เมื่อความหวัง...กลายเป็นช่องทางมิจฉาชีพ นี่คือรูปแบบอาชญากรรมออนไลน์ที่กำลังสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นการซ้ำเติมผู้เสียหายที่เพิ่งผ่านการถูกหลอกลวงมาไม่นาน กลโกงนี้มีชื่อเรียกว่า "Scam Recovery Fraud" หรือ การหลอกว่าสามารถติดตามเงินคืนได้
โดยมิจฉาชีพจะสวมรอยเป็น "เจ้าหน้าที่รับแจ้งความออนไลน์" เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ ทนายความ หรือบริษัทรับติดตามทรัพย์สิน เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อว่ากำลังได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่แท้จริงแล้ว ต้องการหลอกเอาเงินจากเหยื่อ ซ้ำรอบสอง
วิธีการล่อลวงของมิจฉาชีพ
- สวมรอยเป็นตำรวจไซเบอร์ สร้างเพจปลอมหรือแอดไลน์เหยื่อ อ้างตัวเป็นตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือเจ้าหน้าที่รัฐ
- เหยื่อเก่าคือเป้าหมาย มิจฉาชีพมีข้อมูลว่าใครเคยตกเป็นเหยื่อ จึงสบโอกาสหลอกซ้ำในช่วงที่เหยื่อกำลังร้อนใจและอยากได้เงินคืน โดยอ้างว่า ตรวจพบเงินของคุณแล้ว, กำลังดำเนินการอายัดบัญชีคนร้าย, สามารถนำเงินกลับคืนได้ทั้งหมด, เหลือเพียงขั้นตอนยืนยันสิทธิ
- อ้างค่าดำเนินการ เมื่อผู้เสียหายเริ่มเชื่อใจ ก็จะหลอกล่อให้เหยื่อโอนเงินเพิ่ม โดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมศาล, ค่าเอกสาร, หรือค่าปลดล็อกระบบ, ค่าประกันการโอนเงินคืน, เพื่อนำเงินที่ถูกโกงไปกลับมา
สุดท้ายเมื่อโอนเงินไปแล้ว เงินที่หวังว่าจะได้คืนก็ไม่ได้กลับมา แถมยังต้องเสียเงินเพิ่มอีกก้อนหนึ่งอย่างน่า เจ็บใจ
จุดสังเกตที่ควรระวัง
ดังนั้นหากได้รับการติดต่อในลักษณะต่อไปนี้ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ
- อ้างว่าสามารถนำเงินที่ถูกโกงกลับคืนได้ 100%
- ขอให้โอนเงินล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าดำเนินการหรือค่าธรรมเนียม
- แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ เจ้าหน้าที่รับแจ้งความออนไลน์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- เร่งรัดให้รีบโอนเงินเพื่อรักษาสิทธิ์ในการรับเงินคืน
- ใช้เอกสารหรือบัตรเจ้าหน้าที่ปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อซ้ำ
- อย่าเชื่อคำโฆษณาว่า "ได้เงินคืน 100%" เพราะไม่มีหน่วยงานใดรับประกันผลเช่นนั้นได้
- ห้ามโอนเงินเพิ่มเด็ดขาด หากมีบุคคลแปลกหน้าอ้างว่าสามารถตามเงินคืนได้และขอให้โอนเงินก่อน ให้สันนิษฐานทันทีว่าเป็นมิจฉาชีพ
- ไม่มีการเรียกเก็บเงินเพิ่ม การติดตามเงินคืนของหน่วยงานรัฐจะไม่มีการเรียกเก็บเงิน หรือค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น
- ตรวจสอบกับหน่วยงานทางการโดยตรง หากมีผู้ติดต่ออ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ให้โทรสอบถามผ่านช่องทางทางการของหน่วยงานนั้น ไม่ควรใช้หมายเลขโทรศัพท์หรือบัญชีที่ผู้ติดต่อส่งมาให้
- หากตกเป็นผู้เสียหายแล้ว อย่าหาทางออกจากผู้ที่ไม่รู้จัก ควรแจ้งความและประสานงานกับหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
- โทรแจ้งสายด่วน AOC 1441 เพื่อระงับบัญชีทันที ตลอด 24 ชั่วโมง
ศูนย์ AOC กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขอเตือนประชาชนว่า ผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อ คือกลุ่มเป้าหมายสำคัญของมิจฉาชีพ เพราะมักอยู่ในภาวะเร่งรีบ ต้องการเงินคืน และพร้อมเชื่อผู้ที่อ้างว่าสามารถช่วยเหลือได้ จึงขอให้ประชาชน ตั้งสติ ตรวจสอบทุกครั้งก่อนโอนเงิน และจำไว้ว่า "ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐเรียกเก็บค่าดำเนินการเพื่อแลกกับการได้เงินคืน และไม่มีใครรับประกันนำเงินที่ถูกโกงกลับคืนได้ 100%"
อย่าให้ความหวัง กลายเป็นช่องทางที่ทำให้มิจฉาชีพหลอกคุณซ้ำเป็นครั้งที่สองได้
-----------------------------------------------------------------------------