วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมระดับสูงด้านข้อมูลเพื่อการเติบโต (APEC High-Level Roundtable on Data for Growth) ซึ่งจัดโดย สำนักงานบริหารข้อมูลแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (National Data Administration: NDA) ณ นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้ห้วงสัปดาห์ APEC Digital Weeks 2026
ในโอกาสนี้ รมว.ดีอี ได้แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับผู้แทนระดับสูงของเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคในประเด็นการยกระดับธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) การสร้างมูลค่าเพิ่มจากข้อมูล การส่งเสริมนวัตกรรม การเพิ่มผลิตภาพ และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการพัฒนาศักยภาพระหว่างเขตเศรษฐกิจสมาชิก เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงของภูมิภาคและการเติบโตอย่างทั่วถึง
นายไชยชนก กล่าวว่า ในยุค AI ข้อมูลได้กลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล โดยคุณภาพของ AI ขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลที่แต่ละประเทศสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจึงไม่ใช่เพียงบันทึกเหตุการณ์ในอดีต แต่เป็นรากฐานของนวัตกรรม การยกระดับผลิตภาพ และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต ทั้งยังช่วยให้ภาครัฐตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่แม่นยำ ภาคธุรกิจสามารถพัฒนานวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสังคมสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันการสร้างคุณค่าจากข้อมูลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชนมีความเชื่อมั่นว่าข้อมูลได้รับการจัดเก็บ คุ้มครอง แบ่งปัน และนำไปใช้อย่างเหมาะสม ดังนั้น ธรรมาภิบาลข้อมูลจึงไม่ได้มุ่งเน้นการควบคุมข้อมูล แต่เป็นการสร้างความไว้วางใจเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัย
ในส่วนของรัฐบาลไทยมีนโยบายบูรณาการการทำงานของหน่วยงานด้านดิจิทัล ภายใต้การกำกับของกระทรวงดีอี เพื่อสร้างระบบนิเวศข้อมูลของประเทศที่มีความเชื่อมโยงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ ลดการทำงานแบบแยกส่วน สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และส่งเสริมนวัตกรรม ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความเชื่อมั่นของประชาชน
ทั้งนี้ข้อมูลแต่ละประเภทมีระดับความอ่อนไหวแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องมีกลไกการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐได้อย่างสมดุลระหว่างการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและการคุ้มครองสิทธิของประชาชน
“คุณค่าของข้อมูลไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในประเทศ แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนามาตรฐาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเสริมสร้างศักยภาพร่วมกัน เพื่อให้ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ ไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดกับทุกเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค เพื่อผลักดันความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และเปลี่ยนวิสัยทัศน์ร่วมไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ อันจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับทุกภาคส่วน” นายไชยชนก กล่าว
-------------------------------------------------------