Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และนางณัฎฐ์ณัชชา ไชยประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกฎหมาย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนการควบรวมกิจการของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563 ณ ห้อง Think Big ชั้น 20 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อาคารเดอะ ไนน์ ทาวเวอร์ แกรนด์ พระรามเก้า (อาคารบี) กรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้ กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้มีมติเห็นชอบการควบรวมกิจการ CAT กับ TOT แล้วโดยใช้ชื่อเป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ National Telecom (NT) ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันเดียวกัน                                                                                                               *******************************

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และนางณัฎฐ์ณัชชา ไชยประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกฎหมาย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนการควบรวมกิจการของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2563 ณ ห้อง Think Big ชั้น 20 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ อาคารเดอะ ไนน์ ทาวเวอร์ แกรนด์ พระรามเก้า (อาคารบี) กรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้ กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ได้มีมติเห็นชอบการควบรวมกิจการ CAT กับ TOT แล้วโดยใช้ชื่อเป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ National Telecom (NT) ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันเดียวกัน                                                                                                              *******************************

มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 กำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เรียกโดยย่อว่า “กกม.” ประกอบด้วยมาตรา 13  กำหนดให้ กกม. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ ติดตามการดำเนินการตามนโยบายและแผนตามมาตรา 9 (1) และมาตรา 42 ดูแลและดำเนินการเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง ตามมาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63  มาตรา 64  มาตรา 65 และมาตรา 66 กำกับดูแลการดำเนินงานของศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และการเผชิญเหตุและนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ กำหนดประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อันเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำในการดำเนินการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ รวมทั้งกำหนดมาตรการในการประเมินความเสี่ยง การตอบสนองและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ เมื่อมีภัยคุกคามทางไซเบอร์หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญหรืออย่างร้ายแรงต่อระบบสารสนเทศของประเทศ เพื่อให้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กำหนดหน้าที่ของหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ และหน้าที่ของหน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแล โดยอย่างน้อยต้องกำหนดหน้าที่ให้หน่วยงานควบคุมหรือกำกับดูแลต้องกำหนดมาตรฐานที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ของแต่ละหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ และหน่วยงานของรัฐ กำหนดระดับของภัยคุกคามทางไซเบอร์ พร้อมทั้งรายละเอียดของมาตรการป้องกัน รับมือ ประเมิน ปราบปราม และระงับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในแต่ละระดับเสนอต่อคณะกรรมการ วิเคราะห์สถานการณ์ และประเมินผลกระทบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาสั่งการ เมื่อมีหรือคาดว่าจะมีภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรงขึ้นในการกำหนดกรอบมาตรฐานตามวรรคหนึ่ง (ข้อ 4) ให้คำนึงถึงหลักการบริหารความเสี่ยง โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยวิธีการและมาตรการ ดังต่อไปนี้(1) การระบุความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นแก่คอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ ทรัพย์สินและชีวิตร่างกายของบุคคล(2) มาตรการป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น(3) มาตรการตรวจสอบและเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์(4) มาตรการเผชิญเหตุเมื่อมีการตรวจพบภัยคุกคามทางไซเบอร์(5) มาตรการรักษาและฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากภัยคุกคามทางไซเบอร์  

มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เรียกโดยย่อว่า “กบส.” เพื่อดูแลงานด้านกิจการบริหารงานทั่วไปของสำนักงาน ประกอบด้วยมาตรา 27 กำหนดให้ กบส. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ กำหนดนโยบายการบริหารงาน และให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานของสำนักงาน ออกข้อบังคับว่าด้วยการจัดองค์กร การเงิน การบริหารงานบุคคล การบริหารงานทั่วไป การพัสดุ การตรวจสอบภายใน รวมตลอดทั้งการสงเคราะห์และสวัสดิการต่าง ๆ ของสำนักงาน อนุมัติแผนการใช้จ่ายเงินและงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงาน ควบคุมการบริหารงานและการดำเนินการของสำนักงานและเลขาธิการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง วินิจฉัยคำสั่งทางปกครองของเลขาธิการในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานของสำนักงาน ประเมินผลการดำเนินงานของสำนักงานและการปฏิบัติงานของเลขาธิการ ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของ กบส. หรือตามที่คณะกรรมการหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย       ในการปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง กบส. อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา เสนอแนะ หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ กบส. มอบหมายได้  ทั้งนี้ การปฏิบัติงานและการประชุมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กบส. กำหนด      กบส. อาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของสำนักงานเป็นที่ปรึกษา กบส.  ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด  



            นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในการประชุมหารือกับภาคธุรกิจและเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดสถานประกอบการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2563 ณ ห้องประชุม 521 สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ                ซึ่งที่ประชุมได้หารือถึงความก้าวหน้าของการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อรองรับการเปิดสถานประกอบการในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทางสุขภาพของประชาชนควบคู่กับการผ่อนคลายให้กับการดำเนินกิจกรรมประจำวันได้ภายใต้เงื่อนไขของประกาศจากทางราชการ ทั้งนี้ ระบบแอปพลิเคชันจะรองรับการใช้งานของผู้ประกอบการและภาคประชาชน โดยเป็นการบันทึกข้อมูลเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานประกอบการ มิใช่ระบบติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนแบบต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเพิ่มการคุ้มครองแก่ประชาชนที่อาจเข้าไปในพื้นที่ที่อาจพบผู้ติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ยังจะต้องมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาถึงความพร้อมของแอปพลิเคชันในมิติต่าง ๆ เพื่อรองรับการใช้งานในวงกว้างได้อย่างมีเสถียรภาพ รวมทั้งการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนทุกภาคส่วนต่อไป   **********************  

วันนี้ (1 พฤษภาคม 2563) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันฉัตรมงคล (4 พฤษภาคม 2563) โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมพิธีดังกล่าว ณ บริเวณโถง ชั้น ๙ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพฯ                                                    ---------------------------------------------------------------------------------




            วันนี้ (4 พฤษภาคม 2563) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2563 ณ อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง   *****************


           นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) แถลงข่าวเกี่ยวกับการเพิ่มมาตรการเน็ตบ้านฟรีช่วยประชาชนลดภาระค่าใช้จ่ายช่วงโควิด-19 ภายใต้กิจกรรม “ดีอีเอสช่วยประชาชนสู้ภัยโควิด-19” โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ (Fixed Broadband) แพ็กเกจ “เน็ตอยู่บ้าน” ความเร็ว 100/50 Mbps ให้กับประชาชนที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตบ้าน โดยจะติดตั้งและให้บริการแก่ประชาชนฟรีเป็นระยะเวลา 3 เดือน สำหรับแพ็กเกจ “เน็ตอยู่บ้าน” ความเร็วสูงสุด 100/50 Mbps ระยะเวลาสัญญาใช้บริการ 12 เดือน ได้จัดเตรียมรองรับประชาชนจำนวน 100,000 ราย ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนใช้งานฟรี 3 เดือน โดยฟรีค่าใช้จ่ายแรกเข้าและค่าติดตั้งสำหรับผู้ใช้บริการต่อเนื่องจนครบตามระยะเวลาในอัตรา 390.- บาท/เดือน ประชาชนที่สนใจสามารถสมัครรับสิทธิ์แพ็กเกจดังกล่าวได้ตั้งแต่ 15 พ.ค. – 31 ก.ค.63  ณ สำนักงานบริการลูกค้า CAT และ TOT, ช่องทางออนไลน์เว็บไซต์ www.CinternetBYCAT.com  Facebook : CinternetBYCAT  และ www.tot.co.th หรือสอบถามที่ CAT Contact Center 1322 และ TOT Contact Center 1100                      ทั้งนี้ กระทรวงดีอีเอสคำนึงถึงการรองรับสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบไปอีกระยะหนึ่ง โดยประชาชนที่ยังคงอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนอินเทอร์เน็ตบ้านจึงมีความจำเป็นโดยนอกจากรองรับการทำงานที่บ้าน (WFH) ยังรวมถึงกลุ่มนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเรียนตามปกติจะต้องเรียนออนไลน์เพิ่มขึ้น    **************    

7 พ.ค.63 ที่ บมจ.กสท โทรคมนาคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวแพ็คเกจพิเศษ "เน็ตอยู่บ้าน" ร่วมด้วย นายพิพัฒน์ ขันทอง กรรมการและ รก.กจญ. พ.อ.สรรพชัย หุวนันทน์ กจญ.แคท และนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร กจป.ไปรษณีย์ไทย โดยกระทรวงดีอีเอสร่วมกับ ทีโอที แคท ออกมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านโทรคมนาคมเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยสนับสนุนบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ แพ็คเกจ"เน็ตอยู่บ้าน" ความเร็ว 100/50 Mbps พร้อมเปิดให้ใช้ฟรี 3 เดือนแรก ซึ่งเมื่อใช้ฟรีครบ 3 เดือนแล้ว เดือนถัดไปจะเสียค่าบริการ 390 บาทต่อเดือน เปิดรับสมัคร 10 พ.ค.- 31 ก.ค.63 สอบถามโทร.1100 หรือ 1322                                                          ****************************************

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.