Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

              23 ก.ค.63 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ ได้เดินทางตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการต่างๆ ของหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยได้ประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของทุกหน่วยงานในสังกัดเพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหา/อุปสรรคเพื่อสรุปนำเสนอผู้บริหารระดับสูงพิจารณาแนวทางการแก้ไขพร้อมสนับสนุนการทำงานของแต่ละหน่วยงานอย่างเหมาะสมต่อไป                 ผู้ตรวจราชการฯ ได้เสนอแนะให้สำนักงานสถิติจังหวัดเป็นศูนย์กลางในการประสานการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานในพื้นที่ โดยมีการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ และส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์กระทรวงฯ อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม รวมทั้งให้มีการประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่น ๆ เพื่อดำเนินภารกิจในพื้นที่/จังหวัด อีกทั้งยังหารือการปฏิบัติงานในภาวะปกติใหม่ (New normal) ด้วย                จากนั้นผู้ตรวจราชการฯ และคณะ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมติดตามการใช้ประโยชน์เน็ตประชารัฐ ณ ศาลาประชาคมบ้านเกาะวงษ์เกียรติ์ หมู่ 2 ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง ซึ่งมีผู้นำชุมชนที่เป็นคนรุ่นใหม่ดูแลและส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน รวมถึงชาวบ้านได้ใช้อินเทอร์เน็ตในด้านต่างๆ ทั้งเพื่อการเรียน การประกอบอาชีพ ตลอดจนการจัดประชุมชาวบ้านของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ โดยผู้ตรวจราชการฯ ได้แนะนำให้ผู้ใหญ่บ้านดูแลไม่ให้เป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชน และหากมีปัญหาในการใช้งานให้ติดต่อศูนย์บริการทีโอทีในพื้นที่ได้ทันที นอกจากนี้ยังได้ให้ไปรษณีย์ไทยจังหวัดแนะนำช่องทางการขายสินค้าชุมชนแก่ผู้ใหญ่บ้านเพื่อไปถ่ายทอดแก่กลุ่มอาชีพในชุมชนต่อไป                ปิดท้ายด้วยการตรวจเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ณ โรงเรียนบ้านราวต้นจันทน์ ต.ราวต้นจันทน์ อ.ศรีสำโรง ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 เป็นศูนย์ขนาดกลางมีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 11 ชุด ปัจจุบันยังคงใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากโรงเรียนมีครูที่มีองค์ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เป็นผู้ดูแลบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ มีแผนการใช้งานประจำสัปดาห์อย่างชัดเจน โดยให้บริการทั้งเด็กนักเรียน และประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการฯ ได้ขอความร่วมมือผู้อำนวยการโรงเรียนช่วยส่งเสริมให้คนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น รวมทั้งประสานความร่วมมือกับผู้นำชุมชน (กำนัน) และ ส่วนท้องถิ่น (อบต.) ซึ่งมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนศูนย์ฯ สร้างการเรียนรู้ให้กับชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป   ******************

               24 ก.ค.63 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ ได้เดินทางตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการต่างๆ ของหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยได้ประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงานในพื้นที่ พร้อมหาแนวทางสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดต่อไป ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการฯ ได้เสนอแนะให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการการทำงานร่วมกันมากยิ่งขึ้น เป็น “ดรีมทีม” (Dream Team) เช่น จัดพบปะกันเป็นประจำเพื่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ และเอื้ออำนวยการทำงานส่งเสริมซึ่งกันและกันในเวทีต่างๆ ของจังหวัด เป็นต้น จะทำให้เกิดความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์กระทรวงฯ รวมทั้งให้มีการประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่น ๆ เพื่อดำเนินภารกิจในพื้นที่/จังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม                      จากนั้นผู้ตรวจราชการฯ และคณะ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมติดตามการใช้ประโยชน์เน็ตประชารัฐ ณ ศาลากลางหมู่บ้าน บ้านลอมศรีป้อ หมู่ 7 ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา ซึ่งได้พบปะพูดคุยกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่เป็นผู้ดูแลและส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน รวมถึงชาวบ้านได้ใช้อินเทอร์เน็ตในการเรียนและการประกอบอาชีพ โดยผู้ตรวจราชการฯ ได้ขอความร่วมมือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยสอดส่องดูแลจุดให้บริการ Free Wi-Fi ไม่ให้เป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชนในพื้นที่ และขอให้แนะนำลูกบ้านใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้แจ้งว่าชาวบ้านมาใช้ประโยชน์ทุกวันโดยเฉพาะช่วงเย็นๆ และอยากให้กระทรวงฯ เพิ่มจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมู่บ้านอีกหนึ่งจุดด้วย เนื่องจากหมู่ 7 มีบ้านเรือนกระจายอยู่สองฝั่งถนนทำให้สัญญาณไม่ทั่วถึง   ******************

                  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563 และเข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและร่วมเปิดกิจกรรมจิตอาสา “ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี...เราสร้างไปด้วยกัน” ณ ท้องสนามหลวง นอกจากนั้น นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พร้อมคู่สมรส ได้ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระบรมมหาราชวัง รวมทั้งจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องสนามหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2563   ******************  

                  นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2563 จากนั้นได้เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา “ชีวิตวิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี...เราสร้างไปด้วยกัน” ณ ท้องสนามหลวง รวมทั้งได้นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ได้ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระบรมมหาราชวัง และมอบหมายนายภุชพงค์ โนดไธสงค์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ท้องสนามหลวง พร้อมทั้งมอบหมายนายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม รวมทั้งจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องสนามหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2563   ******************  


                 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพจากหน้าเพจเฟซบุ๊กของสื่อหลายแห่งในการถ่ายทอดสดพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา และมีข้อความที่ไม่เหมาะสมแสดงขึ้นมานั้น โดยเป็นคำแปลจากข้อความต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยที่มีความหมายไม่ถูกต้อง                    กระทรวงดิจิทัลฯ ได้รับแจ้งเหตุจากสื่อบางรายว่าพบปัญหาดังกล่าว ทำให้เกิดความเสียหาย จึงได้แนะนำให้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) เพื่อดำเนินการตามกฏหมาย และได้ประสานไปยัง เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ซึ่งได้รับคำตอบว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของระบบการแปลอัตโนมัติของ เฟซบุ๊ก จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย   และ เฟซบุ๊ก ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขและตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้กระทรวงได้ขอให้ เฟซบุ๊ก ออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น                    ทั้งนี้ กระทรวงขอให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ใช้บริการ เฟซบุ๊ก เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ ในกรณีที่ต้องการโพสต์ข้อความภาษาอังกฤษ ควรใส่ข้อความที่ถูกต้องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งการโพสต์ข้อความทั้งสองภาษาในครั้งเดียว จะช่วยป้องกันไม่ให้ระบบการแปลของ เฟซบุ๊ก ทำการแปลอัตโนมัติ ในส่วนของผู้เสียหายสามารถแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ สำหรับบุคคลที่นำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องดังกล่าวไปเผยแพร่หรือส่งต่อมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นางสาวอัจฉรินทร์กล่าว   **************

                   นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้าน Digital Transformation ปีงบประมาณ 2563 ให้กับบุคลากรของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีทักษะด้านดิจิทัลสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนประเทศเพื่อการปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยมี ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีให้เกียรติมาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2563   **********************  

            กระทรวงดิจิทัลฯ แถลงผลการดำเนินงานร่วมกับ กสทช. และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ทำงานเชิงรุกเดินหน้านโยบายเพื่อความมั่นคงปลอดภัยทางออนไลน์ เปิดเพจ “อาสา จับตา ออนไลน์” และสายด่วน 02-141 6747  รับแจ้งข้อมูลเว็บไซต์ผิดกฎหมายจากประชาชน เผยรอบ 7 เดือนแรกปีนี้ ลุยปิดเว็บตามคำสั่งศาลไปแล้ว 7,164 ยูอาร์แอล               นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (30 กรกฎาคม 2563) เป็นการแถลงผลการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ถึงมาตรการเชิงรุกเกี่ยวกับเรื่อง “การกระทำความผิดทางออนไลน์ ที่ดำเนินการตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม” โดยในรอบ 7 เดือนแรกของปี 2563 กระทรวงดิจิทัลฯ ได้มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และประสานงานร่วมกับไอเอสพี จนนำไปสู่กระบวนการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน และยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งปิดหรือลบข้อมูลในเว็บไซต์ผิดกฎหมายไปแล้ว จำนวน 7,164 ยูอาร์แอล (ขัอมูล ณ วันที่ 23 ก.ค.2563) จากจำนวนที่กระทรวงฯ ได้รับแจ้งทั้งสิ้น 8,715 ยูอาร์แอล และมีการส่งศาล 7,164 ยูอาร์แอล               สำหรับการกระทำผิดส่วนใหญ่ที่ได้รับข้อมูลจากการแจ้งข้อมูลเข้ามา พบว่าส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ และมีช่องทางอื่นๆ บ้าง ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้ดำเนินการส่งข้อมูลให้กับบก.ปอท. จำนวน 7,164 ยูอาร์แอล พร้อมพยาน หลักฐาน และคำสั่งศาล เพื่อดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป                  “ผมในฐานะ รมว.ดิจิทัลฯ ขอขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ดำเนินการร่วมกัน โดยมีขั้นตอน เริ่มจากรับแจ้งเว็บไซต์จากประชาชน พร้อมทั้งตรวจสอบ รวบรวมหลักฐานพยานที่ครบถ้วน และมีขั้นตอนของการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้ปิดหรือลบข้อมูลต่อไป จากนั้นขั้นตอนสำคัญคือ หากได้คำสั่งศาลก็จะมีการส่งให้กับผู้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) และส่งคำสั่งศาลให้กับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (เฟซบุ๊ก /ยูทูบ /ทวิตเตอร์) เพื่อดำเนินการปิดหรือลบข้อมูลที่ผิดกฎหมายต่อไป โดยจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกับไอเอสพี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นับเป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อให้ปัญหาการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ลดลง” นายพุทธิพงษ์กล่าว                พร้อมกันนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ เห็นความสำคัญว่าต้องขอความช่วยเหลือจากประชาชน เพื่อร่วมช่วยกันสอดส่องดูแลเว็บไซต์ไม่เหมาะสม ที่มีการกระทำผิดกฎหมายทางออนไลน์ หรือผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ล่าสุดจึงได้เปิดเพจเฟซบุ๊ก “อาสา จับตา ออนไลน์” เพื่อเป็นช่องทางรับแจ้งข้อมูลจากประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องและตรวจสอบตลอด 24 ชม. และพิจารณาตามข้อกฎหมายและตอบกลับ และอีกช่องทางหนึ่งคือ หมายเลขโทรศัพท์ 02-141 6747                นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายที่ให้ความสำคัญกับเกี่ยวกับเรื่องการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ หรือทางออนไลน์ คือ “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560” ซึ่งมีบทบัญญัติที่มีการกำหนดความผิดและกำหนดโทษทางอาญา สำหรับการเผยแพร่ หรือสร้างข่าวปลอมในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะในมาตรา 14 มาตร 15 และมาตรา 16  ที่บัญญัติถึงการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ดังต่อไปนี้              มาตรา 14 ผู้ใดกระทําความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ (1) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน อันมิใช่การกระทําความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา (2) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิด ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน  (3) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา   (4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูล คอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้   (5) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (1) (2) (3) หรือ (4) ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง (1) มิได้กระทําต่อประชาชน แต่เป็นการกระทําต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ผู้กระทํา ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้เป็นความผิดอันยอมความได้ มาตรา 15 ผู้ให้บริการผู้ใดให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทําความผิด ตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทําความผิด ตามมาตรา 14   มาตรา 16 ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำต่อภาพของผู้ตาย และการกระทำนั้นน่าจะทำให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ               โดยที่ผ่านมา ได้มีการใช้มาตรา 14 และมาตรา 15  และมาตรา 16 จัดการกับปัญหา ผู้กระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ มาแล้วหลายคดี เช่น การกดแชร์ข้อมูลที่มีเนื้อหาเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ การตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีเจตนาทำให้ผู้อื่นนั้นเสียหายก็มีความผิดเช่นเดียวกัน แต่ก็มีข้อสังเกตบางประการว่ากฎหมายไทยก็ยังไม่ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการลบหรือสั่งให้ลบ หรือจัดการกับข้อมูลอันเป็นเท็จนั้นๆ เหมือนกฎหมายในต่างประเทศ               นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ความผิดใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ตามมาตรา 14 และ 15 กับความผิดในประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยความผิดลักษณะหมิ่นประมาท มีความคล้ายคลึงกัน แต่ก็บังคับใช้กับกรณีที่ต่างกัน โดยความผิดใน พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ จะครอบคลุมถึงเพียงการใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จในการก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน ไม่รวมไปถึงข้อมูลที่เป็นจริง แต่มีลักษณะเป็นการให้ร้ายบุคคลอื่นแต่อย่างใด ในขณะที่ความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นจะรวมถึงการใช้ข้อมูลที่เป็นความจริงและเท็จอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และที่สำคัญเมื่อส่งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ตามมาตรา 27 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตามมาตรา 18 หรือมาตรา 20 หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลตามมาตรา 21 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทและปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง                    “รัฐบาลมีความมุ่งมั่น และความพยายามที่จะจัดการกับปัญหาการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ในทุกรูปแบบ แม้กระทั่งเรื่องของข่าวปลอมโดยใช้เครื่องมือทางกฎหมายตามที่ได้กล่าวไปแล้ว เพื่อธำรงไว้ซึ่งประโยชน์ของประชาชนทุกคน โดยเราจะมุ่งเน้นไปยังข่าวปลอม เฉพาะที่สร้างความตื่นตระหนกและความเสียหายกับประชาชนในวงกว้าง แต่จะไม่เข้าไปจัดการกับข่าวที่เพียงกระทบต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง” นายพุทธิพงษ์กล่าว                ทั้งนี้ รมว.ดิจิทัลฯ ยังกล่าวฝากข้อห่วงใยเรื่องที่ห้ามทำ ผิดกฎหมาย พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ได้แก่1. เข้าถึงระบบ หรือข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ชอบ 2. แก้ไข ดัดแปลง หรือทำให้ข้อมูลผู้อื่นเสียหาย3.  ส่งข้อมูลหรืออีเมล์ก่อกวนผู้อื่น หรือส่งอีเมล์สแปม 4. เข้าถึงระบบ หรือข้อมูลทางด้านความมั่นคงโดยมิชอบ  5. จำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งเพื่อนำไปใช้กระทำความผิด 6. ข้อมูลที่ผิด พ.ร.บ. เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ 7. ให้ความร่วมมือ ยินยอม รู้เห็นเป็นใจกับผู้ร่วมกระทำความผิด 8. ตัดต่อเติม หรือดัดแปลงภาพ 9. เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเยาวชน ต้องกระทำโดยปกปิดไม่ให้ทราบตัวตน10. เผยแพร่เนื้อหาลามก อนาจาร 11. กด Like & Share ถือเป็นวิธีหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูล12. แสดงความคิดเห็นที่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ  และ 13. ละเมิดลิขสิทธิ์ นำผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง   *************

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วยนางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ ให้การต้อนรับ Ms. Atsuko Okuda ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเซีย และแปซิฟิกจากสภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union Asia-Pacific) ในโอกาสเยี่ยมคารวะเข้ารับตำแหน่งดังกล่าวเมื่อเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา รวมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือและกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างกระทรวงดีอีเอส กับ ITU ได้แก่ โครงการ Connected Schools กิจกรรมเฉลิมฉลอง Girls in ICT Day และ โครงการ M-aging ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563                                                                                                                                                                                                    *******************************







icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.