Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ดีอี ยกเคสเตือนภัย รู้ไว้ ป้องกันได้ ก่อนจะสูญเงินล้าน

ดีอี ยกเคสเตือนภัย รู้ไว้ ป้องกันได้ ก่อนจะสูญเงินล้าน

จากข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ AOC 1441 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 23 มกราคม 2569 พบมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงพุ่งสูงถึง 50,996 ล้านบาท โดยคนช่วงอายุตั้งแต่ 20-49 ปี ประสบปัญหาการถูกหลอกลวงกว่า 415,829 เคส เป็นเงินกว่า 25,176 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นช่วงอายุที่พบการถูกหลอกลวงจากสแกมเมอร์สูงมากที่สุด จากคดีหลอกซื้อขายสินค้า, หลอกโอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ, หลอกโอนเงินเพื่อรับรางวัล เป็นต้น
 
จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะวัยไหน เพศไหน ก็ไม่สามารถหนีพ้นจากการหลอกลวงของเหล่าอาชญากรออนไลน์ได้เลย วันนี้ AOC 1441 อยากจะนำเสนอเคสตัวอย่างของการหลอก รวมไปถึงกลวิธีหลอกลวงที่สแกมเมอร์เลือกใช้ พร้อมทั้งแนะทางหนีทีไล่ เพื่อช่วยเตือนสติให้กับคนที่อาจจะยังไม่เห็นถึงภัยใกล้ตัว ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ AOC 1441 พบว่าเคสตัวอย่างในหลายครั้ง จะมีรูปแบบการหลอกลวงดังนี้ 
 
• หลอกให้กู้เงิน
มิจฉาชีพอ้างเป็นธนาคารหรือผู้ให้กู้ ติดต่อผ่านโทรศัพท์หรือโฆษณาโซเชียล ชวนกู้วงเงินสูง อนุมัติเร็ว หลอกให้โอนค่าธรรมเนียมก่อน แล้วบล็อกหนีติดต่อไม่ได้ บางกรณีนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหายไปทำเรื่องกู้ผ่านหลายๆแอปฯ ทำให้เป็นหนี้โดยไม่รู้ตัว
 
• หลอกลงทุนผ่านแอปฯ/เว็บไซต์
มิจฉาชีพมักชักชวนให้ลงทุนผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปฯ หรือเข้าเว็บไซต์ จากนั้นขอถ่ายหรือส่งสำเนาบัตรประชาชน อ้างผลตอบแทนสูง ได้กำไรเร็ว แต่เมื่อโอนเงินแล้วไม่สามารถถอนเงินได้ และถูกเรียกให้โอนเงินเพิ่มหลายครั้ง
 
• หลอกซื้อของออนไลน์
มิจฉาชีพโพสต์ขายสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ในราคาถูกผิดปกติ หลอกให้โอนเงินก่อน เมื่อโอนแล้วไม่ส่งสินค้า บล็อกหนีติดต่อไม่ได้ 
 
สรุปบทเรียนจากเคสเหล่านี้ 
• แอบอ้างเป็นบุคคลหรือหน่วยงานจริง ใช้เบอร์โทรหรือโลโก้ที่ดูน่าเชื่อถือ 
• สร้างแรงกดดันให้รีบตัดสินใจ เช่น ขู่ดำเนินคดี หรือบอกว่าต้องทำทันที 
• หลอกได้ทุกช่วงวัย ตั้งแต่ผู้สูงอายุถึงวัยทำงาน 
 
 
 
• ใช้หลายช่องทางในการหลอกลวง ทั้งโทรศัพท์ ลงทุนออนไลน์ และซื้อขายผ่านโซเชียลมีเดีย 
ในหลายรูปแบบ ยากต่อการตรวจสอบ อาทิ
 
เคสที่ 1: “ปลอมภาพโปรไฟล์เป็นหัวหน้าหลอกลูกน้อง” – พนักงานบริษัทโอนเงิน 2.8 ล้าน
พนักงานบัญชีหญิง อายุ 34 ปี ได้รับข้อความ LINE จาก “หัวหน้า” รูปโปรไฟล์เหมือนจริง ชื่อเหมือนจริง แต่หัวหน้าปลอมสั่งว่า “มีดีลเร่งด่วน ให้โอนเงินไปก่อน เดี๋ยวผมเซ็นเอกสารทีหลัง” ผู้เสียหายโอนไป 2.8 ล้านบาท ภายใน 20 นาที จากนั้นหัวหน้าตัวจริงโทรมาในภายหลังถึงรู้ว่าโดนหลอก
 
จุดที่พลาด
 
• โปรไฟล์เหมือนเจ้านายมาก แยกยาก  
• คำสั่งเร่งด่วน + ไม่ตรวจสอบย้อนกลับ
 
บทเรียน
 
เรื่องโอนเงินในบริษัท ต้องโทรยืนยันเสียงจริงทุกครั้ง
 
เคสที่ 2: “คลิกลิงก์พัสดุ” – เงินหายทั้งบัญชี 180,000 บาท
หญิงวัย 29 ปี ได้รับ SMS ว่า “พัสดุตีกลับ กรุณาคลิกลิงก์ยืนยัน” แล้วกดลิงก์ที่ให้มาให้โหลดแอป “ตรวจสอบพัสดุ” ภายใน 5 นาทีหลังจากนั้น
• มือถือค้าง
• เงินในบัญชีหาย 180,000 บาท
• แอปธนาคารถูกควบคุมจากระยะไกล
 
จุดที่พลาด
 
• โหลดแอปนอก Play Store
• ไม่รู้ว่าเป็นแอปดูดเงิน (Remote Control)
 
บทเรียน
 
ธนาคาร / ไปรษณีย์ / หน่วยงานรัฐ ไม่ส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปฯ
 
เคสที่ 3: “รักออนไลน์ ทหารฝรั่งคลั่งรัก” – สูญเงิน 4.5 ล้าน
หญิงอายุ 52 ปี คุยกับชายต่างชาติใน Facebook โดยอ้างตนเป็น “ทหารสหรัฐฯ ประจำซีเรีย” ใช้เวลาคุยกัน 4 เดือน ตลอดเวลาที่ปฏิสัมพันธ์กันมักจะมีบทสนทนา
• เรียกที่รัก
• ส่งรูปทุกวัน
• สัญญาจะแต่งงาน
ต่อมาอ้างว่า “จะส่งเงิน-ของมีค่าให้ แต่ติดภาษี / ค่าผ่านศุลกากร” โดยผู้เสียหายต้องโอนเงินรวม 4.5 ล้านบาท เพื่อจ่ายค่าภาษี สุดท้ายหายเงียบไปในกลีบเมฆ
 
จุดที่พลาด
 
• ไม่เคยวิดีโอคอลจริง ไม่เคยเห็นหน้าเคลื่อนไหว
• เชื่อเรื่องส่งของมีค่า เห็นมูลค่าของสิ่งที่จะได้รับตอบแทน
 
บทเรียน
 
คนรักออนไลน์ที่ยังไม่เจอเคยตัวจริง และมีเหตุอ้างอิงต่างๆ เพื่อขอเงิน = สแกม 99.99%
 
เคสที่ 4: “หลอกทำงานกดไลก์ งานออนไลน์” – จากได้วันละ 300 สู่เสียไปกว่า 600,000
ชายวัย 31 ปี เห็นโฆษณา “ทำงานออนไลน์ กดไลก์วันละ 10 นาที รายได้ดี”
ช่วงแรก
• โอน 100  ได้คืน 130
• โอน 500  ได้คืน 700
หลังจากนั้นเริ่มเชื่อ เพราะได้จริง (ในจำนวนน้อย) หลังจากนั้น ของจริงจึงเริ่ม โดยบอกว่า “ต้องเติมแพ็กเกจ VIP เพื่อถอนเงินก้อนใหญ่” ผู้เสียหายก็โอนไปเรื่อย ๆ รวม 600,000 บาท หลังนั้นถอนเงินไม่ได้ โดนบล็อกออกจากกลุ่มทันที
 
จุดที่พลาด
 
• เชื่อกำไรเล็ก ๆ ที่ได้รับจริงในช่วงแรก
• หลงคิดว่าเป็นงานจริง
• งานสบาย รายได้ดี
 
บทเรียน
 
งานที่ “ต้องโอนเงินก่อน” = สแกมแน่นอน
 
เคสที่ 5: “ปลอมเป็นตำรวจ / ปปง.” – ผู้สูงอายุเสีย 1.2 ล้าน
 
หญิงอายุ 68 ปี รับสายจากชายอ้างว่าเป็น “DSI” บอกว่า “บัญชีคุณพัวพันคดียาเสพติด ต้องโอนเงินมาตรวจสอบ” และใช้คำข่มขู่แรงมาก อาทิ
• จะออกหมายจับทันที
• และห้ามบอกลูกหลาน
ผู้เสียหายตกใจ โอนเงิน 1.2 ล้านบาท
 
จุดที่พลาด
 
• กลัวคดี
• ไม่กล้าบอกใคร
 
บทเรียน
 
ตำรวจ / ปปง. ไม่มีสิทธิ์ให้ประชาชนโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อตรวจสอบ
 
เคสที่ 6: “ร้านในไอจี ขายเสื้อผ้าปลอม” – เสื้อผ้าถูกมาก โอนแล้วหาย
 
เจอร้านไอจีขายเสื้อผ้าแบรนด์ ในราคาถูกกว่าปกติถึง 70% โดยโอนเงินไป 4,500 บาท หลังจากนั้น
• ร้านก็บล็อกทันที
• เพจหาย เหลือแต่ความว่างเปล่า
• ตรวจพบเลขบัญชีเป็นบัญชีม้า
 
บทเรียน
 
ร้านใหม่ + ราคาถูกเกินจริง + ไม่มีเก็บปลายทาง = เสี่ยงจะหลอกลวงสูงมาก
 
เคสที่ 7: “หลอกลงทุนคริปโต” – เสีย 9 ล้านบาทใน 3 เดือน
ผู้เสียหายรู้จักชายคนหนึ่งใน IG ชวนลงทุนแพลตฟอร์มคริปโต “จากสิงคโปร์” มีเว็บปลอม + แอปปลอม และในช่วงแรกเห็นกำไรขึ้นจริง ผู้เสียหายใส่เงินไปเรื่อย ๆ รวม 9 ล้านบาท แต่ตอนจะถอนเงิน ระบบแจ้ง “ต้องจ่ายภาษีก่อน 10%” แล้วจะถอนได้ จึงได้โอนเพิ่ม แต่ก็ยังถอนเงินไม่ได้ สุดท้ายเจอเว็บปิดหนี เสียหายหลายล้าน หายไปในกลีบเมฆ
 
บทเรียน
 
แพลตฟอร์มที่
• อยู่นอกระบบไทย
• ให้จ่ายเงินก่อนถอน
• ต้องฝากเงิน เพื่อถอนกำไรออก
มีความเสี่ยงเป็นสแกมเกือบ 100%
 
จากข้อมูลเคสตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่า ในหลายครั้ง มิจฉาชีพมักมาในรูปแบบของมิตรก่อนเสมอ เข้าใจ เห็นใจ อยากช่วยเหลือ ซึ่งนั่นไม่ใช่ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ดี หากแต่ในปัจจุบัน คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ การมีสติยับยั้งชั่งใจ จะช่วยให้เราไม่ต้องตกเป็นผู้เสียหาย เราสามารถหยุดหายนะได้ก่อน เพียง ไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน
 
ทั้งนี้ ศูนย์ AOC 1441 ได้เร่งติดตามเรื่องและรับการร้องเรียนจากประชาชนผู้เสียหายอยู่ตลอดเวลา อัพเดตข้อมูลล่าสุด 23 มกราคม 2569 ผลการดำเนินงานศูนย์ AOC 1441 สามารถระงับบัญชีธนาคารที่ใช้ในการหลอกลวงไปแล้วกว่า 688,447 บัญชี
 
สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของภาครัฐในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ พร้อมย้ำเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนทำธุรกรรมทางการเงิน และหากพบพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
 
………………………………………………………………………………


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.