วันนี้ (9 มิ.ย. 65) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี “บันทึกข้อตกลงยกระดับความร่วมมือ การพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 12 กระทรวง ในการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยเพิ่มทักษะและความรู้ พร้อมปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงฝ่ากระแสยุค Next Normal
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงยกระดับความร่วมมือนี้ มีกำหนดระยะเวลาความร่วมมือระหว่างปี 2565 – 2570 โดยกระทรวงที่อยู่ภายใต้ความร่วมมือ ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงวัฒนธรรม
ทั้งนี้ เป็นนโยบายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 อย่างมีคุณภาพตามหลักกลยุทธ์ 4 H ได้แก่ เก่ง (Head) ดี (Heart) มีทักษะ (Hand) และแข็งแรง (Health) ภายใต้การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน (Home) มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมาย ในระดับเด็กและเยาวชน อายุ 6- 25 ปี โดยครอบคลุมถึงเด็กกลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส
“หนึ่งในวัตถุประสงค์สำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่าง 12 กระทรวงฯ ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ก็คือ เพื่อพัฒนาให้เด็กไทยได้เรียนรู้ และได้รับการพัฒนาแบบบูรณาการ มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อย่างครอบคลุมและครบวงจร ทั้งทักษะคิดวิเคราะห์ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยี เชื่อมต่อกับวิถีโลกการทำงาน รวมถึงส่งเสริมให้ครอบครัวและชุมชนมีความเข้มแข็ง และมีความพร้อมในการเข้ามามีส่วนร่วม หรือมีบทบาทในการจัดการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียนที่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลง และเรียนรู้วิถีชีวิตต่อไป (Next Normal)” นายชัยวุฒิกล่าว
นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งขาติ (สดช.) กล่าวว่า ขอบเขตบทบาทการทำงานของกระทรวงดิจิทัลฯและหน่วยงานในสังกัดจะมุ่งที่ 2 ภารกิจหลัก ได้แก่ 1.พัฒนาศักยภาพสร้างความตระหนักรู้ และยกระดับทักษะด้านดิจิทัลให้กับประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา แรงงานในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงผู้สูงวัยและผู้พิการ และ 2.ส่งเสริมสนับสนุนดำเนินการจัดกิจกรรมกับกลุ่มเด็กวัยเรียน เยาวชน ให้คนรุ่นใหม่รู้ทันภัยข่าวปลอม(Anti Fake news)
______________