กระทรวงดิจิทัลฯ เผยสถานการณ์ข่าวปลอมภาคใต้ 8 ใน 10 ที่ได้รับความสนใจสูงสุด เป็นหมวดข่าวสุขภาพ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับโควิด เร่งปูพรมสร้างการรับรู้เจาะกลุ่มเป้าหมายเพิ่ม ทั้งวัยรุ่น คนทำงาน และเครือข่ายภาคประชาชน ขับเคลื่อนการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หนุนรวมพลังทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาข่าวปลอม สร้างความเชื่อมั่นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย
วันนี้ (30 พ.ค. 65) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้มอบหมายให้นายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธาน การจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม จ.สุราษฎร์ธานี
นายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในปี 65 นี้ มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา วัยทำงาน ผู้สูงอายุ หน่วยงานต่างจังหวัด และภาคประชาชน อาทิ กลุ่มวิทยุอาสาสมัครสมาคมวิทยุสื่อสาร กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เพื่อให้ตรงประเด็นการสื่อสาร เพิ่มการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการแก้ปัญหาข่าวปลอม สร้างความเชื่อมั่นต่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย
โดยมุ่งต่อยอดการขยายผลสร้างการรับรู้ รู้เท่าทัน และขับเคลื่อนการตรวจสอบเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาและข่าวสารที่เผยแพร่อยู่ในอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะข้อมูลที่บิดเบือนและปัญหาข่าวปลอม อันจะช่วยภาครัฐสามารถชี้แจงทำความเข้าใจ และเผยแพร่ความถูกต้องให้กับประชาชน
ทางด้านภาพรวมสถานการณ์ปัญหาข่าวปลอมในภาคใต้ จากสถิติที่รวบรวมโดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม อย่างต่อเนื่องถึงเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 65 พบว่า ข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นลำดันต้นๆ อยู่ในหมวดข่าวสุขภาพ โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดที่ผ่านมา โดยข่าวปลอม 10 อันดับที่มีผู้สนใจมากสุด ได้แก่
1.คลิปเสียงอ้าง รพ. แห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2.เรื่อง BRN อิสลามใต้ประกาศยึดรัฐปัตตานีบนเวที UN 3.เรื่อง สสจ. กระบี่ ยอมรับ นทท.จีนป่วยอื้อ อยู่ในข่ายเฝ้าระวังกว่า 100 ราย 4.ไวรัสโคโรนามาถึงหนองอุก เป็นไกด์จากภูเก็ต ตอนนี้รักษาตัวที่ รพ.ในเชียงใหม่ 3 คน 5.เขื่อนพนังกั้นน้ำแตกที่ จ.ตรัง
6.เรื่อง รพ. แห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช พบนักเรียนติดเชื้อไวรัส COVID-19 จากเพื่อนที่พักร่วมห้อง 7.พบผู้เสียชีวิต 1 ราย จาก COVID-19 ในจังหวัดนครศรีธรรมราช 8. ลือว่อน! แพทย์ภูเก็ตขาดแคลนหน้ากากอนามัย 9. ลือพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 2 ราย และ 10. เรื่อง จ.ภูเก็ต พบผู้เสียชีวิตตามที่สาธารณะเป็นจeนวนมาก
นายทศพล กล่าวว่า ปัจจุบันกระทรวงดิจิทัลฯ โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้มีการร่วมงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบด้วย ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง (ANSCOP) (ศตปค.ตร.) มีการรับแจ้งความทางออนไลน์ โดยทุกภาคส่วนจะระดมทุกกลยุทธ์เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันสื่อลวง ทั้งในแง่ของการจัดการกับข่าวปลอม และการปราบปรามดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดตามกฎหมายกรณีเป็นการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
“คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 65 เห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ พ.ศ. …. จะให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ ใน 3 ระดับ” นายทศพลกล่าว
ประกอบด้วย 1.ศูนย์ประสานงานกลาง จัดตั้งโดยกระทรวงดิจิทัลฯ มีอำนาจและหน้าที่ประสานงานกับศูนย์ประสานประจำกระทรวงและศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด ในการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวปลอม และสร้างเครือข่ายอาสาสมัครสอดส่องดูแลข้อมูลข่าวสารปลอมบนสื่อสังคมออนไลน์
2.ศูนย์ประสานงานประจำกระทรวง มีอำนาจและหน้าที่รับแจ้งข้อมูลที่สงสัยว่าอาจเป็นข่าวปลอมเพื่อตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริง โดยให้ปลัดกระทรวง ตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข่าวปลอม ประชาสัมพันธ์ข่าวปลอม และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
และ 3.กระทรวงมหาดไทย จัดตั้งศูนย์ประสานงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อเท็จจริงทางสื่อสังคมออนไลน์ประจำจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมายทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์ มีอำนาจและหน้าที่รับแจ้งข้อมูลที่สงสัยว่าอาจเป็นข่าวปลอม เพื่อตรวจสอบและพิจารณาเนื้อหา ชี้แจงให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวปลอม และดำเนินการตามกฎหมายผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ขอฝากเครือข่ายทุกท่านเป็นหูเป็นตา และหากพบว่ามีเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย เช่น พนันออนไลน์ ลามกอนาจาร หมิ่นสถาบัน ละเมิดลิขสิทธิ์ และเข้าข่ายผิดกฎหมายอาหารและยา เป็นต้น กระทรวงฯ จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยยื่นเรื่องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ลบข้อมูลหรือ การหลอกลวงออนไลน์ และภัยจากแก๊ง Call Center ให้แจ้งมาที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 หรือสายด่วน 1441
***********************