วันนี้ (24 มกราคม 2567) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดและปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา Thailand 2024 The Great Challenges เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สังคมรับทราบแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในปี 2567 และให้เกิดความร่วมมือกันในการขับเคลื่อนประเทศ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วม จัดโดยหนังสือพิมพ์มติชน ณ ห้องอินฟินิตี้ ชั้น G โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ
ด้าน นายประเสริฐ หรือ รมว.ดีอี ร่วมนำเสนอแนวคิดการเพิ่มรายได้ผ่านแผนงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ ‘The Growth Engine of Thailand’ ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจดิจิทัลถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ซึ่งเศรษฐกิจดิจิทัลจะเป็นส่วนช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมสามารถขยายตัวได้ประมาณ 15-30% โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่า กระทรวงดีอี จะเป็นกระทรวงที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยผ่านแผนงานสำคัญอย่าง ‘The Growth Engine of Thailand’ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ (Thailand Competitiveness) ผ่านความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
ปัจจุบัน รัฐบาล โดย กระทรวงดีอี และเครือข่ายพันธมิตรกำลังดำเนินนโยบาย Cloud First Policy หรือบริการคลาวด์กลางที่จะรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายหน่วยงานของรัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและค่าใช้จ่าย
พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) รวมถึงการมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) เพื่อสร้างอาชีพใหม่ให้กับเกษตรกรและชุมชนในชนบท เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน อีกด้วย
โดยในปี 2567 ดีอี ยังคงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการยกระดับดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย รวมถึงการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งจะบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา One ID หรือ Thailand Super App แอปพลิเคชันที่เป็นของคนไทย โดยจะเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลและบริการต่าง ๆ จากภาครัฐ เพื่อสร้างความสะดวกให้กับประชาชน และคาดการณ์ว่าขีดความสามารถด้านดิจิทัลของประเทศใน 2568 จะขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 30 ของโลก และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Digital Hub) ต่อไป
_____________________________