นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 165,084 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 9,130 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 9,053 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Facebook 77 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 31 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 6 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ไทยยกระดับเฝ้าระวังหลังเชื้อไวรัสนิปาห์ เดินหน้าคัดกรองนักเดินทางเข้มข้น
อันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ไทยรุกล้ำอธิปไตยบุกสร้างกำแพงและบังเกอร์ พื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน
อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.กรุงไทย ประกาศยกเลิกเครดิตบูโรพร้อมช่วยเหลือประชาชน ให้ยืมคนละ 200,000 บาท ผ่านบัญชี TikTok : @songsak_567
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง เครื่องบินการบินไทย HS-TXF ตกทะเลจีนใต้
อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลต่อระบบประสาท และพัฒนาการด้านสมองของเด็ก
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง รมต.วัฒนธรรมกัมพูชา ขึ้นทะเบียนบั้งไฟเป็นมรดกแห่งชาติ ขอให้ไทยหยุดอ้างความเป็นเจ้าของวัฒนธรรม
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. พัฒนา Crypto ETF และ Crypto Futures
อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสั่งการ ผู้ใดให้ความช่วยเหลือเด็กต่างด้าว ให้เรียนฟรี ต้องใช้เงินส่วนตัวแทนเท่านั้น
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ไทยยกระดับเฝ้าระวังหลังเชื้อไวรัสนิปาห์ เดินหน้าคัดกรองนักเดินทางเข้มข้น” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” สำหรับมาตรการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ มีดังนี้
1.เสริมความเข้มแข็งระบบเฝ้าระวัง 3 ส่วน คือ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ โดยคัดกรองผู้เดินทางจากรัฐเบงกอลตะวันตก หากพบผู้ป่วยสงสัยจะแยกกักและส่งต่อโรงพยาบาล,สถานพยาบาล เพิ่มความไวการเฝ้าระวัง ปรับแนวทางการรักษา เฝ้าระวัง/สอบสวนโรค และแจ้งเตือนแพทย์โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเดินทาง/สัมผัสเสี่ยง และชุมชน โดยเสริมระบบแจ้งเตือนผ่าน อสม./อสส. เพื่อรายงานเหตุผิดปกติในพื้นที่
2.เตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วย/ผู้ป่วยสงสัย โดยเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการในการตรวจระดับ BSL-3, สถานพยาบาลเตรียมห้องแยกควบคุมการติดเชื้อและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล โดยแยกกักผู้ป่วยต้องสงสัย ใช้ PPE ตามความเสี่ยง และจัดระบบส่งต่อ เก็บสิ่งส่งตรวจอย่างปลอดภัย
3. สื่อสารความเสี่ยงเชิงรุกต่อประชาชน โดยผู้จะเดินทางไปอินเดียให้ติดตามข้อมูลสถานการณ์จากแหล่งข้อมูลทางการ หลีกเลี่ยงไปพื้นที่ที่มีรายงานระบาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาว สุกร หรือสัตว์ป่าทุกชนิด หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในโรงพยาบาลโดยไม่จําเป็น ไม่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการไข้ไอ หายใจลําบาก หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท สวมหน้ากากอนามัยในสถานที่แออัดและรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล หลังกลับประเทศไทยให้สังเกตอาการ 21 วัน หากมีไข้ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไอ และอาการทางเดินหายใจหรือทางระบบประสาท ให้รีบพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการเดินทาง
4.บูรณาการ One Health โดยประสานกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมปศุสัตว์และสถาบันวิชาการ เฝ้าระวังค้างคาวแม่ไก่/สัตว์เลี้ยง และเตรียมแผนตอบโต้เมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่
| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
| Line ID: @antifakenewscenter
| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand
| X : @AFNCThailand
| TikTok : @antifakenewscenter
| IG : afnc_thailand/
--------------------------------------------------------------------------