ในปัจจุบัน การหลอกลวงในโลกออนไลน์มีเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลายคนสูญเสียเงิน บางรายสูญเสียคนที่รัก และบางกรณีส่งผลกระทบรุนแรงถึงชีวิต ภัยออนไลน์สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครหรืออยู่ในอาชีพใด ดังนั้นศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ AOC 1441 ตระหนักดีว่า “การรู้เท่าทันและมีสติ” ถือเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุด เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในยุคที่ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว
เกราะป้องกันใจในโลกออนไลน์ เมื่อการหลอกลวงไม่ได้เริ่มจากเงิน แต่เริ่มจากความรู้สึก
ในยุคที่ทุกคนสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ง่าย ตลอดเวลา การหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ไม่ได้อาศัยเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเสมอไป แต่มักอาศัยสิ่งที่เปราะบางที่สุดของมนุษย์ คือความรู้สึก มิจฉาชีพจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นด้วยการขอเงิน แต่เริ่มจากการสร้างบทสนทนา ค่อยๆ ทำให้ผู้ถูกหลอก รู้สึกได้รับการปฏิบัติที่ดี รู้สึกถูกเลือก ซึ่งเมื่อประตูใจถูกเปิดออก ประตูอื่น ๆ ก็เปิดตามมาอย่างเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของหายนะ
จากข้อมูลของ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 – 9 มกราคม 2568 พบว่า ช่องทางการหลอกลวงที่พบมากที่สุด คือ ช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่
1 Facebook จำนวน 195,120 เคส มีมูลค่าความเสียหาย 4,546 ล้านบาท
2 Call Center จำนวน 61,111 เคส มีมูลค่าความเสียหาย 4,345 ล้านบาท
3 เว็บไซต์ จำนวน 20,620 เคส มีมูลค่าความเสียหาย 3,224 ล้านบาท
4 TikTok จำนวน 10,674 เคส มีมูลค่าความเสียหาย 711 ล้านบาท
5 ช่องทางอื่น ๆ จำนวน 54,405 เคส มีมูลค่าความเสียหาย 4,757 ล้านบาท
การหลอกลวงออนไลน์ มักมาพร้อมเทคนิคที่เข้าถึงใจคนได้ง่าย
สิ่งที่ทำให้การหลอกลวงยุคนี้อันตราย ไม่ใช่แค่รูปแบบที่หลากหลาย แต่คือการเข้าใจจิตวิทยามนุษย์อย่างลึกซึ้ง และมักใช้ความรัก ความเข้าใจ ความห่วงใย ความกลัว เป็นกลไกที่นำมาใช้ในการชักจูงเหยื่อให้เชื่อและคล้อยตาม
จุดร่วมของผู้เสียหายส่วนมาก มักถูกล่อลวงด้วยโอกาส
เหยื่อของการหลอกลวงส่วนใหญ่ ไม่ได้ขาดความรู้หรือความสามารถ แต่เป็นคนที่กำลังถูกล่อด้วย “โอกาส” หลายคนตกเป็นผู้เสียหาย เพราะกำลังอยู่ในช่วงชีวิตที่เปราะบาง บางคนประสบปัญหาทางการเงิน
บางคนรู้สึกโดดเดี่ยว บางคนกำลังหางานหรือมองหาโอกาสใหม่ ๆ และบางคนเพียงต้องการใครสักคนที่รับฟัง มิจฉาชีพไม่เลือกเหยื่อจากความสามารถของคน แต่เลือกจากช่วงเวลาและสถานการณ์ในชีวิต และเพียงเท่านี้ก็อาจทำให้ใครบางคนหลงเชื่อได้โดยไม่รู้ตัว
เกราะป้องกันชั้นที่ 1 : ควรระวังความเร่งด่วน
ทุกข้อความที่มาพร้อมคำว่า ต้องทำตอนนี้, โอกาสสุดท้าย, เดี๋ยวไม่ทัน, ควรถูกตั้งคำถามก่อนเสมอ เพราะโอกาสที่แท้จริง จะไม่ต้องบังคับให้ตัดสินใจในทันที และไม่ทำให้เรากลัวว่าจะพลาด ตั้งสติ ทบทวนมันอีกครั้ง ช้าแต่ชัวร์ โดยจากสถิติประเภทของการหลอกลวง จึงพบว่า มีเคสที่ผู้เสียหายถูกหลอกลวงจากการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นกระบวนการมากที่สุดถึง 280,654 เคส
รองลงมาคือ การหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ จำนวน 82,310 เคส และหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ จำนวน 78,002 เคส
เกราะป้องกันชั้นที่ 2 : แยกความรู้สึกออกจากความจริง
บทสนทนาที่อบอุ่น ความสม่ำเสมอ การเอาใจใส่เป็นอย่างดี ทั้งหมดนี้สร้างได้ด้วยความรู้สึกดี การได้รับการปฏิบัติอย่างดี ไม่ใช่หลักฐานของความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือบนหน้าจอ ไม่เท่ากับความจริงในชีวิต ซึ่งต้องใช้หลายองค์ประกอบในการมอง สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ เพราะสติคือเกราะที่จะช่วยไม่ให้เราหลงเชื่อ
เกราะป้องกันชั้นที่ 3 : หยุดตัดสินใจ เมื่อต้องพึ่งการใช้อารมณ์สูง
เงิน งาน และความรัก คือ 3 เรื่องที่ไม่ควรตัดสินใจในวันที่เรากลัวมากหรือหวังมาก ช่วงที่อารมณ์พุ่ง คือช่วงที่เหตุผลอ่อนแรงที่สุด และเป็นช่วงที่การหลอกลวงได้ผลดีที่สุด
เกราะป้องกันชั้นที่ 4 : อย่าตัดสินใจลำพัง ลองถาม ลองพูดกับคนที่ไว้ใจ
มิจฉาชีพมักพยายามจำกัดวงสนทนา ให้เหลือแค่เรากับเขา ให้มีคนรู้ในวงน้อยที่สุด เพราะทันทีที่มีคนนอกเข้ามา กลไกจะเริ่มพัง เรื่องสำคัญทุกเรื่อง ควรเล่าให้คนที่อยู่นอกอารมณ์เดียวกับเราฟัง เพียงหนึ่งคน อาจช่วยหยุดความเสียหายได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ AOC 1441 พบว่า ช่วงอายุ 20-49 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยทำงาน เป็นช่วงอายุที่เกิดเคสการหลอกลวงมากที่สุด เป็นจำนวน 405,929 เคส (35.68 %) มีมูลค่าความเสียหายกว่า 23,403 ล้านบาท โดยเป็นประเภทการหลอกลวงคดีซื้อขายสินค้า/บริการ ไม่เป็นขบวนการ มากที่สุด รองลงมาคือ การหลอกลวงโอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ และพบว่าเพศหญิงถูกหลอกลวงมากกว่าเพศชาย ที่สัดส่วน 63.90 % : 36.10 %
เกราะป้องกันชั้นสุดท้าย: เชื่อสัญญาณเตือนภายในของตัวเอง
ในหลายเคส คนที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์มักบอกว่า ตอนนั้นรู้สึกแปลกๆ แต่ไม่กล้าถาม เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวบ้าง เป็นเรื่องที่ไม่ควรถามบ้าง เพราะคนวงนอกมักมองเห็นอะไรที่ผิดปกติก่อนคนที่อยู่ในวงจรขณะนั้น บางครั้งความรู้สึกไม่สบายใจ ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานรองรับเสมอ สัญชาตญาณไม่ได้มีไว้พิสูจน์ แต่มันมีไว้เพื่อปกป้อง เมื่อใดที่เรารู้สึกสังหรณ์ ลังเล ให้ตั้งสมมุติฐานก่อนว่า มันจะมีอะไรที่ได้มาอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องพยายามจริงๆหรือ
ท้ายที่สุดแล้ว ช่วงเวลาที่มนุษย์อ่อนแอ เหงา รีบร้อน หรือกำลังต้องการใครสักคน มักเผชิญกับการหลอกลวงได้ง่าย ดังนั้นการหลอกลวงจึงไม่ได้เริ่มจากกลโกง แต่เริ่มจากอารมณ์ที่ยังไม่ได้รับการดูแล การป้องกันตัวเองในโลกออนไลน์ จึงไม่ใช่การปิดใจหรือระแวงทุกคนที่เข้ามา แต่คือการหยุดให้ช้าลง ฟังสัญญาณเตือนภายใน และกล้าถามตัวเองว่า “ตอนนี้ เรากำลังเชื่อเพราะข้อมูล หรือเชื่อเพราะอยากให้มันเป็นจริง”
เหนือสิ่งอื่นใด การพยายามทำความเข้าใจ และไม่ซ้ำเติมผู้เสียหาย อาจเป็นทางหนึ่งให้เราเท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพมากยิ่งขึ้น เพราะการปกปิดด้วยความเขินอาย ไม่ช่วยให้ใครปลอดภัย แต่การสร้างพื้นที่ที่คนกล้าพูด กล้าเตือน จะช่วยลดความเสียหายได้จริง การหลอกลวงออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องน่าอายของเหยื่อ แต่คืออาชญากรรมที่ต้องถูกมองอย่างจริงจัง เกราะป้องกันที่ดีที่สุด ไม่ใช่ความระแวงโลก แต่คือการรู้จักตัวเอง รู้ทันอารมณ์ และให้ค่ากับความปลอดภัยของใจ มากกว่าความหวังที่มาเร็วเกินไป ก่อนจะเชื่อใคร ขอให้เชื่อสติของตัวเองก่อนเสมอ
หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441
-------------------------------------------------------------