
สถาบันการจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development: IMD) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านการบริหารจัดการระดับนานาชาติในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ทำการเผยแพร่รายงานการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล (World Digital Competitiveness Rankings: WDCR) ซึ่งเป็นการประเมินขีดความสามารถการพัฒนาด้านดิจิทัลของแต่ละประเทศที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งและจุดอ่อน และสามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลให้แข็งแกร่งขึ้น
นอกจากนี้ ผลการจัดอันดับ WDCR ยังช่วยให้รัฐบาลและภาคธุรกิจสามารถระบุจุดอ่อนของตนเองและกำหนดนโยบายที่เหมาะสมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางดิจิทัล ประเทศที่มีอันดับสูงมักมีระบบการศึกษาและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง รวมถึงมีความคล่องตัวทางธุรกิจและการบริหารจัดการที่สามารถปรับตัวได้รวดเร็วรายงานฉบับนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของแต่ละประเทศให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 สถาบันการจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development: IMD) ประกาศผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล (World Digital Competitiveness Rankings: WDCR) ประจำปี 2568 โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับ อยู่ที่ 38 จาก 69 ประเทศ (เดิมอันดับที่ 37 จาก 67 ประเทศ ในปี 2567 ลดลงจากเดิม 1 อันดับ) โดยในปีนี้มีจำนวนประเทศเพิ่มขึ้น 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศเคนย่า อันดับที่ 62 และประเทศนามิเบีย อันดับที่ 66 และมีตัวชี้วัด WDCR จำนวน 61 ตัวชี้วัด ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเพิ่มใหม่ 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับการประกาศเผยแพร่ (AI-related patent publications) และ การลงทุนภาคเอกชนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI private investment) โดยประเทศไทยยังคงอยู่ในอันดับ 3 ของกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน ตามหลัง สิงคโปร์ และมาเลเซีย และยังคงอยู่ในอันดับ 10 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา
ประเทศไทยมีอันดับปัจจัยหลักดีขึ้น 1 ด้าน คือ ด้านองค์ความรู้ (Knowledge)โดยมีอันดับดีขึ้น 3 อันดับ ในขณะที่ปัจจัยหลักด้านเทคโนโลยี (Technology) มีอันดับลดลง 6 ลำดับ และด้านความพร้อมในอนาคต (Future Readiness) มีอันดับลดลง 4 อันดับ จึงทำให้ภาพรวมการจัดอันดับของประเทศไทยลดลง


