Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ดีอีเอส แถลงด่วน 2 ภารกิจศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม


          ดีอีเอส จัดแถลงด่วนแจงข้อเท็จจริงกรณีเผยแพร่เรื่อง “ลือ!! อสม.ใน จ.พิษณุโลก ไม่ได้รับค่าตอบแทนเต็มจํานวน” ตามความประสงค์ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อมโชว์ผลงานร่วม สตช. จับ 7 มือโพสต์คลิปตัดต่อผู้ว่า จ.สุรินทร์

 

          วันนี้ (8 พ.ค.63) นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ร่วมกับพล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ หัวหน้าชุดประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงด่วนเกี่ยวกับภารกิจของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้แก่ 1.กรณี “ข่าวบิดเบือน” อสม.ใน จ.พิษณุโลก ไม่ได้รับค่าตอบแทนเต็มจำนวน และ 2. ดำเนินคดีกับมือโพสต์ 7 ราย ที่โพสต์ข้อความข่าวปลอมว่า “คลิปสัมภาษณ์ ผวจ.สุรินทร์ เผยสถานการณ์ COVID-19 มีคนติดเชื้อ 100,000 คน”

 

          ตามที่เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 เวลา 17.43 น. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ได้มีการเผยแพร่ข่าวสารเรื่อง “ลือ!! อสม.ใน จ.พิษณุโลก ไม่ได้รับค่าตอบแทนเต็มจำนวน 240 บาท ตามที่กำหนดไว้” และว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวบิดเบือนนั้น เป็นการดำเนินการตามที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แจ้งความประสงค์ที่จะเผยแพร่ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ให้ประชาชนรับทราบ หลังมีการตรวจสอบตามกระบวนการจากหน่วยงานเจ้าของเรื่อง และได้รับการยืนยันว่าเป็นข่าวบิดเบือน

 

         ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ได้รับแจ้งเบาะแสข่าวจากประชาชน ในประเด็นที่มีการเผยแพร่บนโลกออนไลน์มีเนื้อความระบุว่า “อสม.ใน จ.พิษณุโลก ไม่ได้รับค่าตอบแทนเต็มจำนวน” และในวันที่ 3 พฤษภาคม 2563 เวลา 19.03 น. ทางศูนย์ฯ ได้มีการประสานงานไปยังกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตามกระบวนการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวดังกล่าว และได้รับข้อมูลผลการตรวจสอบเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 เวลา 11.08 น. โดยมีรายละเอียดข้อเท็จจริงดังนี้ 

 

           “ผลการตรวจสอบกับ อสม.ในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลค่อนข้างสอดคล้องว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่สามารถเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงตามที่แจ้ง อสม.ไว้ตอนแรกได้ ทำให้ อสม. ไม่เข้าใจว่าเหตุใดไม่ได้เต็มตามจำนวน วันก่อนมีการประชุมที่ สสจ. มีการแจ้งเหตุผลว่าจำนวนชั่วโมงปฏิบัติงานใน 1 วันไม่ถึงตามระเบียบจึงเบิกจ่ายได้แค่ครึ่งวัน ที่เป็นเหตุเนื่องจาก อสม. ระบุว่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการออกปฏิบัติหน้าที่เอง แต่เมื่อพบว่าเบิกจ่ายให้ได้เบี้ยเลี้ยงเพียงครึ่งเดียว จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น ตามข่าวด้านล่าง อย่างไรก็ตามเย็นวานนี้ ผวจ. พล. แจ้งในเพจส่วนตัวว่า สามารถเบิกจ่ายให้ได้แล้วโดยอาศัยตามหนังสือกรมบัญชีกลางที่ กค.0402.4/19207 ลว. 30 เม.ย.2563” 

 

           โดยทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แจ้งความประสงค์ที่จะเผยแพร่ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ให้ประชาชนรับทราบ ดังนั้นศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย จึงได้ดำเนินการเผยแพร่ข้อเท็จจริงตามที่หน่วยงานแจ้งมา ตามช่องทางต่าง ๆ ของศูนย์ฯ ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 เวลา 17.43 น. ตามกระบวนการ

 

          อย่างไรก็ตาม ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 เวลา 13.56 น. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ประสานงานมายังศูนย์ฯ และแจ้งขอให้นำข่าวบิดเบือนดังกล่าวออกจากสื่อที่เผยแพร่  ซึ่งทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมจึงได้นำข่าวบิดเบือนดังกล่าวออกจากสื่อของศูนย์ฯ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2563 เวลา 16.40 น. ตามที่หน่วยงานแจ้งความประสงค์มา

 

         “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย จึงขอเรียนชี้แจงว่าได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามบทบาทและภารกิจ โดยข้อเท็จจริงที่เผยแพร่ไปนั้น ได้ผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องตามกระบวนการจากหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่อง หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละประเด็น และเป็นไปตามขั้นตอนการดำเนินงานทุกประการ โดยไม่มีเจตนาทำให้หน่วยงานใดได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ทางศูนย์ฯ ขอยืนยันอีกครั้งว่าศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการด้วยความละเอียด รอบคอบ และคำนึงถึงมาตรฐานของกระบวนการตรวจสอบความจริงตลอดมา”

 

           ด้านพล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ หัวหน้าชุดประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  กล่าวเพิ่มเติม ถึงผลตรวจสอบและดำเนินคดีกับการเสนอข่าวปลอมหรือบิดเบือนทางสื่อออนไลน์ ในช่วงวันที่ 24-29 เม.ย.63 ตรวจพบอีก 7 ราย  ได้โพสต์ข้อความข่าวปลอมว่า “คลิปสัมภาษณ์ ผวจ.สุรินทร์ เผยสถานการณ์ COVID-19 มีคนติดเชื้อ 100,000 คน” ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขอหมายค้น 7 จุด 

ประกอบด้วย 

1. น.ส.ประภาพร ฯ ผู้ใช้เฟสบุ๊ก Ju… อยู่ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี    

2. นายทนงศักดิ์ ฯ ผู้ใช้เฟสบุ๊ก Thanongsak …อยู่ในพื้นที่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์  

3. น.ส.ทิพวรี ฯ ผู้ใช้เฟสบุ๊ก โรส ... อยู่ในพื้นที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่   

4. น.ส.บุญนภัส ฯ ผู้ใช้เฟสบุ๊ก Nanniiz ... อยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ชลบุรี 

5. นายปัญญาพล ฯ  ผู้ใช้เฟสบุ๊ก ปัญญาพล ...อยู่ในพื้นที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 

6. นายวัชรินทร์ ฯ ผู้ใช้เฟสบุ๊ก วัชรินทร์ ...อยู่ในพื้นที่ เขตดินแดง กรุงเทพฯ 

7. น.ส.สุทัชชา ฯ ผู้ใช้เฟสบุ๊ก น้ำใส ... อยู่ในพื้นที่ อ.สังคม จ.หนองคาย จากการเข้าตรวจค้น 

 

            ทั้งหมดยอมรับว่าโพสต์จริง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการกระทำผิด และนำส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ เพื่อดำเนินการต่อไป 

 

            ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) ซึ่งกระทรวงดีอีเอสและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอาจริงเอาจังกับการป้องกันและปราบปรามข่าวปลอม เพราะถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อสังคมอย่างมาก บางคนอาจจะตั้งใจโพสต์ข่าวปลอม หรือบางคนอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์นำไปโพสต์หรือแชร์ต่อ ถือว่าความผิดนั้นสำเร็จ และก่อให้เกิดผลกระทบที่เสียหาย ยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ อาจทำให้ผู้คนตื่นตระหนกหรือเกิดความไม่สงบเรียบร้อยได้ โดยผู้กระทำผิดมีโทษตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

***************



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.