วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ในการส่งต่อ นำจ่าย และการดำเนินงานตามโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” โดยมีนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ที่ทำการไปรษณีย์ปัตตานี จ.ปัตตานี
.
นางสาวแนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ปัตตานีเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กระทรวงดีอีให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะทั้งในเชิงภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น การเข้าถึงบริการพื้นฐานและช่องทางกระจายสินค้าจึงมีความท้าทายมากกว่าพื้นที่ทั่วไป แต่นั่นยิ่งตอกย้ำว่า ปณท คือกลไกสำคัญที่ช่วยให้ภาครัฐดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ ด้วยเครือข่ายไปรษณีย์ที่ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ ยังคงเดินหน้าให้บริการอย่างต่อเนื่องและเท่าเทียม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้เข้าถึงสินค้าและบริการได้ไม่ต่างจากภูมิภาคอื่น ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้มอบหมายให้ติดตามการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด
.
ทั้งนี้ จุดแข็งของ ปณท ที่อยู่เหนือผู้ประกอบการรายอื่น คือความเป็น “แบรนด์ รอยัลตี้” (Brand Loyalty) ที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความไว้วางใจมายาวนาน ทั้งในแง่ความปลอดภัยของสินค้าระหว่างการขนส่งและความสม่ำเสมอของบริการ แม้ในพื้นที่ที่ผู้ประกอบการเอกชนรายอื่นอาจเข้าไม่ถึง จุดแข็งนี้เองที่ทำให้ ปณท สามารถต่อยอดเป็นช่องทางกระจายสินค้าเฉพาะทางของพื้นที่ชายแดนใต้ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผ่านการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมการพัฒนาชุมชน ในการผลักดันสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนขึ้นแพลตฟอร์ม ThailandPostmart
.
สำหรับสินค้าเฉพาะทางที่เป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ ทั้งอาหารแปรรูปพื้นถิ่นและงานฝีมือชุมชน ปณท ปัตตานี มีบทบาทเป็นทั้งจุดรับฝากและจุดกระจายสินค้าให้กลุ่มผู้ผลิตในพื้นที่ อาทิ ปลากุเลาเค็มตากใบ ที่ต้องอาศัยกรรมวิธีแปรรูปเฉพาะให้ได้รสชาติต้นตำรับ ข้าวเกรียบปลาและอาหารทะเลแปรรูปจากชุมชนชายฝั่ง ขนมอาซูรอและขนมพื้นเมืองที่ทำเฉพาะบางช่วงเวลา ตลอดจนผ้าปาเต๊ะและผ้าไหมยกดอกปัตตานีจากกลุ่มทอผ้าในชุมชน ซึ่งสินค้าเหล่านี้มักมีข้อจำกัดด้านช่องทางจำหน่ายสู่ตลาดนอกพื้นที่ การมีเครือข่าย ปณท ที่เข้าถึงทุกครัวเรือนจึงช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยในพื้นที่เข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศได้มากขึ้น
.
ขณะเดียวกัน จากการสำรวจผลดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” พบว่าพื้นที่ที่ไม่มีสาขาของผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดมักมีสินค้าจัดจำหน่ายที่ไม่หลากหลาย ประชาชนมีตัวเลือกจำกัด ปณท จึงทำหน้าที่เป็นทั้งช่องทางส่งออกสินค้าท้องถิ่นและช่องทางนำสินค้าจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ ผ่านแพลตฟอร์ม “ThailandPostmart” ที่รวมสินค้าตามโครงการไทยช่วยไทย สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทั่วประเทศ พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านที่ครอบคลุมทุกครัวเรือน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดของประเทศ
.
#DE
#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#ไปรษณีย์ไทย #ปณท #ไทยช่วยไทย