เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายคุกกี้ และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของท่านได้ โดยคลิกที่ปุ่มตั้งค่า  
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว

คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)

เปิดใช้งานตลอด
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการ ใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการใน สาระสำคัญของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วย ให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม MDES ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • ...
  • ...
  • ...
Health Link ระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของไทย


Health Link ระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของไทย


­­

คุณเคยไหม ที่เมื่อเข้าโรงพยาบาลแห่งใหม่แล้วต้องใช้ข้อมูลประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลเก่า ที่เมื่อพบแพทย์แล้วต้องตอบคำถามว่าตอนนี้ใช้ยาอะไรอยู่บ้างแต่เราจำไม่ได้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าในเมื่อโรงพยาบาลหลายแห่งก็เก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ทำไมเราต้องเดินไปขอประวัติของตนเอง แล้วต้องให้โรงพยาบาลเขียนข้อมูลลงบนแผ่นซีดีเพื่อนำไปส่งที่อื่น ทำไมถึงไม่ส่งข้อมูลกันผ่านอินเทอร์เน็ต เราจะได้สะดวกสบายมากขึ้น และแพทย์จะได้มีข้อมูลเพื่อช่วยในการวินิจฉัยให้เราได้ดีขึ้น? Health Link จึงได้เกิดขึ้นมาเพื่อตอบปัญหานี้

Health Link คืออะไร?

Health Link เป็นระบบสำหรับเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ เพื่อให้แพทย์สามารถเข้าดูข้อมูลสุขภาพของคนไข้จากโรงพยาบาลอื่นได้ โดยคนไข้จะสามารถกำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้ จึงไม่ได้แปลว่าแพทย์ทุกคนจะเข้ามาดูข้อมูลสุขภาพของเราเมื่อไหร่ก็ได้ นอกจากนี้ Health Link จะช่วยแพทย์ในห้องฉุกเฉิน โดยจะให้สิทธิแพทย์ในห้องฉุกเฉินสืบค้นข้อมูลคนไข้ที่หมดสติ ซึ่งข้อมูลที่ได้มานั้นอาจจะช่วยรักษาชีวิตของคนไข้ในห้องฉุกเฉินได้

จุดเริ่มต้นของ Health Link

ระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ เป็นแนวคิดที่มีมานานแล้ว และมีการนำไปใช้จริงแล้วในต่างประเทศ ซึ่งถูกเรียกรวม ๆว่า Health Information Exchange (HIE) โดยมักจะพบในกลุ่มหรือเครือโรงพยาบาล ที่ใช้ระบบสารสนเทศ (Hospital Information System หรือ HIS) แบบเดียวกัน การที่จะเกิดระบบ HIE ในระดับประเทศนั้นยากกว่าการทำ HIE เฉพาะกลุ่มมากนัก เนื่องจากโรงพยาบาลแต่ละแห่งใช้ระบบ HIS ต่างกัน และยังใช้มาตรฐานข้อมูลที่ต่างกันด้วย ดังนั้นการทำ HIE ในระดับประเทศจึงจำเป็นต้องมีการตกลงมาตรฐานที่ทุกคนยอมรับ และต้องลงมือแปลงข้อมูลของตนเองให้เข้ากับมาตรฐานก่อนที่จะส่งข้อมูลเข้ามา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมีการลงทุนและต้องการการผลักดันจากหลายฝ่ายเพื่อให้เกิดขึ้นได้

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ผลักดันให้เกิดระบบ HIE ในระดับประเทศ โดยการสร้างระบบ Health Link ขึ้นมา และได้กำหนดมาตรฐานกลางร่วมกับโรงพยาบาลในภาคี และมีการสนับสนุนโรงพยาบาลในด้านเครื่องมือและกระบวนการที่จะทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกิดขึ้นได้ตามมาตรฐานดังกล่าว

ประโยชน์ของ Health Link

การที่แพทย์สามารถดูข้อมูลประวัติการรักษาจากต่างโรงพยาบาลได้ จะเกิดประโยชน์กับทั้งคนไข้ และกับแพทย์เองด้วย

  • ประโยชน์สำหรับคนไข้: คนไข้จะได้รับความสะดวกสบาย ไม่ต้องไปขอข้อมูลจากโรงพยาบาลเอง ประหยัดเวลาของคนไข้ได้เป็นอย่างมาก โดยที่ยังสามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ และอาจสามารถช่วยชีวิตของคนไข้ในกรณีฉุกเฉินและถูกนำส่งโรงพยาบาลที่ยังไม่เคยมีประวัติของคนไข้อีกด้วย
  • ประโยชน์สำหรับแพทย์: แพทย์สามารถประหยัดเวลาในการวินิจฉัยคนไข้ ในขณะเดียวกันแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลคนไข้ที่ครบถ้วนขึ้น ทำให้สามารถตัดสินใจหรือวินิจฉัยอาการได้รวดเร็วและถูกต้องแม่นยำขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและช่วยชีวิตคนไข้ได้

เข้าถึงบริการ Health Link ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน

Health Link เปิดให้บริการกับคนไทยทุกคนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง บนมือถือ คนไข้ที่ใช้ Health Link จะสามารถกำหนดได้ว่าจะอนุญาตให้โรงพยาบาลใดส่งข้อมูลตนเองเข้าสู่ระบบได้บ้าง หากคุณมีข้อมูลจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ไม่อยากเปิดเผย ก็สามารถกำหนดให้โรงพยาบาลนั้นไม่ส่งข้อมูลได้ โดยที่ยังได้ใช้ประโยชน์การเชื่อมโยงข้อมูลจากโรงพยาบาลที่เหลือ ในบางโรงพยาบาลที่กำหนดให้ใช้การขอความยินยอมแบบรายครั้ง เมื่อแพทย์ขอดูข้อมูลจากโรงพยาบาลเหล่านี้ จะมีการแจ้งเตือนมาที่ Health Link ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อให้คนไข้กดยินยอม (หรือปฏิเสธ) ให้แพทย์ดูข้อมูลในส่วนนั้นได้

นอกจากนี้ คนไข้สามารถยกเลิกการอนุญาตให้บางโรงพยาบาลส่งข้อมูล หรือถอนความยินยอมและออกจากโครงการ Health Link ได้ทุกเมื่อ

มาตรฐานข้อมูลระดับสากล

ระบบ Health Link ได้ใช้มาตรฐาน Fast Healthcare Interoperability Resources (FHIR) จากองค์กร Health Level Seven (HL7) ซึ่งเป็นมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพที่มีผู้ใช้งานทั่วโลก ได้รับการอัปเดตอยู่อย่างสม่ำเสมอ และมีหน่วยงานรัฐบาลหลายประเทศนำไปใช้ เช่น Centers for Medicare & Medicaid Services (CMS) ของสหรัฐอเมริกา


สำหรับผู้พัฒนา
FHIR นั้นง่ายต่อการนำไปใช้งานมาก เนื่องจาก FHIR ใช้ HTTP-based RESTful protocol ซึ่งนักพัฒนาเว็บไซต์ก็เข้าใจกันดีว่าเป็นมาตรฐานการพัฒนาเว็บไซต์ที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน ใช้ได้กับอุปกรณ์หลากหลายชนิด และมีตัวเลือกของการแสดงข้อมูลหลายชนิด ได้แก่ JSON, XML, และ RDF ง่ายต่อการนำไปใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันที่ผู้พัฒนาอื่น ๆ พัฒนาขึ้นมาเสริม

ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน Health Link ปกป้องข้อมูลของคุณอย่างไรบ้าง?

  • Access control: ผู้ที่เข้าถึงข้อมูลได้อย่างถูกต้อง จะต้องเป็นแพทย์ที่อยู่ภายใต้โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ Health Link และเป็นแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา เท่านั้น และจะมีการเฝ้าระวัง หากมีการขอข้อมูลที่ผิดปกติ Health Link จะระงับบัญชีของแพทย์โดยอัตโนมัติ จากนั้นทางผู้ดูแลระบบ จะสามารถตรวจสอบประวัติการเข้าถึงข้อมูลของแพทย์ได้
  • ISO standard cloud security: ระบบ Health Link ตั้งอยู่บนคลาวด์ของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับมาตรฐานสากล ISO 27001 และจะมีการตรวจสอบ (audit) จากหน่วยงานภายนอกในด้านความปลอดภัยของระบบ
  • De-identified data storage: เราแบ่งข้อมูลที่เก็บไว้เป็น 2 ส่วนแยกออกจากกัน ส่วนแรกจะเป็นข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน อีกส่วนหนึ่งจะเป็นข้อมูลสุขภาพ และจะนำข้อมูลทั้งสองส่วนมาประกอบกันที่ปลายทางเมื่อแพทย์ขอดูข้อมูลผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องเท่านั้น จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครแอบดูข้อมูลของคุณระหว่างทาง


สถานะของ
Health Link ในปัจจุบัน

ขณะนี้ระบบ Health Link เปิดให้บริการแล้ว มีโรงพยาบาลเข้าร่วมกว่า 100 โรงพยาบาล และโรงพยาบาลอื่น ๆ ที่กำลังพัฒนาระบบอยู่ จะทยอยเปิดให้ใช้บริการระบบ Health Link ตามกันมา โดยมีเป้าหมายเพิ่มอีก 100 โรงพยาบาลภายในสิ้นปี 2022 นี้ ขอให้ทุกคนอดใจรอฟังข่าวดีกันได้ต่อได้เลย และหากโรงพยาบาลที่ท่านรักษาอยู่ยังไม่ได้เข้าร่วม Health Link ก็ยังไม่ต้องผิดหวัง เพราะโครงการ Health Link จะยังคงมุ่งหน้าเชิญชวนให้โรงพยาบาลเข้าร่วมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปีต่อ ๆ ไป จนเกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพได้ทั้งประเทศในที่สุด

What’s Next?

ปัจจุบันแพทย์จะเห็นข้อมูลเรียงตามวันที่นำเข้าข้อมูล และสามารถเลือกแสดงตามประเภทข้อมูล หรือเลือกแสดงข้อมูลเฉพาะบางโรงพยาบาลได้ ทางผู้ออกแบบระบบได้ให้ความสำคัญกับเวลาของแพทย์เป็นอย่างมาก และต้องการที่จะสร้างระบบที่ทำให้แพทย์สามารถเห็นข้อมูลที่สำคัญ จำเป็นสำหรับการรักษา ในเวลาที่สั้นที่สุด จึงมีแผนที่จะพัฒนาหน้าจอแสดงผลให้ดีขึ้น ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการนำ AI มาช่วยในการเลือกข้อมูลที่จะนำไปแสดงผลในหน้าแรกที่แพทย์เห็น

เนื่องจากข้อมูลสุขภาพที่แลกเปลี่ยนในโครงการ Health Link ยังเป็นข้อมูลสำหรับแพทย์ ซึ่งอาจจะต้องผ่านกระบวนการแปลความหมายก่อนที่คนไข้ทั่วไปจะเข้าใจได้ถูกต้อง Health Link จึงยังไม่พร้อมที่จะแสดงข้อมูลสุขภาพให้คนไข้เข้าถึงได้เอง แต่ในอนาคต Health Link อาจขยายผลไปสู่การเผยแพร่ข้อมูลสุขภาพสำหรับให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ เพื่อที่จะให้ข้อมูลสุขภาพของประชาชนเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

 
***************************

 



icon-phone 02-141-6747 (ในวันและเวลาราชการ)
icon-email   Contact email.
icon-email   Contact email.
icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

120 หมู่ 3 ชั้น 6-9 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

ติดตามข่าวสาร


facebook
instagram
twitter
youtube
rss