Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
“กระทรวงดิจิทัลฯ” เสริมพลังประเทศไทยสู้โควิด-19 ผนึกกำลังโซลูชัน 5G เข้ากับ AI เพิ่มศักยภาพ การตรวจและดูแลผู้ป่วยให้แก่โรงพยาบาลศิริราช


ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้แต่ละกระทรวงร่วมกันแก้ปัญหาสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เร่งการดำเนินการ นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงทั้งพี่น้องประชาชน และลดความเสี่ยงให้บุคลากรทางการแพทย์ โดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย (จำกัด) ส่งมอบโซลูชันผู้ช่วย AI ผสานพลังเทคโนโลยีเครือข่าย 5G เพื่อใช้รายงานผลตรวจโควิด-19 ให้กับโรงพยาบาลศิริราชได้อย่างอัตโนมัติ รวดเร็ว และแม่นยำ ผ่านเครือข่ายความเร็วสูง เสริมพลังแพทย์ไทยในการรับมือสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมีศักยภาพด้วยเทคโนโลยีระดับโลก โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2563 ณ ห้องประชุมพิณพากย์พิทยาเภท อาคาร 72 ปี ชั้น 1 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

โดยนายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ผมได้มีโอกาสมาที่โรงพยาบาลศิริราช โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ร่วมกับบริษัท Huawei ในการนำระบบ AI มาช่วยในการวิเคราะห์ไวรัสโควิด 19 ซึ่งเป็นการใช้ระบบ AI มาวิเคราะห์ตัวอย่างผลการเอ็กซเรย์ปอดของคนไข้ จำนวน 20,000 กว่าตัวอย่าง เมื่อมีการทำ CT scan เพื่อเอ็กซเรย์ปอดของคนไข้ ระบบจะนำผลจากการเอ็กซเรย์ มาเทียบเคียงกับตัวอย่างภาพเอ็กซเรย์ปอด 20,000 กว่าตัวอย่างนี้ซึ่งเป็นผู้ป่วยโควิด-19 กว่า 4,000 ราย เพื่อวิเคราะห์ วินิจฉัยเบื้องต้น ว่าคนไข้มีความเสี่ยงที่จะเป็นไวรัสโควิด 19 มากน้อยเพียงใด ระบบนี้เป็นเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย และมีการใช้จริงแล้วในประเทศจีนทั้งในเมืองอู่ฮั่น และหลายๆ เมืองในประเทศจีน ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมกับบริษัท Huawei ได้นำมาติดตั้งให้โรงพยาบาลรามาฯ และโรงพยาบาลศิริราชเป็นที่เรียบร้อย จากนี้การวิเคราะห์คนไข้ด้วยระบบดังกล่าว ก็จะช่วยลดความเสี่ยงทั้งพี่น้องประชาชน และลดความเสี่ยงให้บุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากการทำ CT Scan เพื่อคัดกรองเบื้องต้นทำให้แพทย์ไม่ต้องสัมผัสกับคนไข้ เมื่อคัดกรองแล้วพบว่ามีความเสี่ยงสูง จึงค่อยเข้าสู่กระบวนการตรวจสารคัดหลั่ง ซึ่งจะใช้เวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมงในการยืนยันผล การนำระบบ AI เข้ามาใช้ จึงช่วยลดความเสี่ยงแก่บุคลากรทางการแพทย์ เพราะทำให้ไม่ต้องสัมผัสผู้ป่วยจำนวนมากในขั้นต้น พร้อมกับได้พูดคุยให้กำลังใจคุณหมอที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องอื่นๆ ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ในนามรัฐบาล และกล่าวถึงท่านนายกฯ ซึ่งได้ฝากมาให้กำลังใจและให้สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มที่

ด้านศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “เทคโนโลยี AI จะช่วยให้แพทย์นำมาใช้วินิจฉัยผลตรวจ CT ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว สามารถวิเคราะห์ผลได้ภายในเวลาเพียง 25 วินาทีต่อ 1 เคส จึงลดภาระให้บุคลากรทางการแพทย์ไทยได้เป็นอย่างมาก ที่สำคัญ ความเร็วในการส่งข้อมูลของเครือข่าย 5G จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้บุคลากรทางการแพทย์รับมือสถานการณ์ในขณะนี้ได้ดียิ่งขึ้น เพราะช่วยให้ระบบทางการแพทย์ต่างๆ ตอบสนองการใช้งานได้รวดเร็ว ช่วยให้ติดตามอาการและเก็บข้อมูลคนไข้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้การจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์มีประสิทธิภาพขึ้นอีกด้วย”

                                                                                                ----------------------------------------------------


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.