Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
“รมว.ดีอีเอส” ชี้มาตรการยกเว้นภาษี Capital Gain Tax ช่วยดึงดูดการลงทุน หนุนสตาร์ทอัพไทยเติบโต พร้อมก้าวสู่ระดับสากล


              รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ชี้มาตรการยกเว้นภาษี หรือ Capital Gain Tax จะช่วยดึงดูดการลงทุน ทำให้สตาร์ทอัพสามารถระดมทุนได้เพิ่มขึ้น เพิ่มโอกาสการเติบโตของดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย พร้อมก้าวสู่ระดับสากล อีกทั้งช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคเศรษฐกิจของไทย และเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมูลค่าสูงต่อไป

 

            วันนี้ (20 มิถุนายน 2565) ที่กระทรวงดิจิทัลฯ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการยกเว้นภาษี หรือ Capital Gain Tax เป็นเวลา 10 ปีแก่นักลงทุนไทยและต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยภายใต้ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยจะต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่า 24 เดือนตามที่ กระทรวงการคลัง โดย กรมสรรพากร เสนอ ซึ่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๗๕๐) พศ. ๒๕๖๕ (มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในวิสาหกิจเริ่มต้น) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น

 

            นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อสตาร์ทอัพสัญชาติไทย โดยเฉพาะสตาร์ทอัพในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมพัฒนาคนและการศึกษา ฯลฯ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจสำคัญของ กระทรวงดิจิทัลฯ โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ที่ต้องการส่งเสริมและยกระดับศักยภาพของดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาเครือข่ายและระบบนิเวศสตาร์ทอัพ (Startup Ecosystem) เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตของดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย พร้อมก้าวสู่ระดับสากล ซึ่งถือเป็นแผนงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

 

            “มาตรการยกเว้นภาษี Capital Gain Tax โดยความร่วมมือระหว่าง กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และ ดีป้า จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนไทยและต่างชาติผ่านธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) สนับสนุนให้สตาร์ทอัพไทยสามารถระดมทุนได้เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดสตาร์ทอัพรายใหม่ อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานในประเทศ ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคเศรษฐกิจของไทย เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจดิจิทัลมูลค่าสูงต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าว

 

             ทั้งนี้สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ประเมินว่า มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการระดมทุนในสตาร์ทอัพจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในสตาร์ทอัพไทยมากกว่า 3.2 แสนล้านบาทภายในปี 2569 เกิดการจ้างงานเพิ่มกว่า 4 แสนตำแหน่ง และก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 7.9 แสนล้านบาท

 

*********************



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.