Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ดีอี เตือน เพจปลอม “Moving Forward For The Future” สวมรอย เปิดให้ติดตามรับเงินคืนจาก “สแกมเมอร์” ระวังสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล

ดีอี เตือน เพจปลอม “Moving Forward For The Future” สวมรอย เปิดให้ติดตามรับเงินคืนจาก “สแกมเมอร์” ระวังสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC)  เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
 
ทั้งนี้ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 110,943 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 6,190 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 6,189 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line Official 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 15 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 4 เรื่องในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ได้แก่
 
อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง การโจมตีของฝ่ายไทย สร้างความเสียหายต่อโบราณสถาน บ้านเรือน และการสูญเสียของพลเรือนกัมพูชา
 
อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ธนาคารออมสิน ชวนลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชัน TDX
 
อันดับที่ 3 ข่าวจริง เรื่อง กรมการปกครอง สั่งยกระดับความปลอดภัยทั่วประเทศ ตั้งด่านสกัดอาวุธปืน–ยาเสพติด
 
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง น้ำประปามีส่วนผสมของคลอรีน ยิ่งนำไปต้มจะเปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็ง
 
อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง PEA เปิดให้ติดต่อผ่านบัญชีไลน์ใหม่ 11293675
 
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดให้ติดตามเงินคืน ผ่านเพจ Moving Forward For The Future
 
อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง รัฐบาลเตรียมจัดทำมาตรฐานความปลอดภัยโรงเรียนทั้งประเทศ ภายใน 90 วัน
 
สำหรับข่าวที่น่าสนใจคือเรื่อง “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดให้ติดตามเงินคืน ผ่านเพจ Moving Forward For The Future” โดยสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอยืนยันว่าเพจดังกล่าว เป็นเพจปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น ซึ่งแอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์กระทรวงฯ ให้ประชาชนติดตามขอเงินคืน
 
กระทรวงดีอี ไม่มีนโยบายให้ประชาชนติดตามขอเงินคืน จากเพจหรือโซเชียลมีเดียใด ๆ ทั้งสิ้น หากพบเพจที่อ้างเป็นช่องทางของกระทรวงฯ ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ ไม่ส่งข้อมูลให้กับเพจดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
 
ทั้งนี้การติดตามการคืนเงินของผู้เสียหายนั้น จะต้องดำเนินการผ่าน สำนักงานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยเมื่อ ปปง.ประกาศข้อมูลบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในราชกิจจานุเบกษา เพื่อแจ้งให้ผู้เสียหายเข้ามายื่นคำร้องขอรับคืนเงินพร้อมหลักฐานความเสียหายต่อสำนักงาน ปปง. ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา ตามช่องทางที่สำนักงาน ปปง. กำหนด 
 
กรณีทราบตัวผู้เสียหายที่ชัดเจนแน่นอน สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการแจ้งให้ผู้เสียหายนั้นทราบโดยตรงอีกทางหนึ่งด้วย และเมื่อสำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบคำร้องแล้ว จะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้มีคำสั่งคืนเงินแก่ผู้เสียหาย หากผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของคณะกรรมการฯ อาจให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลแพ่งภายใน 30 วัน และหากยังไม่พอใจผลคำวินิจฉัยของศาลแพ่งสามารถอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้ โดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุด ซึ่งปปง. ขอเน้นย้ำต่อผู้เสียหาย ดังนี้
 
- หากตกเป็นผู้เสียหาย ให้รวบรวมหลักฐานและเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหรือแจ้งความออนไลน์ทันที
 
- การดำเนินการขอคืนเงินกับสำนักงาน ปปง. ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ห้ามโอนเงินโดยเด็ดขาด
 
- เมื่อมีการประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้ว ผู้เสียหายจะต้องยื่นคำร้องผ่านช่องทางที่สำนักงาน ปปง. กำหนดเท่านั้น และสำนักงาน ปปง. ไม่มีนโยบายให้ยื่นคำร้องหรือลงทะเบียน ผ่านสื่อ Social Media เช่น Facebook, Line, TikTok แต่อย่างใด โดยช่องทางการยื่นคำร้องประกอบไปด้วย 3 ช่องทาง คือ
1. ยื่นด้วยตนเอง ณ สำนักงาน ปปง. หรือสถานที่อื่นที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด
2. ยื่นทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
3. ยื่นผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่สำนักงาน ปปง. กำหนด (จะมีการระบุไว้ในประกาศฯ)
 
ผู้เสียหายสามารถติดตามข่าวสาร รายชื่อบัญชีผู้กระทำความผิด และความคืบหน้าการขอคืนเงินได้ทางเว็บไซต์ทางการของสำนักงาน ปปง. เท่านั้นที่ www.amlo.go.th
 
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด
 
หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่
| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com
| Line ID: @antifakenewscenter
| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand
| X : @AFNCThailand
| TikTok : @antifakenewscenter
| IG : afnc_thailand/
------------------------------------------------------------------------


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.