นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ประธานกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ค.ต.ป.ดศ.) เป็นประธานการประชุม ค.ต.ป.ดศ. ครั้งที่ 2/2566 พร้อมทั้งนำคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานโครงการตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปี 2566 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 9 – 11 กุมภาพันธ์ 2566 โดยได้มีการประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานภายใต้กระทรวงฯ ในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานสถิติจังหวัดภูเก็ต ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก/สถานีอุตุนิยมวิทยาภูเก็ต สำนักงานไปรษณีย์เขต 8 ภูเก็ต ส่วนขายและบริการลูกค้า ภูเก็ต บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สาขาภาคใต้ตอนบน) เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการฯ ตามประเด็นการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปี 2566 และโครงการอื่นที่สำคัญของกระทรวงดิจิทัลฯ รวมทั้งรับฟังปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงานต่าง ๆ อาทิ โครงการ Smart City การให้บริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) โครงการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีแก่วิสาหกิจชุมชนด้านเกษตรและท่องเที่ยว โครงการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน โครงการจัดทำระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐ (Government Data Catalog) การขับเคลื่อนการพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัลในจังหวัดภูเก็ต โครงการ e-Commerce ชุมชน การดำเนินงานด้านอุตุนิยมวิทยาและการพยากรณ์ เป็นต้น พร้อมให้ข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงฯ ณ ห้องประชุม IOT AND SMART CITY ส่วนขายและบริการลูกค้า ภูเก็ต บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับรายงานว่าการดำเนินงานของทุกหน่วยงานเป็นไปตามแผนกำหนด
นอกจากนี้ ค.ต.ป.ดศ. ยังได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน/การใช้ประโยชน์โครงการต่างๆ ได้แก่ โครงการพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และสำนักงานสถิติจังหวัด จัดกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลสำหรับอาสาสมัครเพื่อยกระดับการดูแลด้านสังคมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ศูนย์ดิจิทัลชุมชนตำบลรัษฎา อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดภูเก็ตแห่งที่ 2 ต.รัษฎา อ.เมือง โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ประกอบด้วย อาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการศูนย์ฯ ซึ่งเป็นการเรียนรู้การใช้ประโยชน์ภายในศูนย์ดิจิทัลชุมชน การเรียนรู้หลักสูตรการพัฒนา อสด. ด้วยการอบรมทักษะการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) การใช้งานแอปพลิเคชัน อสด. รวมถึงการขยายผลองค์ความรู้สู่ประชาชนต่อไป
พร้อมทั้งได้ตรวจเยี่ยมการใช้ประโยชน์ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเทศบาลตำบลฉลอง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลฉลอง อ.เมือง พบว่าศูนย์ฯ ดังกล่าวมีเฉพาะเจ้าหน้าที่ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ เท่านั้นที่เข้ามาใช้งาน เนื่องจากจุดที่ตั้งไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้งานได้ โดยคณะ ค.ต.ป.ดศ. ได้แจ้งสถิติจังหวัดภูเก็ตให้ประสานงานกับ สดช. ในฐานะเจ้าของโครงการฯ และเทศบาลตำบลฉลองเพื่อพิจารณาเรื่องการใช้งานศูนย์ฯ ให้เกิดประโยชน์ตามเจตนารมณ์ของโครงการฯ ต่อไป
จากนั้นได้เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานระบบ City Data Platform ของเทศบาลเมืองป่าตอง และระบบ CCTV Smart Gate Face Recognition ของศูนย์ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ณ ศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ (Intelligent Operation Center: IOC) เทศบาลเมืองป่าตอง อ.กระทู้ ซึ่งผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอบทบาท City Data Platform ของเทศบาลเมืองป่าตองในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความเป็นอยู่ ด้านคมนาคม ด้านความปลอดภัย พร้อมนำเสนอมุมมองการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในหลากหลายมิติที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนโครงการด้านข้อมูลของเมือง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้เกิดความยั่งยืนต่อไป โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สศด.) สาขาภาคใต้ตอนบน ได้ให้การส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ ภายใต้โครงการภูเก็ตเมืองอัจฉริยะ (Phuket Smart City) ซึ่งเกิดประโยชน์ต่อจังหวัดภูเก็ตทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก รวมทั้งได้ร่วมมือกับกลุ่ม Startup ในพื้นที่ในการเชื่อมโยงข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา/การพยากรณ์สภาพอากาศ มานำเสนอในรูปแบบ/แพลตฟอร์มที่ประชาชนสามารถเข้าถึง/เข้าใจง่าย และนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวสามารถดูข้อมูลสภาพอากาศในพื้นที่การท่องเที่ยวเพื่อใช้วางแผนการเดินทางได้
ตลอดจนได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการระบบควบคุมการฟีดอาหารปลาในกระชังอัจฉริยะ ของ สศด. ซึ่งได้ส่งเสริมและสนับสนุนผ่านมาตรการช่วยเหลือหรืออุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community) ให้กับวิสาหกิจชุมชนประมงชายป่าเลนเกาะพร้าว ที่ประกอบธุรกิจกระชังเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเล อาทิ ปลา Black Salmon ปลากระพงขาว หอยมุก กุ้งมังกร ปูม้า หอยแมลงภู่ ปลานีโม ปลาหมอ และสาหร่ายพวงองุ่น รวมทั้งยังเป็นศูนย์เผยแพร่ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลในกระชังแบบผสมผสาน สำหรับสัตว์น้ำมีการนำมาแปรรูปเป็นอาหาร รวมทั้ง
ทำเป็นเครื่องประดับ และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
สำหรับระบบควบคุมการฟีดอาหารปลาในกระชังอัจฉริยะ เป็นระบบควบคุมการให้อาหารและสั่งงานควบคุมไร้สายระยะไกล พร้อมด้วยระบบกลไกการฟีดอาหารแบบเฟืองเกลียว ทำให้ได้ปริมาณอาหารที่แน่นอนคงที่ ชุมชนสามารถติดตามและสั่งการให้อาหารแบบ Real-time กำหนดปริมาณการให้อาหารในแต่ละครั้ง มีระบบรายงานการแจ้งเตือนการให้อาหารผ่านระบบ Line แจ้งเตือนอาหารหมด และคำนวณปริมาณการให้อาหารล่วงหน้า สามารถดูกราฟข้อมูลการให้อาหารย้อนหลังต่อเดือนและรอบการเลี้ยงและการสรุปปริมาณอาหาร ซึ่ง โครงการดังกล่าวสามารถช่วยชุมชนลดต้นทุนค่าใช้จ่ายการจ้างแรงงาน อีกทั้งยังมีรายได้เพิ่มมากขึ้นจากคุณภาพและน้ำหนักปลาที่เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ ค.ต.ป.ดศ. เห็นว่า การดำเนินงานโครงการต่างๆ ของ สศด. โดยเฉพาะระบบ City Data Platform ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อจังหวัดภูเก็ตในทุกมิติ ซึ่งควรมีการขยายผลไปทั่วประเทศ
_________________