นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และโฆษกกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า ตามที่มีสื่อโซเชียลมีเดียบางสำนัก ให้ข้อมูลข่าวการโพสต์ข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่น ของนางกรุณา ชิดชอบ ว่าไม่ผิดกฎหมาย PDPA ด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงนั้น นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มีความกังวลต่อประเด็นนี้ เนื่องจากต้องการให้การดำเนินการเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เป็นไปตามกระบวนการอย่างถูกต้องที่สุด ไม่ว่าบุคคลที่กระทำความผิดจะเป็นบุคคลใดก็ตาม โดยให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการ
ทั้งนี้ พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ได้ให้ข้อมูลชี้แจงต่อกรณีที่เกิดขึ้นดังนี้
1.กรณีการกระทำของผู้โพสต์
เนื่องจากผู้โพสต์ได้โพสต์ข้อมูลส่วนตัวของคู่กรณีในเชิงประชดประชัด โดยไม่ได้เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอเพื่อกิจการใดกิจการหนึ่ง จึงเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ส่วนตน ซึ่งไม่อยู่ภายใต้กฎหมายบังคับ PDPA ตามมาตรา 4(1) แต่อย่างไรก็ตาม หากการโพสต์ดังกล่าวทำให้ผู้อื่นเสียหาย อาจเข้าข่ายการหมิ่นประมาท หรือมีความผิดตามกฎหมายอื่นได้
2. กรณีข้อมูลที่ถูกนำมาโพสต์เป็นข้อมูลที่รั่วไหลจากการควบคุมดูแลของ ตร.
ในส่วนนี้ต้องบังคับตามกฎหมาย PDPA โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ตรวจสอบและต้องแจ้งเหตุการละเมิดมายัง สคส. ภายใน 72 ชม. ซึ่งขณะนี้ ตร. ได้ตรวจสอบและแจ้งเหตุการละเมิดมายัง สคส. แล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงโดย สคส. ซึ่งหากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ไม่จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมเพียงพอ ก็จะต้องรวบรวมข้อเท็จจริงและรายงานต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาทางปกครองต่อไป
ขณะเดียวกัน ในระหว่างนี้หากคู่กรณีเห็นว่าตนได้รับเสียหายเพราะการกระทำดังกล่าวสามารถใช้สิทธิ์ร้องเรียนมายัง สคส.เพื่อส่งเรื่องให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาทางปกครองได้ โดย สคส. พร้อมจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการละเว้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างแน่นอน
“นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยสั่งการให้ สคส.เร่งรัดตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด และดำเนินการทุกอย่างตามกระบวนการ ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริงให้ดำเนินการตามกฎหมายได้ทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น” นางสาวสุชาดา กล่าว