ทำหน้าที่ในระดับปฏิบัติและดำเนินกิจกรรมและโครงการความร่วมมือด้านไอซีทีของอาเซียน และปฏิบัติตามมติที่ประชุมของ TELSOM และ ATRC


 
 
    สำหรับหน่วยงานในประเทศไทยที่รับผิดชอบความร่วมมืออาเซียนไอซีทีเป็นหลัก คือ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยมีสำนักงาน กสทช. เข้าร่วมในการประชุมด้านการกำกับดูแล หรือ ATRC


 
กิจกรรมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไอซีที ในอาเซียนที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างอาเซียนด้านไอซีที
มีการดำเนินงานหลักและที่เด่นชัด ได้แก่


 
การจัดตั้งกองทุนไอซีทีอาเซียน (ASEAN ICT Fund)

        ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเห็นชอบให้จัดตั้งกองทุนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งทุนที่สามารถดำเนินโครงการและกิจกรรมด้านไอซีทีได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็วเพื่อการพัฒนาไอซีทีในด้านต่างๆ  โดยประเทศสมาชิกจะสมทบเงินเท่ากันประเทศละ 5 แสนเหรียญสหรัฐฯ ภายในเวลา 5 ปี โดยแต่ละประเทศบริจาคสมทบปีละ 1 แสนเหรียญสหรัฐฯ เริ่มตั้งแต่ปี 2549 ถึง 2553 โดยตั้งแต่ปี 2549  เป็นต้นมา ประเทศสมาชิกอาเซียนได้จัดทำข้อเสนอโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ICT ในภูมิภาคอาเซียน โดยโครงการต่างๆ ที่เสนอจะเป็นประโยชน์กับภูมิภาคอาเซียนโดยรวมไม่ได้มุ่งผลเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง ปัจจุบัน มีโครงการ/กิจกรรมต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนนี้แล้ว มากกว่า 99 โครงการ  



การจัดตั้งศูนย์ไอซีทีอาเซียน (ASEAN ICT Centre)

       ทำหน้าที่บริหารจัดการกองทุน ASEAN ICT Fund รวมถึงโครงการและกิจกรรมต่างๆ ของอาเซียน รวมถึงเพื่อประสานงานความร่วมมือระหว่างสำนักเลขาธิการอาเซียน ประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงประเทศ คู่เจรจาของอาเซียน ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในการนำเสนอและจัดทำโครงการ พิจารณาแหล่งเงินทุนที่จะสนับสนุนการดำเนินโครงการ/กิจกรรม ซึ่งการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวเป็นลักษณะ Virtual Centre ไม่มีการจัดตั้งศูนย์ทางกายภาพ โดยศูนย์ได้เริ่มดำเนินงานเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2551 ประกอบด้วย ผู้อำนวยการ 1 คน และ รองผู้อำนวยการ 2 คน โดยเริ่มจากมาเลเซีย ที่อาสาเป็นผู้อำนวยการคนแรก มีระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 2 ปี และปัจจุบัน ผู้แทนสิงคโปร์และไทย ทำหน้าที่ผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการ ตามลำดับ



ความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจา

        นอกจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนแล้ว อาเซียนยังมีความร่วมมือด้านไอซีที กับประเทศคู่เจรจาต่างๆ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย สหรัฐอเมริกา รวมถึงสหภาพยุโรป (EU) และองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU)  โดยขอบเขตความร่วมมือจะครอบคลุมด้านต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านไอซีที, การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, ความมั่นคงปลอดภัยบนเครือข่าย, การกำกับดูแลด้านโทรคมนาคม, การปรับปรุงบริการไอซีที, การประยุกต์และการใช้ประโยชน์จากไอซีทีในการจัดการภัยพิบัติและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, ความร่วมมือด้าน Green ICT, การพัฒนาบุคลากร เป็นต้น



แผนแม่บทไอซีทีอาเซียน (ASEAN ICT Master Plan 2015)

            อาเซียนได้ริเริ่มจัดทำแผนแม่บทไอซีทีของอาเซียน (ASEAN ICT Master Plan 2015 : AIM 2015) เมื่อปี 2551 เพื่อการพัฒนาไอซีทีในระยะ 5 ปี เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านไอซีที เพิ่มศักยภาพการแข่งขันและด้านเศรษฐกิจ สนับสนุนให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่   ดึงดูดการลงทุนในด้านไอซีทีและสนับสนุนการเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) แผนแม่บทฯ มีการรับรองในการประชุมระดับรัฐมนตราอาเซียนด้านไอซีที (TELMIN) ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 มกราคม 2553 ณ ประเทศมาเลเซีย  ต่อมา ได้มีการจัดทำแผนแม่บทไอซีทีอาเซียน ฉบับที่ 2 (ASEAN ICT Masterplan 2020) เพื่อรองรับการดำเนินงานด้านไอซีทีในอาเซียน ตั้งปี 2559-2563 โดยแผนฉบับนี้ รับรองโดยที่ประชุม TELMIN ครั้งที่ 15 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2558
        
---------------------------------------------