วันที่ 11 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานงานแถลงผลการจัดทำฐานข้อมูลการเกษตรบูรณาการและสถิติการเกษตรของประเทศ “One Data” ประจำปี 2569 โดยมี นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ พร้อมผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องวอเตอร์เกทบอลรูม 1-2 ชั้น 6 โรงแรมอมารี กรุงเทพฯ (ประตูน้ำ) เพื่อมุ่งบูรณาการและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อยกระดับภาคการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบนโยบายว่า One Data ต้องเป็นมากกว่าการรวบรวมฐานข้อมูล แต่ต้องเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยน “ข้อมูล” ให้เป็น “พลังขับเคลื่อนประเทศ” สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายที่แม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลสะท้อนความท้าทายสำคัญของภาคเกษตรไทย ทั้งโครงสร้างประชากรเกษตรกรที่มีอายุเฉลี่ยสูงถึง 59.1 ปี และความจำเป็นในการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่
“ภาคการเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ตลอดจนการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งข้อมูล One Data พบว่าเกษตรกรไทยมีอายุเฉลี่ย 59.1 ปี ดังนั้น การสร้างความมั่นคงให้ภาคเกษตรจึงเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงดีอีและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องบูรณาการร่วมกัน โดยนำข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัลมาช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร” นายไชยชนก กล่าว
สำหรับปี 2569 สำนักงานสถิติแห่งชาติได้นำร่องเชื่อมโยงข้อมูลจาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม และการยางแห่งประเทศไทย รวมมากกว่า 300 ล้าน Records และกว่า 1,000 รายการข้อมูล พร้อมจัดทำมาตรฐานกลางเพื่อให้สามารถเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยมีเป้าหมายขยายการเชื่อมโยงให้ครบ 15 หน่วยงานในปี 2570
ข้อมูล One Data ยังสะท้อนภาพภาคเกษตรไทยอย่างชัดเจน โดยมีเกษตรกรประมาณ 9.1 ล้านราย อายุเฉลี่ย 59.1 ปี และ 65% มีอายุ 55 ปีขึ้นไป ขณะที่มีเกษตรกรปลูกข้าวประมาณ 5.2 ล้านราย รวมถึงการผลิตสินค้าเกษตรที่หลากหลายตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ภาครัฐกำหนดมาตรการได้ “ตรงกลุ่ม ตรงพื้นที่ และตรงปัญหา”
รมว.ดีอี กล่าวด้วยว่า กระทรวงพร้อมสนับสนุนการนำ Smart Farming ระบบอัตโนมัติ และทักษะดิจิทัล มาใช้กับภาคเกษตร โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีช่วยลดภาระแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อรองรับโครงสร้างเกษตรกรสูงวัย พร้อมผลักดันให้ One Data เปลี่ยนจาก Data Integration สู่ Data Utilization และ Data-Driven Agriculture
“หวังว่าข้อมูลที่เราจัดทำขึ้นในวันนี้ จะไม่เป็นเพียงรายงานประจำปี แต่จะเป็น ‘เข็มทิศ’ นำทางอนาคตของภาคเกษตรไทย ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยี ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” รมว.ดีอี กล่าว