Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
“ดีอี” รุด หารือกัมพูชายกเครื่องกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์

“ดีอี” รุด หารือกัมพูชายกเครื่องกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วานนี้ (18 มีนาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมด้วย นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ นางสาวเอกอร คุณาเจริญ อัครราชทูต และพลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงาน กสทช. และสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมหารือทวิภาคี กับ H.E. Chenda Thong ประธานหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (Telecommunication Regulator of Cambodia หรือ TRC) และคณะ ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา

ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ โดยเป็นการยกระดับการดำเนินการเพื่อปราบปรามแก๊ง Call Center และ Online Scam ซึ่งเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการยกระดับความร่วมมือและการดำเนินงานของอาเซียนในการจัดการและรับมือกับปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ โดยจากการประชุมหารือทวิภาคี ไทยได้แลกเปลี่ยนแนวทางในการดำเนินงานร่วมกับกัมพูชา ซึ่งพบว่าหลายเรื่องมีแนวทางดำเนินการคล้ายกัน แต่มีข้อสังเกตว่ากัมพูชามีแนวทางในการปิดกั้น URL ที่เข้าข่ายหลอกลวง และการส่งข้อมูลให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมและ ISP ดำเนินการปิดกั้นที่มีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องมีหมายศาล ซึ่งแนวทางนี้ไทยสามารถนำกลับไปปรับใช้ได้เพื่อให้เกิดการปิดกั้นได้ทันที ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ได้มีการหารือกับนายเชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครข้าราชทูต ณ กรุงพนมเปญ พบว่า ปัจจุบันคนไทยที่ข้ามมาทำงานในกัมพูชาจำนวนมาก อาจจะไม่ใช่เหยื่อ และอาจจะมีการทำความผิดอาญาในประเทศไทย แต่ยังไม่หลักฐานที่ชัดเจน สถานทูตไทยจึงได้มีการตกลงที่จะสนับสนุนงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย การตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับแก๊ง Call Center การหลอกลวงออนไลน์ โดยจะให้ข้อมูลคนไทยที่ข้ามมาทำงาน เพื่อให้มีการวิเคราะห์ ตรวจสอบในเชิงลึกที่จะสามารถเข้าถึงการใช้บัญชีม้า รวมถึงเป็นกลไกสำคัญที่จะใช้ในการติดตามการฟอกเงินเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป

ด้านประธาน TRC กล่าวว่า ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เป็นเรื่องที่รัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญเพราะกัมพูชาประสบปัญหาเช่นเดียวกับไทย ที่ผ่านมาเกิดความเสียหายอย่างมาก และมีรูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยกัมพูขาต้องการมีความร่วมมือกับไทยในการจัดการแก้ไขปัญหา พร้อมกันนี้ได้กล่าวชื่นชมการทำงานของไทยในการเสนอเรื่อง Anti Online Scam ในเวทีอาเซียน ทั้งนี้ กัมพูชาพร้อมจะให้ความร่วมมือกับไทยเกี่ยวกับปัญหาที่คนไทยข้ามแดนไปทำงานเป็นแก๊ง Call Center ปัญหาบัญชีม้า และในกรณีที่มีการจับและส่งตัวกลับหรือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีชั้นความลับ หรืออาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เห็นควรให้ประสานงานกับสถานทูตไทยในกัมพูชา และเพื่อให้การดำเนินการในเรื่องนี้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันให้มีแพลตฟอร์มในการติดต่อระหว่างกัน

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในการขยายกรอบความร่วมมือเดิม โดยจัดทำความร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MOU) ฉบับใหม่ เพื่อขยายขอบเขตของความร่วมมือ ที่จะทำให้ทั้งไทยและกัมพูชาสามารถทำหลาย ๆ เรื่องในการป้องกันภัยจากเทคโนโลยีได้เพิ่มมากขึ้น และเห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน นอกจากนี้ จากการหารือกัมพูชายินดีร่วมกันแก้ไขปัญหาสถานีสัญญาณโทรคมนาคม ผิดกฎหมายบริเวณชายแดน โดยสำนักงาน กสทช. จะประสานงานกับทาง TRC และในด้าน Cybersecurity สกมช. ยินดีสนับสนุนการยกร่างกฎหมาย Cybersecurity ของกัมพูชา และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ThaiCERT และ CamCERT ที่ดีระหว่างกัน

 

--------------------------------------------------



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.