Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
เมื่อ “ความกลัวการขาดแคลน” กลายเป็นช่องให้ “สแกมเมอร์” ใช้หากินในยามสงคราม

เมื่อ “ความกลัวการขาดแคลน” กลายเป็นช่องให้ “สแกมเมอร์” ใช้หากินในยามสงคราม

สงครามไม่ได้สร้างผลกระทบเพียงในสนามรบ แต่แผ่ขยายออกไปในระดับจิตวิทยาของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในระบบเศรษฐกิจและพฤติกรรมการบริโภค หนึ่งในกลไกที่ทรงพลังและถูกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ “Supply Shock Exploitation” หรือการฉวยโอกาสจากภาวะที่ผู้คนเชื่อว่าสินค้ากำลังจะขาดแคลน
 
ความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับ อิหร่าน โดยเฉพาะในบริบทของเส้นทางพลังงานโลก เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นตัวอย่างชัดเจนของ “ตัวกระตุ้นความกลัวระดับโลก” เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งน้ำมัน เมื่อใดก็ตามที่มีข่าวความไม่มั่นคง แม้ยังไม่เกิดเหตุจริง ผลกระทบทางจิตวิทยาก็เริ่มทำงานทันที ผู้คนไม่ได้รอให้ของขาดจริง แต่เริ่ม “เชื่อว่ามันกำลังจะขาด” และการเชื่อนั้นเองคือจุดเริ่มต้นของการถูกเอาเปรียบ
 
กลไกนี้ไม่ได้เริ่มจากการขาดแคลนสินค้า แต่เริ่มจาก “การรับรู้ถึงความเสี่ยง” เมื่อข่าวเกี่ยวกับความตึงเครียดถูกเผยแพร่ผ่านสื่อและโซเชียล ความกลัวจะถูกขยายอย่างรวดเร็วผ่านการตีความ การคาดการณ์ และการแชร์ต่อ ความไม่แน่นอนทำให้มนุษย์พยายามควบคุมสถานการณ์ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด นั่นคือ “การซื้อก่อน” หรือ “การกักตุน” พฤติกรรมนี้สร้างภาพลวงของความขาดแคลนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จนในที่สุดสิ่งที่เริ่มจากความกลัว กลายเป็นความจริงในเชิงพฤติกรรม
 
มิจฉาชีพเข้าใจวงจรนี้อย่างลึกซึ้ง พวกเขาไม่ได้รอให้ของหมด แต่สร้างเงื่อนไขให้ผู้คน “รู้สึกว่ากำลังจะหมด” แล้วเข้าไปเสนอทางออกในจังหวะที่เหยื่อกำลังอ่อนแอที่สุด ข้อเสนอเหล่านั้นมักมาในรูปแบบของ “โอกาสพิเศษ” เช่น การขายน้ำมันราคาถูกกว่าตลาด การเปิดพรีออเดอร์สินค้าล็อตสุดท้าย หรือการอ้างว่ามีช่องทางพิเศษในการเข้าถึงสินค้าก่อนที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้น ทั้งหมดนี้ไม่ได้ขายสินค้าเป็นหลัก แต่ขาย “ความมั่นใจ” ว่าผู้ซื้อจะไม่ตกขบวน
 
สิ่งที่ทำให้กลไกนี้ทรงพลังยิ่งขึ้นคือการใช้ “เวลา” เป็นเครื่องมือ มิจฉาชีพมักสร้างความเร่งด่วน เช่น การจำกัดจำนวนสินค้า หรือการกำหนดเส้นตายในการตัดสินใจ เพื่อบีบให้เหยื่อไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรอบคอบ ในภาวะปกติ ผู้บริโภคอาจใช้เวลาเปรียบเทียบราคา ตรวจสอบแหล่งที่มา หรืออ่านรีวิว แต่ในภาวะที่เชื่อว่าของกำลังจะหมด ความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผลจะถูกลดทอนลงอย่างมาก
 
นอกจากนี้ ยังมีการผูก “เรื่องเล่า” ของสแกมเมอร์เข้ากับเหตุการณ์จริงอย่างแนบเนียน ตัวอย่างเช่น การอ้างว่าการขนส่งสินค้าจะหยุดชะงักหากเกิดความไม่มั่นคงใน ช่องแคบฮอร์มุซ หรือการใช้คำว่า “ข้อมูลวงใน” เพื่อสร้างภาพลวงของความได้เปรียบทางข้อมูล เหยื่อจำนวนมากไม่ได้เชื่อเพราะข้อมูลนั้นถูกต้อง แต่เชื่อเพราะรู้สึกว่าตนเอง “รู้ก่อนคนอื่น” ซึ่งเป็นแรงจูงใจทางจิตวิทยาที่ทรงพลังมาก
 
เมื่อมองลึกลงไป จะเห็นว่าปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกี่ยวกับสินค้าโดยตรง แต่เกี่ยวกับ “ความกลัวที่จะสูญเสียโอกาส” มนุษย์มีแนวโน้มที่จะกลัวการพลาดมากกว่าการเสียเงิน นี่คือเหตุผลที่คนจำนวนมากยอมโอนเงินให้กับข้อเสนอที่ดูไม่สมเหตุสมผล เพียงเพราะไม่ต้องการอยู่ในสถานะที่ “ไม่มี” ในขณะที่คนอื่นมี
 
ในบริบทของประเทศไทย ปรากฏการณ์นี้ยิ่งมีความน่ากังวล เนื่องจากสังคมมีการใช้โซเชียลมีเดียในระดับสูง และมีพฤติกรรมการแชร์ข้อมูลอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างละเอียด เมื่อข่าวเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างประเทศถูกนำมาเล่าในรูปแบบที่กระตุ้นอารมณ์ เช่น การคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะพุ่ง หรือสินค้าจะขาดตลาด ความกลัวจะถูกขยายในวงกว้าง และเปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้ามาแทรกตัวได้ง่ายขึ้น
 
แนวโน้มในอนาคตยิ่งน่าจับตามอง เมื่อเทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกนำมาใช้ในการสร้างเนื้อหาที่สมจริง ไม่ว่าจะเป็นภาพสินค้าปลอม คลิปข่าวปลอม หรือแม้แต่เสียงของผู้เชี่ยวชาญปลอม การหลอกลวงจะไม่ใช่แค่การเสนอขายของที่ไม่มีอยู่จริง แต่จะเป็นการ “สร้างความจริงปลอม” ขึ้นมาทั้งระบบ เพื่อทำให้ผู้เสียหายเชื่อโดยไม่ตั้งคำถาม
 
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ควรตระหนักคือ Supply Shock Exploitation ไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการโกง แต่เป็นการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติของมนุษย์ในยามวิกฤต มันไม่ได้ขายน้ำมัน ไม่ได้ขายอาหาร และไม่ได้ขายสินค้าใด ๆ อย่างแท้จริง แต่กำลังขาย “ความกลัวว่าจะไม่มีสิ่งเหล่านั้น” และเมื่อความกลัวนั้นเข้าครอบงำ การตัดสินใจที่ผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่เราคิด
 
ในโลกที่ข่าวสารเคลื่อนที่เร็วกว่าความจริง การตั้งคำถามอาจเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด เพราะบางครั้ง สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่การขาดแคลนของจริง แต่คือการ “เชื่อว่ามันกำลังจะขาด” โดยไม่มีหลักฐานรองรับเลย ก่อนจะเชื่อ ก่อนจะโอน ก่อนจะถูกลวง หมั่นเตือนตัวเองอยู่เสมอ เพราะคุณ สามารถหยุดความสูญเสียได้ด้วยตัวของคุณเอง ด้วยความปรารถนาดีจาก ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) และหากใครได้รับผลจากการหลอกลวงแล้ว สามารถร้องเรียนภัยไซเบอร์แบบครบวงจร เพื่อช่วยระงับบัญชีมิจฉาชีพให้เร็วที่สุด โดยโทรมาที่สายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th ได้ตลอดเวลา
 
--------------------------------------------------------------


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.