Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

                ศบค. ปลื้มร้านค้า/ประชาชน “ขานรับ” แพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” ไม่ถึง 6 ชม.ของการเปิดตัววันแรกมีร้านค้าลงทะเบียนผ่าน www.ไทยชนะ.com จำนวน 26,736 ร้านค้า มีประชาชนเช็คอินเข้าใช้บริการ 4,635 คนต่อนาที                  ผศ.(พิเศษ) นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะรองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการด้านข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และสื่อสังคมออนไลน์ ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่า ในวันแรกของการเปิดให้ร้านค้า/สถานประกอบการ ที่อยู่ในกลุ่มของกิจการ/กิจกรรม ตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 เข้ามาลงทะเบียนแพลตฟอร์มไทยชนะ ผ่านเว็บไซต์ www.ไทยชนะ.com ตั้งแต่เวลา 6.00 น. วันนี้ (17 พ.ค.63) ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งจากร้านค้า และประชาชนผู้ไปใช้บริการในการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19                  นอกจากนั้น ยังมี Line OA “ไทยชนะ” ไว้สำหรับในการติดต่อ แจ้งข่าวสารกรณีฉุกเฉิน ของการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมทั้งไว้ติดตามข่าวสารที่มาจากทางของรัฐอีกด้วย โดยทุกท่านสามารถเพิ่มเพื่อนได้เลย                  โดยช่วงครึ่งวันแรก มีจำนวนร้านค้าที่เข้ามาลงทะเบียนแล้ว 26,736 ร้านค้า โดยกรุงเทพฯ เป็นจังหวัดที่มียอดลงทะเบียนเป็นอันดับ 1 ขณะที่ภาพรวมของประชาชนทั่วไป มีจำนวนผู้เข้าใช้บริการเสร็จและเช็คเอาท์ออกจากระบบแล้ว 155.486 คน และมียอดประชาชนเช็คอินผ่าน QR Code ของร้านค้าจำนวนสูงถึง 4,635 คนต่อนาที (ตัวเลขอัพเดท ณ เวลา 11.30 น.)                  “ถือเป็นความร่วมมือร่วมใจกันทั้งของร้านค้าและประชาชน ขณะที่ในส่วนของระบบที่เราจัดเตรียมไว้ให้นั้น วันนี้ถือว่าผลงานดี ระบบไม่มีปัญหา และอยากย้ำว่า นี่คือระบบเดียวที่ราชการรับรอง มีการส่งต่อข้อมูลให้กรมควบคุมโรคโดยตรง ดังนั้นการควบคุมติดตามโรคก็เป็นความลับเฉพาะคน ไม่ต้องโพสต์ติดตามผ่านเฟซบุ๊กอย่างที่ผ่านมา” นพ.พลวรรธน์กล่าว                      สำหรับแพลตฟอร์มนี้จะเป็นช่องทางลงทะเบียนของร้านค้า/ผู้ประกอบการ ผ่านเว็บไซต์ www.ไทยชนะ.com  เมื่อกรอกข้อมูลสำคัญครบถ้วนและถูกต้อง รอการยืนยันผ่านอีเมล์ที่กรอกไว้ตอนลงทะเบียน โดยจะทราบผลไม่เกิน 24 ชั่วโมง และร้านค้าจะได้รับ QR Code เพื่อพิมพ์ติดไว้หน้าร้าน และตามจุดให้บริการของห้างสรรพสินค้า                     นพ.พลวรรธน์ กล่าวว่า จากผลงานวันแรกนี้พบว่ามีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย และยืนยันกลับเร็วมาก พร้อมกันนี้ ขอเน้นย้ำว่าจะไม่มีการยืนยันผ่านทางโทรศัพท์ เพื่อป้องกันร้านค้าไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงจากผู้ไม่ประสงค์ดี                     ขณะที่ ในส่วนประชาชนผู้เข้าไปใช้บริการ เพียงสแกน QR Code ที่ติดอยู่หน้าร้าน เช็คอิน และกรอกเบอร์โทรศัพท์ เมื่อใช้บริการเสร็จก็สแกน QR อีกครั้ง และเช็คเอาท์ เพื่อที่ผู้รอใช้บริการรายอื่นๆ จะสามารถเข้าไปได้ เพราะแต่ละร้าน/ห้างสรรพสินค้า จะมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการในแต่ละครั้งไม่ให้หนาแน่นหลัก Social Distancing                     โดยหลังกดเช็คเอาท์ จะมีแบบสอบถามที่อยากขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประเมินร้านนั้นๆ เกี่ยวกับมาตรการ 5 ข้อที่ได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลกแล้วว่า เป็นมาตรการที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อได้อย่างดี                    นอกจากนี้ ในกรณีเป็นร้านค้าย่อยตามห้างสรรพสินค้า ก็ต้องลงทะเบียนเช่นกัน เพราะบางคนเข้าไปใช้บริการเป็นบางร้าน ไม่ได้เดินไปทั่วห้าง ดังนั้นกรณีต้องมีการติดตามควบคุมโรค ก็จะจำกัดวงได้แคบลงและทำงานได้รวดเร็วขึ้น                    “ขอยืนยันในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในการเข้าใช้งานไทยชนะ ข้อมูลที่ถูกเก็บของผู้เข้าใช้บริการจะเป็นข้อมูลแบบมีรหัส ซึ่งต้องเป็นหน่วยงานและผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้น ถึงจะเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ อีกทั้งได้กำหนดระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลไว้เพียง 60 วัน จุดประสงค์เดียวของการจัดเก็บข้อมูลคือ เพื่อการควบคุมโรค ป้องกันไม่ให้เกิดคลื่นลูกที่ 2 ของการระบาด” นพ.พลวรรธน์กล่าว   *****************      


               นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) พร้อมด้วย นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล" เลขาฯ รมว.ดิจิทัลฯ เดินทางติดตามสถานการณ์การใช้งานแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” วันแรกที่เปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนที่ https://bit.ly/2zKjdkI ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2563 พบว่าพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีปริมาณผู้ใช้งานทั้งประเทศแล้วกว่าสองล้านคน ล่าสุดข้อมูล (วันที่ 18 พ.ค.63 เวลา 6.00 น.) มียอดผู้ใช้บริการ 2,725,877 คน ที่มา check in และ check out ร้านค้าที่เข้าร่วม 46,744 ร้านค้าทั่วประเทศ ใน 1 นาทีมีผู้ใช้งานเฉลี่ย 4,000 คน สำหรับแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” นี้ทำมาเพื่อผู้ประกอบการและประชาชน ก่อนที่จะกลับมาเปิดกิจการก็ต้องดำเนินการตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข อาทิ การตรวจคัดกรอง การรักษาระยะห่าง การรักษาความสะอาด จะมีคิวอาร์โค้ดให้ประชาชนได้สแกนก่อนเข้าใช้บริการ และรู้ว่าสถานที่แห่งนั้นมีคนหนาแน่นเกินกำหนดหรือไม่ และสามารถประเมินการให้บริการ เท่ากับว่ามีส่วนช่วยกันดูแลสังคม “ไทยชนะ” ไม่ใช่คำตอบของการควบคุมโควิด-19 ทั้งหมด แต่จะเป็นตัวช่วยในการประเมินสถานการณ์ได้ดีและรวดเร็วขึ้น และทุกคนก็ต้องช่วยดูแลสังคม ปรับวิถีชีวิตใหม่ สิ่งที่ดีที่สุดคือการปฏิบัติตัว ดูแลสุขภาพ ที่ผ่านมาคนไทยทุกคนเห็นแล้วว่า ความสามัคคีร่วมมือร่วมใจจะทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ เห็นได้จากตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ที่ผ่านมาเป็นศูนย์ ซึ่งถ้าเทียบกับต่างประเทศ คนไทยมีความตั้งใจช่วยกันให้ผ่านวิกฤตไปได้   ****************    

                ผศ.(พิเศษ) นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะรองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการด้านข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และสื่อสังคมออนไลน์ ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) ให้สัมภาษณ์ผ่าน รายการ "NBT รวมใจ ต้านภัยโควิด" (สด) เพื่อเชิญชวนร้านค้า กิจการ สถานประกอบการ และประชาชนผู้ไปใช้บริการในการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19  ร่วมลงทะเบียนผ่าน  www.ไทยชนะ.com   พร้อมอธิบายถึงขั้นตอน วิธีการใช้บริการ เช็คอิน เช็คเอาท์ของประชาชน ณ ห้องถ่ายทอดสดรายการ "NBT รวมใจ ต้านภัยโควิด" สถานวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563  แพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” จัดทำขึ้นเพื่อสะดวกทั้งร้านค้า ผู้ใช้บริการและเจ้าหน้าที่ หากพบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อมาใช้บริการทำให้สะดวกในการตรวจสอบค้นหาผู้ติดเชื้อ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข อาทิ การตรวจคัดกรอง การรักษาระยะห่าง การรักษาความสะอาด จะมีคิวอาร์โค้ดให้ประชาชนได้สแกนก่อนเข้าใช้บริการ และรู้ว่าสถานที่แห่งนั้นมีคนหนาแน่นเกินกำหนดหรือไม่ และสามารถประเมินการให้บริการ เท่ากับว่ามีส่วนช่วยกันดูแลสังคม     **************


              ศบค. วอนหยุดปล่อยข่าวลือต้านไลน์ “ไทยชนะ” ยืนยันเป็นไลน์ทางการ “ของจริง” เชิญชวนประชาชนเพิ่มเป็นเพื่อน ใช้เป็นช่องทางติดต่อ แจ้งข่าวสารกรณีฉุกเฉิน ของการแพร่ระบาดของโควิด-19 และติดตามข่าวสารจากรัฐ แนะข้อสังเกต 2 จุดว่าได้รับการตรวจสอบยืนยันจากบริษัทไลน์แล้ว                ผศ.(พิเศษ) นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะรองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการด้านข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และสื่อสังคมออนไลน์ ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่า ที่ผ่าน ศคบ. ได้เปิดตัวไลน์ “ไทยชนะ” ไลน์เป็นทางการของเว็บไซต์ไทยชนะ www.ไทยชนะ.com และเชิญชวนประชาชนเพิ่มเป็นเพื่อน เพื่อเป็นช่องทางการติดต่อแจ้งข่าวสารกรณีฉุกเฉิน ของการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมทั้งไว้ติดตามข่าวสารที่มาจากทางของรัฐอีกด้วย                อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามีกระแสข่าวลือบนโลกออนไลน์/โซเชียล ว่าเป็นไลน์ปลอม ทำให้ประชาชนบางส่วนที่ได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อน เข้าใจผิด และไม่กล้าเพิ่มไลน์ “ไทยชนะ” เป็นเพื่อน จึงอยากขอร้องให้มีการหยุดเผยแพร่ข่าวลือดังกล่าว เพราะไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม อีกทั้งยังทำให้ประชาชนขาดอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเข้าถึงข่าวสารที่ถูกต้องจากรัฐ เพื่อช่วยกันป้องกัน ควบคุมไม่ให้โควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดได้อีกหลังมาตรการผ่อนปรน               ทั้งนี้ ไลน์ทางการ “ไทยชนะ” มีกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ยื่นจดชื่อ และได้รับการยืนยันจากบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มไลน์เรียบร้อยแล้ว โดยผู้ใช้งานสามารถสังเกตได้ว่าเป็นไลน์ทางการของจริงจาก ไอคอนรูป “โล่” สีน้ำเงินด้านบนติดกับชื่อ “ไทยชนะ” และด้านล่างสุดของหน้าบัญชีรายชื่อ ระบุชื่อผู้จดทะเบียน “Ministry of Public Health (กระทรวงสาธารณสุข)”                โดยร้านค้า-ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าไปกดติดตาม ไลน์ "ไทยชนะ" โดยเข้าไปที่แอปพลิเคชันไลน์ของตัวเอง จากนั้น พิมพ์ในช่องค้นหาว่า "ไทยชนะ" ระบบจะเข้าสู่หน้าไลน์ทางการของไทยชนะทันที พร้อมมีข้อความแรกระบุว่า "ขอต้อนรับเข้าสู่ "ไทยชนะ" Official Account เพื่อใช้ติดต่อ แจ้งข่าวสารกรณีฉุกเฉิน ของการแพร่ระบาดของโควิด-19" โดยสามารถเพิ่มเพื่อนได้เลย                 ปัจจุบัน ช่องทางการสื่อสารของไทยชนะ ประกอบด้วย เว็บไซต์ www.ไทยชนะ.com ไลน์ทางการ “ไทยชนะ” และโทรสายด่วน 1119 ซึ่งมีไว้สำหรับการติดตามข่าวสารที่ถูกต้อง เที่ยงตรงเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 จากรัฐบาล   ***************

             นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยถึง มติ ครม.ที่อนุมัติในหลักการ ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานและกิจการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เรื่องการขยายเวลาการบังคับใช้บทบัญญัติบางมาตราของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลฯ ออกไปอีก 1 ปี ตามที่กระทรวงดิจิทัลฯเสนอในที่ประชุม จากเดิมที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 พ.ค.63 นี้ โดยจะยังไม่นำมาบังคับใช้ตั้งแต่ 27 พ.ค.63-31 พ.ค.64 เพื่อให้ผู้ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ที่ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลพนักงาน คู่ค้า หรือผู้ร่วมดำเนินงาน ทั้งในภาครัฐและเอกชน มีเวลา เตรียมความพร้อมในการจัดทำหรือปรับปรุงกระบวนการทำงาน และระบบงานของหน่วยงาน เพื่อรองรับ มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่กำหนดไว้ในกฎหมายให้ครบถ้วนสมบูรณ์                   โดยการเตรียมตัวต้องใช้งบประมาณและบุคลากรจำนวนมากเข้ามาดำเนินการ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าตั้งแต่ ต้นปีทั่วโลกและประเทศไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ทุกองค์กรได้รับผลกระทบและยัง ไม่พร้อม โดยเฉพาะภาคธุรกิจเอกชนที่มีปัญหาเรื่องรายได้และการลงทุน                  กระทรวงดิจิทัลฯรายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบถึงความจำเป็นในขยายเวลา (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลสวนบุคคล) ในบางหมวดได้แก่ หมวด ๒ การคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล หมวด ๓ สิทธิเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล  หมวด ๕ การร้องเรียน  หมวด ๖ ความรับผิดทางแพ่ง  หมวด ๗ บทกำหนดโทษ และความในมาตรา ๙๕ และมาตรา ๙๖ ในบทเฉพาะกาล คณะรัฐมนตรีจึงมีติเห็นชอบในหลักการ (ร่าง) พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานและกิจการ ที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.๒๕๖๒ พ.ศ. .... เพื่อมิให้นําบทบัญญัติเฉพาะในหมวด ๒ หมวด ๓ หมวด ๕ หมวด ๖ หมวด ๗ และความในมาตรา ๙๕  ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้บังคับแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานหรือกิจการตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๓ จนถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ รวมทั้งเร่งรัด ให้กระทรวงฯ ดำเนินการจัดทำกฎหมายลำดับรอง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามที่กฎหมายกำหนด                 “รัฐบาลและท่านนายกฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับทราบถึงข้อจำกัดนี้ และได้รับฟังข้อเรียกร้องจาก กลุ่มสมาคมและภาคธุรกิจต่าง ๆ ก็รู้สึกเห็นใจและเข้าใจ จึงได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องไปหาแนวทางดูแล เพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ นั่นก็คือ การช่วยเหลือ ลดภาระ และบรรเทาความเดือดร้อนของ ประชาชนทุกกลุ่มให้มากที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาก็มีมาตรการสำหรับภาคธุรกิจหลายอย่าง เช่น มาตรการด้าน ประกันสังคม กองทุนและแรงงาน มาตรการภาษี รวมถึงวันนี้ที่ ครม.ได้อนุมัติอีกหนึ่งมาตรการคือ การขยาย เวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ บางมาตรา ออกไปก่อนด้วย”                รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า บทบัญญัติที่ยังไม่บังคับใช้ในวันที่ 27 พ.ค.63 ได้แก่ หมวด 2 การคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล หมวด 3 สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมวด 5 การร้องเรียน หมวด 6 ความรับผิดทางแพ่ง หมวด 7 บทกำหนดโทษ และมาตรา 95 ของบทเฉพาะกาล ซึ่งเป็นเรื่องของการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเดิม โดยหากบังคับใช้จริง หน่วยงานของรัฐ ผู้ประกอบธุรกิจทุกประเภทและทุกขนาด และประชาชนทั่วไปที่มีการ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ปรับปรุงกระบวนงานและระบบ สารสนเทศ เพื่อวิเคราะห์ จำแนก ระบุที่มาของข้อมูล จัดเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือลบข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อพ้นกำหนด จ้างบุคคลหรือนิติบุคคลมาดูแลตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และปรับปรุงระบบ เพื่อคุ้มครองการส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ เป็นต้น หากใครฝ่าฝืนทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ จะมีโทษทั้งทาง อาญาและปกครอง เช่น จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับสูงสุดถึง 5,000,000 บาท ส่วนหมวดอื่น ๆ ได้แก่ มาตรา 1-7, หมวด 1, หมวด 4 และมาตรา 91-94 นั้นมีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่ 28 พ.ค.62 โดยหลังจากนี้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็จะเร่งออกกฎหมายลำดับรองเพื่อกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนต่อไป                “ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนรู้สึกกังวลต่อกฎหมายฉบับนี้ เพราะยืนยันว่ากฎหมายนี้คือ หลักเกณฑ์กลางเพื่อ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ให้ถูกละเมิด ตามหลักสากล จึงไม่ใช่การไปล้วงข้อมูลของบุคคลใด ตามที่มีการลือ และแชร์กันในสื่อออนไลน์แต่อย่างใด และจากนี้ยังมีเวลาเตรียมพร้อมก่อนกฎหมายบางมาตราจะมีผลบังคับใช้ ในอีก 1 ปีข้างหน้า” นายพุทธิพงษ์ กล่าว   นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลรวม ๑๐ ท่าน เพื่อทำหน้าที่ออกกฎหมายลำดับรอง และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ รวมทั้ง ดำเนินการตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดต่อไป   *************


             ศบค. เผยไอเดียการออกแบบแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” เน้นให้ประชาชน/ร้านค้าเข้ามาใช้งานสะดวก ควบคู่ปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความมั่นใจไม่มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแน่นอน เพราะวัตถุประสงค์ในการใช้งานมีเพียงหนึ่งเดียวคือ “การควบคุมโรคโควิด-19”               ผศ.(พิเศษ) นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านสื่อสารโทรคมนาคม และสื่อสังคมออนไลน์ ร่วมแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่า แนวคิดหลักของ ศบค. ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” เน้นให้กลุ่มผู้ใช้งานเป้าหมายทั้งที่เป็นร้านค้า และประชาชนผู้ใช้บริการ เข้ามาใช้งานได้ง่ายภายในไม่กี่ขั้นตอน เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนได้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19                ขั้นตอนการเข้ามาใช้งาน ในส่วนของร้านค้าหรือสถานประกอบการตามกิจการ/กิจกรรม ภายใต้มาตรการผ่อนปรน มีขั้นตอนดังนี้ 1.เข้ามาที่เว็บไซต์ www.ไทยชนะ.com เพื่อลงทะเบียนร่วมมาตรการ social distancing 2.กรอกข้อมูลเกี่ยวกับกิจการ และข้อมูลผู้ติดต่อ พร้อมระบุตำแหน่งที่ตั้งของกิจการเพื่อระบบจะปักหมุดให้ในแผนที่กูเกิลแมป 3.ทำแบบประเมินสถานประกอบการ ซึ่งจัดแบ่งไว้ตามประเภท/หมวดกิจการที่ประกาศไว้ตามมาตรการผ่อนปรน (เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนและถูกต้อง จะได้รับรหัส OTP ทางเอสเอ็มเอสผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่กรอกข้อมูลไว้ 4.กรอก OTP เพื่อยืนยันรายการ และ 5.เมื่อลงทะเบียนสำเร็จ สามารถดาวน์โหลดภาพใบรับรองการประเมินตามมาตรการ พร้อม QR Code เป็นไฟล์รูปภาพ (jpg) เพื่อนำมาติดไว้ให้ลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการ check-in/checkout               สำหรับประชาชน มีขั้นตอนการเช็คอินเพื่อเข้าไปใช้บริการ ดังนี้ 1.ใช้มือถือสแกน QR Code และกด Link ที่แสดงด้านบนเพื่อเข้าสู่หน้าเช็คอิน 2.กดที่เมนูเช็คอินร้าน 3.รับข้อตกลงและความยินยอม 4.ระบุหมายเลขโทรศัพท์ และ 5.หน้าจอจะแสดงคำว่า “เช็คอินแล้ว” ทั้งนี้ในขั้นตอน 3 และ 4 จะให้กรอกเฉพาะการเช็คอินในระบบของไทยชนะครั้งแรกเท่านั้น                 และเมื่อใช้บริการเสร็จ มีขั้นตอนการเช็คเอาท์ออกจากร้าน ดังนี้ 1.สแกน QR Code และกด Link ที่แสดงด้านบนเพื่อเข้าสู่หน้าเช็คเอาท์ 2.กดที่เมนูเช็คเอาท์/ประเมินผล 3.ระบุเบอร์โทรศัพท์ (เฉพาะครั้งแรกที่มีการเช็คเอาท์จากระบบของไทยชนะ)  4.หน้าจอจะแสดงคำว่า “เช็คเอาท์แล้ว” และ 5. ทำแบบประเมินหลังใช้บริการ โดยในข้อนี้ไม่บังคับ แต่เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้บริการจะช่วยให้คะแนนร้านค้า เกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรการ 5 ข้อของกรมควบคุมโรค เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงบริการของร้านค้านั้นๆ ต่อไป                นพ.พลวรรธน์ กล่าวย้ำว่า ประชาชนและร้านค้า ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลในการเข้าลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์มไทยชนะ เนื่องจาก ศบค. พิจารณามอบหมายให้ กรมควบคุมโรคเป็น ผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller) และมอบหมายให้ธนาคารกรุงไทย เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลภายใต้การควบคุม ดังนั้น ผู้ประมวลผลก็ไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การควบคุมโรคโควิด-19 จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีการส่งต่อข้อมูลไปให้หน่วยงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง                   “ส่วนกรอบเวลาจัดเก็บข้อมูล 60 วันนั้น เป็นการกำหนดตามข้อเสนอของกรมควบคุมโรคและแพทย์ เพื่อให้ทำการตรวจได้อย่างรอบคอบ เนื่องจากสาเหตุหนึ่งของการระบาด มาจากการติดเชื้อเพราะสัมผัสบุคคลใกล้ชิดที่เป็นโรคนี้ บางครั้งการติดไม่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่การสัมผัสครั้งแรก ที่ผ่านมาพบว่าบางรายติดเชื้อในครั้งที่ 3 โดยการฟักตัวของเชื้อโควิด-19 ใช้เวลาเฉลี่ย 14 วัน/รอบการสัมผัส จึงมองว่าควรเก็บข้อมูลไว้ทั้ง 3 รอบ และล่วงหน้าอีก 1 รอบ รวมระยะเวลา 56 วัน เพื่อให้มีฐานข้อมูลใหญ่พอที่จะสืบสวนโคย้อนหลังได้ 3 สัปดาห์ และสืบไปได้เพิ่มอีก 1 สัปดาห์” นพ.พลวรรธน์กล่าว                  นอกจากนี้แพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” ยังเป็นประโยชน์ทั้งกับประชาชนผู้ใช้บริการ ทำให้สามารถได้รับการแจ้งเตือนหากพบความเสี่ยงในการติดเชื้อ, ประชาชนสามารถนำข้อมูลไปเป็นหลักฐานเพื่อประกอบการรับการตรวจคัดกรองทางห้องปฏิบัติการฟรี และสามารถตรวจสอบความเสี่ยงของสถานที่ให้บริการ โดยดูจากข้อมูลความหนาแน่นในช่วงเวลาที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ รวมถึงคะแนนการประเมินจากผู้เข้าใช้บริการรายอื่นๆ ที่ทำการเช็คเอาท์แล้วนมา                   ขณะที่ ทางด้านร้านค้า/สถานปฏิบัติการที่ปฏิบัติตามมาตรการ ก็จะได้รับการรับรอง สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ และนำผลการประเมินมาปรับปรุงการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนด                   ปัจจุบัน ช่องทางการสื่อสารของไทยชนะ ประกอบด้วย เว็บไซต์ www.ไทยชนะ.com ไลน์ทางการ “ไทยชนะ” และโทรสายด่วน  1119 ซึ่งมีไว้สำหรับการติดตามข่าวสารที่ถูกต้อง เที่ยงตรงเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 จากรัฐบาล   **************


           วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 เวลา 13.00 น. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) , นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา (อต.) , นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) , นางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) , พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (CAT) , นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, นายพิพัฒน์ ขันทอง รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (TOT) , นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และ นายชัยชนะ มิตรพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอสด้า) เข้าร่วมบันทึกเทปถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2563 ณ ห้องส่ง 5 อาคารปฏิบัติการวิทยุและโทรทัศน์ ชั้น 1 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)                 ซึ่งการบันทึกเทปในครั้งนี้ ทางบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้นำ QR Code จากแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” มาให้ผู้เข้าร่วมการบันทึกเทปและเจ้าหน้าที่ทำการสแกนเพื่อเก็บข้อมูลตามมาตราการรักษาความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ด้วย   *******************************  





icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.