นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 20 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 149,536 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 14,603 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 11,955 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1,396 ข้อความ ช่องทาง Website 1,247 ข้อความ ช่องทาง Facebook 3 ข้อความ และช่องทาง TikTok 2 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 25 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง สงกรานต์ เป็นคำในภาษากัมพูชา แต่ถูกไทยนำไปใช้
อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ Southern Star Talent AU โดยกระทรวงแรงงาน เปิดรับสมัครแรงงานไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย
อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง กรมทรัพยากรน้ำ ดำเนินการสร้างระบบส่งน้ำแก้ภัยแล้งในพื้นที่ รร.บรมราชินีนาถราชวิทยาลัย จ.ราชบุรี โดยไม่มีการประชาคมหมู่บ้านก่อน
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. ร่วมกับ ธ.กสิกรไทย เปิดลงทะเบียนกู้สินเชื่อ วงเงิน 50,000-2,000,000 บาท ผ่าน TikTok .bank309
อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง เลขาธิการ สพฐ. ตั้งที่ปรึกษา จำนวน 53 คน รับค่าตอบแทนคนละ 3 หมื่นกว่าบาทต่อเดือน
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ก.ล.ต. ส่งเอกสารผ่านไลน์ เพื่อเปิดให้ยื่นคำร้องปลดอายัดบัญชี
อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง แนวปฏิบัติบรรเทาผลกระทบให้ผู้ค้าภาครัฐในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวปลอม เรื่อง “สงกรานต์ เป็นคำในภาษากัมพูชา แต่ถูกไทยนำไปใช้” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” จากข้อกล่าวอ้างที่ระบุว่าไทยนำคำว่า “สงกรานต์” จากกัมพูชาไปใช้ เป็นข้อมูลเท็จและไม่สอดคล้องกับหลักฐานทางวิชาการ ซึ่งคำดังกล่าวมีต้นกำเนิดจากภาษาสันสกฤตและถูกนำมาใช้ในหลายประเทศในภูมิภาคในลักษณะของ “มรดกวัฒนธรรมร่วม” ความแตกต่างที่แท้จริงอยู่ที่ “วิธีการใช้คำและการตีความทางวัฒนธรรม” กล่าวคือ ไทยใช้คำนี้เป็นชื่อเทศกาลโดยตรง ขณะที่กัมพูชาใช้คำพื้นเมืองเป็นหลักและใช้คำสันสกฤตในเชิงพิธีกรรม ดังนั้น การทำความเข้าใจประเด็นนี้ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักวิชาการและบริบททางวัฒนธรรมร่วม มากกว่าการตีความในเชิงความเป็นเจ้าของของชาติใดชาติหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่
| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
| Line ID: @antifakenewscenter
| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand
| X : @AFNCThailand
| TikTok : @antifakenewscenter
| IG : afnc_thailand/
---------------------------------------------------------------