นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า วันนี้ (11 พ.ค. 65) ได้รับมอบหมายจากนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ให้เข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาระบบการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวม เพื่อหารือเรื่องการเตรียมการด้านความมั่นคงรองรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
โดยการประชุมนี้ จะเป็นเวทีหนึ่งเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะต่อการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแนวทางการบริหารจัดการเพื่อเกาะติดโอกาสและผลประโยชน์ต่อชาติ ที่จะเกิดจากการฟื้นฟูสัมพันธภาพอันดีของสองประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน หลังการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา
นายเวทางค์ กล่าวว่า ในส่วนของความร่วมมือระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย ที่กระทรวงดิจิทัลฯ อาจมีส่วนร่วมแบ่งเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่ การสนับสนุนและแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของสังคม ประเทศชาติ ได้แก่ ข้อมูลด้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการจัดการภัยคุกคาม การเฝ้าระวังเนื้อหาในอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ การจัดการเนื้อหาข่าวปลอม การปิดกั้นเว็บไซต์ไม่เหมาะสมและละเมิดกฎหมาย
รวมทั้ง กฎหมายด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี เช่น พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 และ พ.ร.ก.ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 เป็นต้น
และ 2.การฝึกอบรม ครอบคลุมทั้งการจัดอบรม และการจัดส่งบุคลากรเข้าร่วมการอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกัน
“ที่ผ่านมา กระทรวงฯ โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้มีส่วนช่วยเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง กรณีมีผู้นำคลิปวิดีโอนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบีย ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพิ่มขึ้น จากการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) โดยมีการนำไปบิดเบือนเนื้อหาและเผยแพร่ข่าวปลอมเชิงลบผ่านโซเชียล” นายเวทางค์กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ยังมองถึงโอกาสขยายความร่วมมืออื่นๆ ในด้านเทคโนโลยีกับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจากการเดินทางไปเยือนของนายกรัฐมนตรี ได้เปิดประตูแห่งโอกาสด้านการค้าและการลงทุนไว้ โดยปัจจุบันซาอุดีอาระเบีย มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ ที่ครอบคลุมถึงด้านนวัตกรรม โทรคมนาคม
__________