Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
“ไชยชนก” มอบหน่วยงานดีอี บูรณาการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ช่วงฤดูฝน

“ไชยชนก” มอบหน่วยงานดีอี บูรณาการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ช่วงฤดูฝน

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงฯ (Top Executives) ครั้งที่ 4/2569 โดยมีนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหารกระทรวงดีอี และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายที่ได้รับมอบหมาย
 
นายไชยชนก กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งในเรื่องของมาตรการลดการใช้พลังงานของหน่วยงานในสังกัด และการจัดเตรียมโครงการต่างๆ เช่น AI Passport เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของคนไทย การจัดทำแพลตฟอร์มข้อมูลด้านสวัสดิการประชาชน พร้อมจัดเก็บเป็นข้อมูลในรูปแบบ Digital ID นำไปสู่การสร้าง ONE ID ต่อไป ฯลฯ
 
ขณะเดียวกันจากสถานการณ์ของการเกิดแผ่นดินไหว และฝนตกหนักในหลายพื้นที่ในปัจจุบัน ตนจึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมแนวทางและมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดภัยพิบัติโดยให้ กรมอุตุนิยมวิทยา (อต.) ดำเนินการติดตามข้อมูลด้านอุตุฯ เร่งสร้างการรับรู้ ยกระดับการพยากรณ์อากาศ พร้อมบูรณาการร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เพื่อนำข้อมูลมาใช้แจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที
 
ในส่วนของสำนักงานสถิติแห่งชาติ  (สสช.) ได้มอบหมายให้มีการจัดทำมาตรฐานกลางการจัดเก็บข้อมูลภัยพิบัติ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และพัฒนาระบบคลังข้อมูลสาธารณภัยแห่งชาติ ทั้ง ข้อมูลด้านการแจ้งเตือนภัย การจัดเก็บข้อมูลผู้อพยพ ผู้ประสบภัย และความเสียหาย ข้อมูลศูนย์พักพิง และข้อมูลการฟื้นฟูหลังได้รับผลกระทบ พร้อมเตรียมนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
 
ด้านบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT  ได้นำเสนอโครงการจัดสร้างโครงข่ายสื่อสารเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ (PSMN) โดยยกระดับการใช้งานคลื่นความถี่ 850 MHz ที่ได้รับจาก กสทช. ร่วมกับโครงข่าย 700 MHz ที่มีอยู่ของ NT เป็นคลื่นสื่อสารเพื่อการแจ้งเตือน เฝ้าระวังและบรรเทาสาธารณะภัย ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะดำเนินการติดตั้ง 350 ฐาน ใน 253 อำเภอ 75 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภัยพิบัติ และพื้นที่เศรษฐกิจ ได้แก่ เชียงใหม่, ขอนแก่น, นครราชสีมา, สงขลา, ภูเก็ต และพื้นที่ EEC (ฉะเชิงเทรา ,ชลบุรี และระยอง)  โดยบูรณาการข้อมูลจากสถิติย้อนหลัง 8 ปีของ ปภ. และข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) 
 
สำหรับโครงข่ายดังกล่าวจะเป็นลักษณะการ Roaming เพื่อให้ครอบคลุมและมีเสถียรภาพสูงสุด โดยสถานีฐานทุกแห่งจะมีระบบสำรองไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และสำรองการเชื่อมโยงด้วยระบบดาวเทียม (Satellite Backhaul) ในสัดส่วน 10% เพื่อการสื่อสารที่ต่อเนื่อง แม้ในสภาวะที่โครงข่ายหลักล่ม พร้อบกับการพัฒนาแอปพลิเคชัน รองรับการสื่อสารแบบ Mission Critical Push-to-Talk (MCPTT), Talk Group, VideoSurveillance สำหรับเจ้าหน้าที่ และเป็นช่องทางให้ประชาชนรายงานการขอความช่วยเหลือพร้อมพิกัด
 
“ดีอี ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลด้านการแก้ไขปัญหา และจัดเตรียมมาตรการรับมือภัยความมั่นคงและภัยธรรมชาติ โดยบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เน้นให้ความสำคัญต่อการแจ้งเตือนประชาชนอย่างทันท่วงที พร้อมรับมือสถานการณ์ การให้ความช่วยเหลือ และเร่งฟื้นฟูในภาวะที่สถานการณ์ภัยพิบัติได้เริ่มคลี่คลาย เพื่อให้เกิดเป็นมาตรฐานกลางของการป้องกันรับมือภัยพิบัติอย่างเป็นระบบต่อไป” รมว.ดีอี กล่าว
 
--------------------------------------------------------------------------


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.