Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ดีอี ผนึก ตำรวจไซเบอร์ แก้ปัญหาภัยออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม


นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ดีอี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒนครบัญชา ผบช.สอท. เร่งแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะกรณีแก๊งคอลเซนเตอร์และการพนันออนไลน์ทุกรูปแบบ ด้วยการตั้งศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 ตั้งแต่ 1 พ.ย. 66 ที่ผ่านมา เพื่อให้เป็น One Stop Service แก้ปัญหาออนไลน์แก่ประชาชน โดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมี War-room เพื่อใช้บูรณาการในการติดตามสถานการณ์ สั่งการ ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามโจรออนไลน์อย่างทันเวลา โดยเน้นมาตรการเชิงรุก คือ “ระงับ” หรือ “อายัด” บัญชีของคนร้ายให้แก่ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงออนไลน์ทันที โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

1. ติดตามสถานะการแก้ไขปัญหาให้ผู้เสียหายทุกขั้นตอนได้ทันที

2. เร่งรัดการติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายให้เร็วที่สุด

3. เพิ่มประสิทธิภาพการจับกุม การดำเนินคดี และการขยายผลคดี โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยในการดำเนินการ

4. เริ่มบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เมื่อได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย

ทั้งนี้ จากความร่วมมือกันทำงานอย่างเข้มข้น ได้นำมาสู่การแถลงปฏิบัติการ Cyber Guardian เป็นการบุกตรวจค้นจับกุมผู้กระทำผิดจำนวน 4 กรณี

1. กรณีจับกุมแก๊งหลอกโหลดแอปดูดเงิน อายัดเงินได้ทัน 9.6 แสนบาท เพื่อคืนผู้เสียหาย สำหรับพฤติกรรมคนร้ายในการหลอกลวงให้ผู้เสียหายโหลดแอปพลิเคชันนั้น คนร้ายได้โทรศัพท์มาหลอกลวงผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง แจ้งว่ารัฐบาลจะให้รับเงินบําเหน็จ บํานาญ เดือนละ 2 ครั้ง และจะช่วยดําเนินการให้ จากนั้นคนร้ายให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ แล้วมีการให้ทําตามขั้นตอนที่คนร้ายบอก ปรากฏว่าโทรศัพท์เครื่องค้างไม่สามารถปิดเครื่องหรือทําอะไรได้ ผู้เสียหายจึงรีบเดินทางไปที่ธนาคารและพบว่าเงินในบัญชีธนาคาร 2 บัญชีถูกโอนไปยังบัญชีคนร้าย 5 ครั้ง

2. กรณีจับกุมเครือข่ายพนันออนไลน์ Slotkub พบเงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท พบการกระทำผิดในการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ จำนวน 3 เว็บไซต์ ได้แก่ slotkub789.com, slotkub88.com และ like365.com ซึ่งเครือข่ายดังกล่าว มีสมาชิกผู้เล่นรวมกันกว่า 100,000 คน มียอดเงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาทต่อปี จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ทั้ง 3 เว็บไซต์ดังกล่าวนั้น เป็นเครือข่ายเดียวกัน จึงได้ลงพื้นที่หาข้อมูลพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออำนาจศาลออกหมายหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด รวมจำนวน 10 ราย โดยมีทั้ง เจ้าของเว็บไซต์ โปรแกรมเมอร์ เจ้าหน้าที่ดูแลการเงิน และบัญชีม้า นอกจากนี้ ยังได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาล เพื่อเข้าตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง กระทั่งเช้ามืดของวันที่ 13 ธันวาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตํารวจไซเบอร์ได้ระดมกำลังเพื่อเข้าตรวจค้นเป้าหมาย และจับกุมผู้กระทําความผิดที่เกี่ยวข้อง โดยได้เข้าตรวจค้นพื้นที่ทั้งหมด จำนวน 6 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องได้หลายรายการ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

3. กรณีบุกค้นโกดังใหญ่ย่านบางบอน ขยายผลจากกรณีจับตัวการส่งพัสดุ หลอกเก็บเงินปลายทาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บุกตรวจค้นโกดังสินค้าขนาดใหญ่ย่านบางบอน ขยายผลจากกรณีจับกุมตัวการตีเนียนส่งพัสดุหลอกเก็บเงินปลายทางโดยที่ไม่ได้สั่งซื้อ และส่งสินค้าที่ไม่ตรงปกเพื่อหลอกเก็บเงินปลายทาง ตำรวจไซเบอร์ได้เร่งกวาดล้างจับกุมผู้กระทำผิด โดยสืบเนื่องจาก ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center) หรือ AOC 1441 ได้รับร้องเรียนจากการประชาชนเป็นจำนวนมาก ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการเรียกเก็บเงินค่าพัสดุปลายทางโดยที่ไม่ได้สั่งซื้อ หรือ เคยสั่งซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มบนโซเชียล แต่ไม่ได้รับสินค้าตรงตามที่ได้สั่งซื้อ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุมนายอนุศาสน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ซึ่งได้ใช้แพลตฟอร์ม TikTok จำนวน 4 บัญชีในการขายสินค้า มีการส่งพัสดุในรอบ 1 เดือน ประมาณ 8,000 ชิ้น และมีพัสดุตีกลับประมาณ 47 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังมียอดระงับการเก็บเงินปลายทางกว่า 8 แสนบาท จึงได้นำตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดี ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลแขวงบางบอน เข้าตรวจค้นโกดังสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ในซอย เอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร พบนางสาวกัญญารัตน์ อายุ 24 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ อ้างว่าเป็นผู้ดูแล โดยได้ให้ความร่วมมือพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในโกดังดังกล่าว จากการตรวจค้นพบของกลางสินค้านำเข้าจากประเทศจีนที่ไม่มีมาตรฐานกว่า 30 รายการ รวมทั้งสิ้นกว่า 4 พันชิ้น อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำหอม ครีมทาผิว และสินค้าอื่นๆ อีกหลายรายการ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมจะทำการขยายผลเพิ่มเติมจากหลักฐานที่ได้จากปฏิบัติการดังกล่าวต่อไป

4. กรณีจับแก๊งรับจ้างตัดต่อภาพลามกอนาจารผ่านกลุ่มลับแอป VK โดยใช้ชื่อบัญชี “รบกวนตัดออกให้ที” ซึ่งมีผู้ติดตามประมาณ 1.2 แสนราย นอกจากนี้ ยังมีการโพสต์ข้อความรับจ้างตัดต่อภาพผู้อื่นให้เป็นภาพโป๊เปลือย หรือรับเข้าเป็นสมัครชิกกลุ่มวีไอพีชื่อ “ชุมชนช่างตัดเสื้อ” รวมทั้งเปิดให้เช่าใช้งานโปรแกรม AI สำหรับตัดต่อภาพโป๊เปลือย โดยรับชําระเงินผ่านระบบทรูมันนี่ วอลเล็ท ในรูปแบบของอั่งเปา ทั้งนี้ สมาชิกที่เสียเงิน สามารถดูภาพตัดต่อโป๊เปลือยของผู้อื่น ซึ่งถูกตัดต่อไว้แล้วโดยใช้โปรแกรมระบบ AI หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” โดยมีแอดมินที่เชื่อว่ามีความรู้ความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดีในการทําหน้าที่ควบคุมกลุ่มดังกล่าว

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน สามารถนําไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาได้จํานวน 2 ราย ซึ่งเป็นผู้รับผลประโยชน์จากการร่วมกันกระทําความผิดดังกล่าว โดยในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 2 ราย พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการกระทําความผิด นอกจากนี้ จากการสืบสวนยังพบอีกว่า คนร้ายดังกล่าวมีพฤติกรรมนําภาพของผู้อื่นมาตัดต่อให้มีลักษณะโป๊เปลือยและนําเข้าข้อมูลภาพดังกล่าวลงในกลุ่มในลักษณะลามกอนาจารแล้วหลายราย ทั้งดารา และบุคคลที่มีชื่อเสียง โดยการตัดต่อเป็นภาพลามกและนําไปโพสต์ขายในสื่อสังคมออนไลน์เป็นการกระทําความผิดหลายข้อหา ได้แก่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 (1) และ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์14(4) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับและมาตรา 16 นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติมหรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทําให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิน 200,000 บาท

“ผมและพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน มีความมุ่งมั่นที่จะกวาดล้างอาชอาญกรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ ทั้งเว็บไซต์พนันออนไลน์ หลอกโหลดแอป และอื่นๆ เพื่อลดความเสียหายและลดความเสี่ยงให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน รวมทั้งหามาตรการใหม่ๆ เพื่อยับยั้งการทำงานของมิจฉาชีพด้วย และบูรณาการการทํางานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เมื่อได้รับแจ้งจาก ผู้เสียหาย” นาย ประเสริฐ กล่าว


ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถโทรปรึกษาสายด่วน
AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

----------------------------------------------------



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.