Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
การขับเคลื่อนระบบงานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ e-Office ภายใต้ GDCC

Switch to English : Click here!


ระบบ e-Office ภายใต้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC)
          ระบบ e-Office เป็นบริการ Cloud ประเภท Software as a Service (SaaS) ภายใต้ GDCC โดยมีจุดมุ่งหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการด้านเอกสาร และระบบอื่น ๆ (เช่น ระบบบริหารการประชุม ระบบจองห้องประชุม และระบบจองรถ) ที่เกี่ยวข้องภายในองค์กร สนับสนุนการปรับเปลี่ยนสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดย ดศ. ให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนภาครัฐสู่การดำเนินงานแบบไร้กระดาษ (Paperless Government) ซึ่งหน่วยงานรัฐสามารถ ร่าง/ลงนาม/ จัดเก็บและส่งออกไฟล์เอกสาร ทั้งหมดด้วยระบบ e-Office โดยไม่จำเป็นต้องใช้กระดาษ

          ระบบ e-Office มีจุดมุ่งหมายในการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจาก GDCC เป็นแพลตฟอร์มกลางที่รัฐให้บริการเพื่อลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐประหยัดต้นทุนในการจัดหาและบำรุงรักษาทรัพยากรทางเทคโนโลยีในภาพรวมของประเทศ รวมถึงสามารถรักษาความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          หน่วยงานภาครัฐ (ส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น และสถานศึกษาของรัฐ) สามารถขอรับการสนับสนุนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC พร้อมทั้งให้ CA (Certification Authority) สำหรับผู้มีอำนาจลงนามหนังสือภายนอก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ e-Office เบื้องต้น จาก https://www.eoffice.go.th/

สถานะการดำเนินงาน
(ณ วันที่ 1 เมษายน 2568)
มีผู้ใช้งานระบบทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค (รวม อปท.) จำนวนกว่า 100,000 users และอยู่ระหว่างการเตรียมเปิดใช้งาน จำนวนกว่า 700,000 users

เป้าหมายการขับเคลื่อนการใช้งานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ของ ดศ. 



หน่วยงานที่มีความประสงค์ใช้งาน สามารถแจ้งความประสงค์ได้ผ่าน QR Code
หรือกดที่ลิงก์นี้ : คลิกที่นี่

ติดต่อเพิ่มเติม ได้ที่
1) กองงานดิจิทัลจังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โทร. 0-2141-6786
2) สำนักงานสถิติจังหวัดทั่วประเทศ หรือ โทรคมนาคมจังหวัด (NT) ทั่วประเทศ


ที่มาและความสำคัญ
          นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นแผนแม่บทหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ที่กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีความสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) และแนวคิดประเทศไทย 4.0: โมเดลขับเคลื่อนสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน คือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการใช้นวัตกรรมการปฏิรูปกระบวนการทางธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐให้มีความทันสมัยตอบสนองปัญหาความต้องการของประชาชน ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวมที่ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส 
          โดยนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มุ่งเน้นการพัฒนาระยะยาวอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งมียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 2 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างสังคมคุณภาพที่ทั่วถึงเท่าเทียมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ยุทธศาสตร์ที่ 4 ปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ยุทธศาสตร์ที่ 5 พัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และยุทธศาสตร์ที่ 6 สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

 
        ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 4 มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการของหน่วยงานรัฐทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้เกิดบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลที่ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้โดยไม่มีข้อจำกัดทางกายภาพ พื้นที่ และภาษานำไปสู่การหลอมรวมการทำงานของภาครัฐเสมือนเป็นองค์กรเดียว นอกจากนี้ รัฐบาลดิจิทัลในอนาคตจะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ การบริหารบ้านเมือง และเสนอความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของภาครัฐ โดยได้มีการกำหนดเป้าหมายให้หน่วยงานดำเนินการตามวิธีปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็นร้อยละ 100 และให้ประเทศไทยมีอันดับดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government Development Index: EGDI) อยู่ในกลุ่มประเทศที่มี Development Index: EGDI อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาสูงสุด 40 อันดับแรก ภายในปี 2570
          ประกอบกับรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร มีนโยบายพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของคนไทยและต่างชาติ ด้วยการพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง มีเสถียรภาพ มีนิติธรรม และความโปร่งใส โดยรัฐบาลจะปฏิรูประบบราชการและกองทัพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เปลี่ยนผ่านราชการไทยไปสู่ราชการทันสมัยในระบบดิจิทัล (Digital Government) ปรับขนาดให้มีความคล่องตัว เพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการใช้งบประมาณและการปฏิบัติราชการ ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งเน้นผลักดันการปฏิรูประบบราชการสู่ราชการทันสมัยในระบบดิจิทัล ดศ. จึงได้เร่งขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) เป็นหนึ่งในนโยบายที่กระทรวงฯ ให้ความสำคัญ โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงการทำงานของภาครัฐให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
           พร้อมทั้งรัฐบาลได้มีนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy) โดยมีเป้าหมายหลักในการนำเทคโนโลยีคลาวด์มาใช้ในการดำเนินงานของภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการให้บริการประชาชนอย่างมั่นคงปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมา ดศ. ได้ผลักดันการใช้งานระบบคลาวด์กลางเป็นโครงสร้างดิจิทัลพื้นฐานหลักของภาครัฐผ่านโครงการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud Service: GDCC) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการบริหารจัดการข้อมูลและบริการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างระบบนิเวศสำหรับบริการประชาชน และขับเคลื่อนงานด้วยข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเชื่อมโยงสนับสนุนการทำงานร่วมกันกับผู้ให้บริการคลาวด์กลางภาครัฐกับผู้ให้บริการคลาวด์ภาคเอกชน ตอบสนองแนวโน้มการใช้งานด้านข้อมูลและรองรับการพัฒนานวัตกรรมของประเทศในอนาคต


การดำเนินการ
          ดศ. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ทุกหน่วยงานรัฐปรับเปลี่ยนการทำงานสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ดศ. จึงได้ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายเพื่อให้การขับเคลื่อนการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีกรอบแนวทางการขับเคลื่อนภาครัฐผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลแบบไร้กระดาษ ( Paperless Government) สู่รัฐบาลดิจิทัลทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ดังนี้
          1) กลไกส่วนกลาง: ดศ. ขับเคลื่อนในระดับกระทรวงและหน่วยงานราชการส่วนกลาง โดยมีการจัดทำ MOU ขับเคลื่อนการใช้งานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC กับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานศาลปกครอง 
          2) กลไกส่วนภูมิภาค: ดศ. ได้มีการจัดกิจกรรมขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลสู่ภูมิภาค ในงาน “Digital Korat: The Future Starts now - โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจังหวัดนครราชสีมามีความพร้อมเป็นจังหวัดต้นแบบในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการภาครัฐ พร้อมทั้งได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนดิจิทัลพร้อมทั้งได้นำประเด็นการให้ความรู้มาจัดทำเป็นข้อมูลแนะนำการใช้งานและหลักการคำนวณจำนวนผู้ขอใช้งานให้สอดคล้องกับโครงสร้างการทำงานขององค์กร และขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยการประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ประสานแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้รับทราบถึงการสนับสนุนระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) บนแพลตฟอร์มภายใต้ GDCC โดยมอบหมายให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สำนักงานสถิติจังหวัด) เป็นผู้ประสานการขอใช้งานในระดับจังหวัด




แนวทางการบริหารจัดการองค์กรต้นแบบ
          กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของเราภูมิใจนำเสนอ แนวทางการบริหารจัดการองค์กรต้นแบบ ที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว และสามารถนำไปปรับใช้ได้ในหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ เราพร้อมแบ่งปัน ประสบการณ์และวิธีปฏิบัติจริง ซึ่งเกิดจากการขับเคลื่อนส่วนกลางที่ผ่านมา โดยมีหน่วยงานระดับกระทรวงเป็นแบบอย่างของความสำเร็จ
          • กระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบนโยบายการปรับเปลี่ยนระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ มีการสร้าง ส่ง ลงนาม สั่งการหนังสือราชการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมเข้ารหัส เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 เพื่อให้เกิดความสะดวก ชัดเจน ตอบโจทย์ทั้งในด้านเวลา และทรัพยากรกระดาษ โดยสามารถลดการใช้กระดาษแบบยั่งยืน เป็นจำนวน 5,100 รีม /ปี เป็นจำนวนเงิน 499,800 บาท/ปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 26,775 kgCO2 เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  



          โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้ามาเป็น ส่วนสนับสนุนหลักให้กับสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันให้เกิดผลจริง โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการใช้งานระบบ e-Office ร่วมกันระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้นโยบาย “Go Cloud First” ซึ่งใช้ระบบคลาวน์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2567 ณ กระทรวงพาณิชย์ ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 กระทรวงพาณิชย์ให้ทุกกอง/ศูนย์/กลุ่ม/สถาบัน ในส่วนกลาง สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์เล็งเห็นถึงการเชื่อมโยงการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ของทั้งกระทรวง จึงมีนโยบายในการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ของกรมต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ระบบสามารถเชื่อมต่อในการรับ-ส่งหนังสือภายในกระทรวงพาณิชย์ การขับเคลื่อนระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงพาณิชย์ มีดังต่อไปนี้

          
1. สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นแบบจำลองต้นแบบในการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่

          2. การประชุมหารือระหว่างผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับผู้อำนวยการกอง/ศูนย์/กลุ่ม/สถาบัน และเจ้าหน้าที่ผู้ใช้งาน เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2567 เพื่อชี้แจงการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ และวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เพื่อชี้แจงการใช้งานการลงนามด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่



         
3. การจัดประชุมและอบรมการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ เมื่อวันที่ 8-9 ตุลาคม 2567 โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และมีการอบรมการใช้งานตามกอง/ศูนย์/กลุ่ม/สถาบัน ในระหว่างเดือนธันวาคม 2567 - มกราคม 2568 โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติมและทบทวนการใช้งานระบบฯ
          4. การขับเคลื่อนการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่เจ้าหน้าที่ ผู้อำนวยการกอง/ศูนย์/กลุ่ม/สถาบัน เต็มรูปแบบ แต่ยังไม่รวมถึง ผู้บริหารระดับ 10 ขึ้นไป
          5. การดำเนินการจัดอบรมหน่วยงานในต่างประเทศ ของสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 4 แห่ง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 76 จังหวัด เมื่อวันที่ 8-9 ตุลาคม 2567 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์พร้อมกัน
          6. สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ทั้งในส่วนกลาง (กอง/ศูนย์/กลุ่ม/สถาบัน) ส่วนภูมิภาค (สำนักงานพาณิชย์จังหวัด 76 จังหวัด) และส่วนต่างประเทศ (สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ 4 แห่ง) ได้เริ่มใช้งานจริงเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 โดยมีจำนวนผู้ใช้งานของสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์จำนวน 2,402 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 28 มกราคม 2568) และมีหนังสือในรูปแบบดิจิทัลที่สามารถใช้งานการสร้าง ส่ง ลงนาม ผ่านระบบ คือ ประเภทหนังสือทั่วไป เช่น หนังสือแจ้งเวียน หนังสือเชิญประชุม หนังสือตอบรับ หนังสือเชิญอบรม หนังสือออกตรวจ เป็นต้น
          7. การขยายผลไปยังกรมต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ 7 หน่วยงาน (กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า) มีการแบ่งระยะความพร้อมใช้งานได้ดังนี้
               - ระยะที่ 1 จัดอบรมในช่วงเดือนมกราคม 2568 มีแผนจะเปิดใช้งานจริง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2568
               - ระยะที่ 2 จัดอบรมในช่วงเดือนเมษายน 2568 มีแผนจะเปิดใช้งานจริง ภายในเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน 2568
               - ระยะที่ 3 จัดอบรมในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 มีแผนจะเปิดใช้งานจริง ภายในเดือนสิงหาคม - กันยายน 2568
          8. รายละเอียดการขับเคลื่อนของกรมต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการดังนี้
               - สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์และสำนักงานรัฐมนตรี อบรมฯ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2567 และวันที่เปิดใช้งาน เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567

               - สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า อบรมฯ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 และวันที่เปิดใช้งาน เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2568
               - กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อบรมฯ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ขณะนี้ยังไม่กำหนดวันเปิดใช้งาน
               - กรมทรัพย์สินทางปัญญา อบรมฯ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ขณะนี้ยังไม่กำหนดวันเปิดใช้งาน
               - กรมการค้าภายใน อบรมฯ ในวันที่ 30 มกราคม 2568 มีแผนเปิดใช้งาน ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568
               - กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อยู่ระหว่างการรอข้อมูลเพื่อดำเนินการกรมการค้าต่างประเทศ อยู่ระหว่างการรอข้อมูลเพื่อดำเนินการ
               - กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อยู่ระหว่างการรอข้อมูลเพื่อดำเนินการ

          • 
จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมามีการขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานสามารถปฏิบัติงาน ด้านสารบรรณได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ได้มีการกำหนด วัตถุประสงค์ของโครงการ ดังนี้



         
1.
เพื่อขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการ ดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government)
          2. มีเป้าหมายให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดต้นแบบในการเปลี่ยนแปลงการทำงานของ ภาครัฐให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้แนวนโยบาย "Go Cloud First"
          3. เพื่อดำเนินการส่งเสริมให้หน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดหา และนำระบบ e-Office มาเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินงานของหน่วยงานของตน รวมถึงการนำเทคโนโลยี ดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการประชาชน ได้อย่างสะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการ เดินทางของประชาชนในการเข้ามาติดต่อหน่วยงานราชการการขับเคลื่อนการดำเนินงานในจังหวัด มีดังนี้

              1) มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้
                  กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ ส่วนราชการในจังหวัดนครราชสีมา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา
                  กลุ่มเป้าหมายรอง ได้แก่ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในงานด้านต่าง ๆ ของของส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดนครราชสีมา

             2) มีการกำหนดขั้นตอนและกิจกรรมการดำเนินงาน ดังนี้
                 
2.1) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้สั่งการให้สำนักงาน สถิติจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการเชิงรุกลงพื้นที่สำรวจการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของ อปท. เพื่อ ตรวจสอบว่า อปท.ในพื้นที่จังหวัดมีการใช้งานระบบฯ ว่ามีการใช้งานครบ 3 ลักษณะ (สร้าง เซ็นต์ ส่ง) ในแบบ สำรวจ จำนวน 344 แห่ง และให้ทราบข้อมูลการใช้งานฯ รวมถึงปัญหา อุปสรรค และข้อสนอ เพื่อใช้เป็น ฐานข้อมูลประกอบการจัดทำแผนขับเคลื่อนการใช้ระบบ e-Office ของจังหวัด โดยมีผลการดำเนินการจากการสำรวจมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา พบว่ามี การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 4 แห่ง (จาก 334 แห่ง)



                 
2.
2) สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับส่วน ราชการระดับจังหวัด จำนวน 231 แห่ง และที่ทำการปกครองอำเภอ จำนวน 32 อำเภอ โดยนำเรื่องเข้า ประชาสัมพันธ์ในที่ประชุมกรมการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการพร้อมเชิญชวน ให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ e-Office และสร้างการรับรู้ก่อนทำ MOU
                 2.3) สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนำเรื่องเข้าประชาสัมพันธ์ในที่ประชุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหวัดนครราชสีมา จำนวน 334 แห่ง ให้กับผู้นำองค์กรฯ เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการพร้อมเชิญชวนให้ทุกภาคส่วน เข้ามาร่วมใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ e-Office
                 2.4) สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดทำแผนการขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ของจังหวัดนครราชสีมาเพื่อใช้เป็นกรอบในการขับเคลื่อนระยะการดำเนินการสร้างการรับรู้ภายหลังจากที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมกับจังหวัดนครราชสีมาได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อบูรณาการและเชื่อมโยงกระบวนงานภายในของหน่วยงานต่างๆ บนแพลตฟอร์ม e-Office ของ GDCC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการบริหารจัดการข้อมูล รวมถึงบูรณาการการทำงานภายในของหน่วยงาน
                 2.5) สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการเชิงรุกสำรวจความพร้อมและความต้องการ การใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ e-Office ของส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบว่า อปท.ในพื้นที่จังหวัดมีการใช้งานระบบฯ ว่ามีการใช้งานครบ 3 ลักษณะ (สร้าง เซ็นต์ ส่ง) โดยมีหน่วยงานตอบแบบสำรวจผ่าน Google Forrom ส่วนราชการ จำนวน 52 หน่วยงาน (231 แห่ง) และ อปท. 291 แห่ง (334 แห่ง)



                 
2.6) สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการเชิงรุก จัดทำประกาศเจตนารมย์ให้ผู้ว่า ราชการจังหวัดนครราชสีมาลงนาม และแจ้งเวียนให้ทุกภาคส่วน ภาครัฐ ภาคเอกชน อปท. ได้รับทราบถึง แนวทางขับเคลื่อนการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ e-Office ของจังหวัดนครราชสีมาและร่วมกัน เคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม
                 2.7) การดำเนินการจัดการอบรมการใช้งานระบบฯ ร่วมกับ บมจ.โทรคมนาคม ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการทางเทคนิคเพื่อให้หน่วยงานที่ขอใช้งานสามารถเปิดใช้งานระบบได้ตามความต้องการ แต่เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดขนาดใหญ่มีหน่วยงานจำนวนมาก การดำเนินการจึงได้มีการแบ่งสัดส่วนของหน่วยงาน ที่เข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย
                       - ส่วนราชการ และที่ทำการปกครองอำเภอ จำนวน 52 แห่ง
                       - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ทั้งสิ้น 334) จำนวน 291 แห่ง ( รอบที่ 1 จำนวน 100 แห่ง รอบที่ 2 จำนวน 100 แห่ง และรอบที่ 3 จำนวน 91 แห่ง )
                 2.8) ขั้นตอนการดำเนินการ
                        2.8.1) การลงทะเบียนผู้ดูแลระบบ (admin) ของส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น โดยแบ่งเป็นรอบ ตามที่ได้มีการแบ่งสัดส่วนไว้
                        2.8.2) จัดอบรมผู้ใช้งานระบบ ได้แก่ ผู้ดูแลระบบ (admin) ของส่วนราชการ และผู้ใช้งาน ระบบ (User) ทุกคน ดังนี้
                                  - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.รอบที่ 1) จำนวน 71 แห่ง จัด อบรมเมื่อวันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2567 เริ่มใช้งานระบบจริง เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567
                                  - ส่วนราชการ และที่ทำการปกครองอำเภอ จำนวน 49 แห่ งจัด อบรมเมื่อวันที่ 19-20 ธันวาคม 2567 เริ่มใช้งานระบบจริง ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567
                                  - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.รอบที่ 2 และ รอบ 3) จำนวน 220 แห่ง จัดอบรมเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เริ่มใช้งานระบบจริง ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567
                 2.9) พื้นที่ดำเนินการ ได้แก่ หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา 32 อำเภอ
                 2.10) ผลที่คาดว่าจะได้รับ ได้แก่ หน่วยงานในสังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา สามารถนำใช้ระบบ สารสนเทศสำหรับสนับสนุนภารกิจงานด้านต่าง ๆ ของหน่วยงานทำให้เกิดประสิทธิในการปฏิบัติงานราชการ
                 2.11) ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานของจังหวัดนครราชสีมา สรุปได้ดังนี้
                          2.11.1) ในระยะเริ่มดำเนินการหน่วยงานกลุ่มเป้าหมายยังขาดความรู้ ความเข้าใจ

                          2.11.2) ผู้บริหารของหน่วยงาน (อปท.) มีความสนใจต้องการใช้งานระบบ แต่ผู้ปฏิบัติงานระดับล่าง เห็นเป็นเรื่องยุ่งยากเป็นภาระ ทำให้งานเพิ่ม ไม่ให้ความใส่ใจ ไม่ให้ความร่วมมือ
                          2.11.3) ผู้บริหารของหน่วยงาน อปท. (สายราชการ) มีความสนใจต้องการใช้งานระบบ แต่ผู้บริหาร สายการเมือง ไม่พร้อมใช้ เห็นเป็นเรื่องยุ่งยาก ใช้งานไม่เป็น จึงไม่ให้ความสนใจ

                          2.11.4) การสื่อสารเรื่องแผนปฏิบัติการ (ฝึกอบรม) มีการปรับเปลี่ยนไม่เป็นไปตามกรอบหรือแผนของ พื้นที่จังหวัด เนื่องจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการคุยให้ครบทั้งฝ่าย (สถิติจังหวัด NT และบริษัท) ทำให้การขับเคลื่อน แผนงาน หรือกระบวนหยุดชะงัก หรือเร่งรีบเกินไปทำให้พื้นที่ประสานงานไม่ทัน
                          2.11.5) การนำข้อมูลรายละเอียดหน่วยงาน ใช้เวลามาก ผู้ปฏิบัติงานระดับล่างเห็นเป็นเรื่องยุ่งยาก เป็นภาระ ทำให้งานเพิ่ม ไม่ให้ความใส่ใจ ไม่ให้ความร่วมมือ
                 2.12) แนวทางการแก้ไขปัญหาของจังหวัดนครราชสีมา
                          2.12.1) สำนักงานสถิติจังหวัดนครราชสีมา เร่งประสานติดตามดำเนินการทุกรูปแบบ เช่น เสนอหนังสือให้ผู้บริหารลงนามเพื่อติดตาม และให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ ประจำอำเภอ หรือรับผิดชอบตำบลนั้นประสานงาน กับผู้รับผิดชอบดูแลระบบของหน่วยงานเร่งบันทึกข้อมูล รวมถึงการโทรประสาน ติดตามกับผู้บริหารของหน่วยงานเพื่อทราบ และสั่งการเจ้าหน้าที่ให้ ดำเนินการ

                          2.12.2) สำนักงานสถิติจังหวัดให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบประสานชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ และแจ้งประโยชน์ ข้อดี ข้อเสีย และโอกาสที่หน่วยงานจะได้รับกับผู้ที่ยังไม่เข้าใจ
                          2.12.3) ดำเนินการสื่อสารและปรับกรอบการทำงานให้เป็นไปตามที่จังหวัดหรือพื้นที่สามารถ บริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                 2.13) แผนการดำเนินการในระยะต่อไป สถิติจังหวัดนครราชสีมา จะได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นผ่านแบบสอบถามเพื่อประเมินผลและสำรวจความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและผู้ที่เริ่มเข้าใช้งานระบบฯ โดยจะได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์ ปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานและสรุปเสนอให้ส่วนกลางรับทราบ เพื่อจะได้นำมาสรุปผลการขับเคลื่อนในภาพรวมของประเทศต่อไป


ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ดังนี้
          ข้อมูล ณ วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568


















icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.