Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

              เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมตรวจราชการแบบบูรณาการกับ นางสาวปภัสมน อัมราลิขิต ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ ๖ พร้อมด้วยผู้ตรวจราชการกระทรวงต่างๆ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้แทนผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข โดยได้ประชุมร่วมกับ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนทั้ง ๔ ด้าน ตลอดจนผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจติดตามงาน/โครงการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๓ ณ ห้องประชุม ชั้น ๑ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต โดยคณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ติดตามผลการดำเนินการ ๓ ประเด็นหลัก ได้แก่ ๑) การเกษตรสร้างมูลค่า (ประเด็นเกี่ยวกับเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรปลอดภัย/เกษตรอินทรีย์ แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri Map) การพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer) ๒) การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (ประเด็นเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลชุมชนชายเลน ๖ ชุมชน การสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิประโยชน์ การเร่งรัดจัดที่ดินและส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎร) ๓) การพัฒนาชุมชนเมือง (ประเด็นเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน การอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองและแหล่งน้ำธรรมชาติ การพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยทั้งในเมืองและชนบท)                  ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เสนอแนะเพิ่มเติมว่าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตสามารถส่งเสริมการดำเนินงานต่างๆ ได้ อาทิ ประเด็นการตลาดออนไลน์ สามารถประสานความร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งมีช่องทางการขายสินค้าชุมชนทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ผ่าน Thailandpostmart.com เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการขายสินค้าเกษตรของจังหวัดภูเก็ต สำหรับประเด็นการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer นั้น สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ตสามารถประสานกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภูเก็ต เพื่อหารือเรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลส่งเสริมการดำเนินงานดังกล่าวได้ นอกจากนี้ สถานีอุตุนิยมวิทยา ยังสามารถสนับสนุนข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา เช่น การคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน การพยากรณ์ต่างๆ ให้แก่เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตรอีกด้วย                  จากนั้น คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามเกษตรแปลงใหญ่ ณ กลุ่มปลูกสับปะรด หมู่ ๑ ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งสับปะรดภูเก็ตมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว คือ มีเนื้อสีเหลืองเข้ม กลิ่นหอม เยื่อใยน้อย รสชาติหวานกรอบ แกนผลมีความกรอบมากรับประทานได้ โดยมีผลผลิตจำหน่ายช่วงเดือนกันยายน – มีนาคม มีการจำหน่ายผ่านออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก รวมทั้งได้ประสานกับ บจ.ไปรษณีย์ไทย ในเรื่องการจัดส่งและการขายผ่าน Thailandpostmart.com แต่ที่ผ่านมาผลผลิตไม่เพียงพอในการขายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคณะผู้ตรวจราชการฯ ได้เสนอแนะให้มีการสำรวจความต้องการตลาด เริ่มจากภายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตก่อน ประสานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน บริการด้านการท่องเที่ยว และขยายไปยังภายนอกพื้นที่ โดยร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ขับเคลื่อนตลาดต่อไป หรืออาจนำเสนอเรื่องราว (Story telling) ของสับปะรดภูเก็ต (พันธุ์ภูเก็ตที่ปลูกในพื้นที่ภูเก็ต) ที่มีคุณสมบัติพิเศษและมีลักษณะเฉพาะ สะท้อนจากสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งเกษตรกรในกลุ่มถึง 5 - 6 ราย ได้ขึ้นทะเบียน GI ด้วยแล้ว และควรหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเรื่องการส่งเสริมตลาดให้เกิดความยั่งยืน   ************************          

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งพัฒนาแอปพลิเคชันติดตามตัวชาวต่างชาติ เตรียมความพร้อมป้องกันโควิดก่อนการเปิดประเทศต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของไทย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการบูรณา การแอปพลิเคชั่นในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครั้งที่ 5 ณ ห้องประชุม Think Big ชั้น 20 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม สำนักงานตรวจ คนเข้าเมือง และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เข้าร่วมหารือและรายงานความคืบหน้าของการพัฒนาแอปพลิเคชันติดตามตัวชาวต่างชาติ ก่อนการเปิดประเทศรับกลุ่มนักท่องเที่ยวทดลองนำร่อง Thailand Elite Card ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) เป็นผู้ดำเนินการพัฒนาแอปฯ ติดตามตัว และจะเร่งดำเนินการพัฒนาแอปฯ ให้แล้วเสร็จพร้อมใช้งานได้ภายในเดือน ต.ค. นี้                                                                    *******************************

             “พุทธิพงษ์” เผยประชาชนขานรับการเปิดเพจ “อาสา จับตา ออนไลน์” เร่งส่งข้อมูลแจ้งเบาะแสสื่อสังคมออนไลน์/เว็บผิดกฎหมายต่อเนื่อง ล่าสุดมีจำนวนแจ้งเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากสัปดาห์แรก เป็น 3,083 รายการ (ยูอาร์แอล) ชื่นชมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือ เร่งดำเนินการตรวจสอบส่งศาลภายใน 48 ชั่วโมง เชิญชวนกันแจ้งเบาะแสเข้ามาได้ที่เพจฯ คลิก m.me/DESMonitor มีเจ้าหน้าที่รับเรื่องตลอด 24 ชั่วโมง                 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) วันนี้ (19 สิงหาคม 2563) ได้มอบหมายให้ นายภุชพงค์ โนดไธสงค์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ เข้ายื่นรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และได้นำมายื่นต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารกลุ่มเฟซบุ๊ก ชื่อ “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” และ/หรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกระทำความผิดโดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรสร้างการดูหมิ่นเกลียดชังจนทำให้เกิดจนทำให้เกิดการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักตามรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทยซึ่งกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ (๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป                 นายพุทธิพงษ์ฯ กล่าวว่า กระทรวงฯ ได้รับความร่วมมืออย่างมากจากประชาชน ช่วยกันส่งข้อมูลแจ้งเบาะแสสื่อสังคมออนไลน์/เว็บผิดกฎหมายเข้ามาที่เพจ “อาสา จับตา ออนไลน์” โดยมีจำนวนการแจ้งเข้ามาระหว่างวันที่ 7-17 สิงหาคม 2563 จำนวน 3,083 รายการ (ยูอาร์แอล) หรือเพิ่มขึ้นราว 2 เท่าจากการเปิดตัวเพจในสัปดาห์แรก โดยจำนวนที่แจ้งมามีข้อมูลซ้ำซ้อนกันจำนวน 840 รายการ ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการตรวจสอบแล้วเข้าข้อกฎหมาย 1,395 รายการ กระจายกันอยู่บนช่องทางโซเชียล และเว็บไซต์ ดังนี้ 1. เฟซบุ๊ก จำนวน 1,014 รายการ 2.ยูทูบ จำนวน 226 รายการ 3.ทวิตเตอร์ จำนวน 121 รายการ 4. เว็บไซต์ จำนวน 25 รายการ (ยูอาร์แอล) และ 5.Tiktok จำนวน 9 รายการ โดยศาลมีคำสั่งให้ดำเนินการปิดหรือลบข้อมูลแล้วทั้งสิ้น 653 รายการ อยู่ระหว่างดำเนินการยื่น ขอศาล จำนวน 742 รายการ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 848 รายการ                  และสื่อโซเชียลเป็นช่องทางที่เข้าถึงคนส่วนใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว และมีจุดอ่อนในเรื่องกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของข้อมูล ดังนั้น ประชาชนคนไทยและผู้ใช้สื่อโซเชียลทุกคน จึงเป็นกำลังสำคัญ ในการช่วยกันตรวจสอบ สอดส่อง และแจ้งเบาะแสเข้ามาที่เพจอาสา จับตา ออนไลน์ เพื่อช่วยกันป้องกันความเสียหายและผลกระทบทั้งในระดับตัวบุคคลและสังคม ที่จะเกิดขึ้นจากเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ผิดกฎหมาย รวมถึงข้อมูลที่บิดเบือน ได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน มีข้อสังเกตว่า สื่อโซเชียล ยังเป็นช่องทางหลักของการเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมาย โดยเฟซบุ๊ก ยังเป็นช่องทางที่มีจำนวนมากสุด ส่วน Tiktok ซึ่งเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่แนวโน้มกระแสความนิยมเพิ่มขึ้น ก็เริ่มถูกใช้เป็นช่องทางกระทำการผิดกฎหมายในลักษณะนี้เช่นกัน “ผมเข้าใจความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ที่ต่างกังวลถึงปัญหาเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาผิดกฎหมาย และสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ที่กระทบต่อสังคมมากมาย จึงได้ปรับปรุงกระบวนการทำงาน ให้ทุกฝ่ายเร่งรัดดำเนินการสืบหาและเก็บหลักฐานการกระทำผิดในสื่อออนไลน์ ตั้งกฎเหล็กไว้ว่าการปิดกั้นจะต้องเสร็จสิ้นภายใน 48 ชม. เพื่อส่งให้ศาลอนุมัติคำสั่ง และดำเนินการปิดเว็บ ลบเนื้อหา หรือส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี รวมถึงผมให้มีการจัดนิติกรเวรเป็นผู้ดำเนินการแจ้งความในกรณีที่เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ อีกด้วย” นายพุทธิพงษ์กล่าว                   พร้อมกันนี้ ได้กล่าวเชิญชวนประชาชนให้ช่วยกันแจ้งข้อมูลเบาะแส ร้องเรียน รวมทั้งขอคำปรึกษาเมื่อพบเห็นเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายได้ที่เพจ “อาสา จับตา ออนไลน์” ทาง inbox m.me/DESMonitor จะมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องและตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง พิจารณาข้อมูลร้องเรียนตามข้อกฎหมายและตอบกลับโดยเร็ว   *************


                  นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในนามผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เกียรติเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สมัยที่ ๓ (Third Session of the Committee on Information and Communication Technology, Science, Technology and Innovation) ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และหารือเชิงนโยบาย ในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) รวมทั้งกำหนดประเด็นสำคัญในการจัดทำนโยบายสำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแผนงานของฝ่ายเลขานุการฯ ในรูปแบบการประชุมผสมผสานระหว่างการประชุม ณ ESCAP Hall ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ (in-person) และการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล ระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ โดยผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมในประเด็นเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกเอสแคป ในการรับมือต่อสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อาทิ การแลกประสบการณ์ โดยเฉพาะด้านนโยบาย การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงการตระหนักถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนะให้คณะกรรมการพิจารณาการให้ความสำคัญในด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เพื่อสร้างความเท่าเทียมอย่างทั่วถึง และเพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์วิกฤตเช่นที่ทั่วโลกกำลังประสบอยู่ ณ ศูนย์ประชุมแห่งสหประชาชาติ United Nations Convention Center (UNCC) Bangkok เขตพระนคร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563   *******************  

             นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต” ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563  มีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ราชการเกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม เกิดจิตสำนึกในหน้าที่ราชการ เกิดความอายและไม่ทนต่อการทุจริต สร้างภูมิคุ้มกันต่อการทุจริต และเกิดความร่วมมือร่วมใจในการต่อต้านการทุจริตในหน่วยงาน อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น คาดหวังว่าองค์กรจะมีความเป็นผู้นำ เกิดความกล้าที่จะต่อต้านการทุจริตที่เกิดขึ้นในหน่วยงานในอนาคต  เพื่อให้สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่โปร่งใส ปราศจากการทุจริตทุกรูปแบบ และขอให้การฝีกอบรมครั้งนี้ ดำเนินการไปได้ด้วยดี และบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ทุกประการ   ******************

                 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 นายพลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ ได้เดินทางตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการต่างๆ ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงฯ ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยได้เข้าพบนายชาธิป รุจนเสรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เพื่อหารือข้อราชการเกี่ยวกับโครงการสำคัญที่กระทรวงดิจิทัลฯ ดำเนินการ อาทิ ภารกิจศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม โครงการอาสาสมัครดิจิทัล ภารกิจเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 (แพลตฟอร์ม/แอปพลิเคชั่นไทยชนะ/การจัดส่งหน้ากากอนามัยให้กับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกองทัพไทย) โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งรองผู้ว่าราชการฯ แจ้งว่า แนวทางการพัฒนา Smart City จังหวัดปทุมธานีได้แบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนการค้า และโซนความรู้ รวมทั้งมีการตั้งคณะทำงาน 7 คณะ เพื่อพิจารณาเสนอประเด็นการพัฒนาแต่ละด้านสำหรับคัดเลือกพัฒนาเป็นอันดับแรกๆ ก่อน                     จากนั้นได้ประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัด เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหา/อุปสรรคเพื่อสรุปนำเสนอผู้บริหารระดับสูงพิจารณาแนวทางการแก้ไขพร้อมสนับสนุนการทำงานของแต่ละหน่วยงานอย่างเหมาะสมต่อไป ผู้ตรวจราชการฯ ได้เสนอแนะให้สำนักงานสถิติจังหวัดเตรียมพร้อมในการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานด้านการเก็บข้อมูลสำรวจ/สำมะโนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน (New Normal) และ บจ.ไปรษณีย์ไทยควรพัฒนาบริการขนส่งให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงทุกหน่วยงานในสังกัดควรมีการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ                     หลังจากติดตามโครงการฯในพื้นที่ จ.ปทุมธานี แล้วเสร็จ คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้เดินทางต่อไปยังศูนย์ดิจิทัลชุมชน ณ กศน.ตำบลบ้านฉาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้รับอุปกรณ์/เครื่องมือด้าน ICT จากโครงการของกระทรวงฯ เมื่อปี 2562 และได้ใช้ประโยชน์ในการจัดอบรมองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับคนในชุมชนและนักเรียน กศน. อย่างต่อเนื่อง อาทิ จัดอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีสื่อสารและการใช้สมาร์ทโฟน สอนการถ่ายภาพเพื่อนำเสนอสินค้าของชุมชน การจัดทำปลอกใส่แก้วแก่ผู้สูงอายุ เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการฯ ได้ขอให้ครู กศน.ช่วยส่งเสริมให้คนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้นต่อไป   ***************



                  เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2563 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมลงนาม MOU สานความร่วมมือ ขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการวิเคราะห์และการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้บุคลากรสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจาก Big Data ตอบสนองความต้องการประชาชน เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างมีศักยภาพ ณ ห้องประชุมอก.1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับการลงนามในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ในการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการวิเคราะห์ข้อมูลภาคอุตสาหกรรม และปรับเปลี่ยนกระบวนการ วิธีการทำงานในรูปแบบใหม่เพื่อให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญา (Intelligent Organization) อย่างแท้จริง " ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับการวิเคระห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data  ที่ทุกหน่วยงานภาครัฐ และบุคลากรสามารถบูรณาการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงดิจิทัลฯ ได้มอบหมายให้ BDi หรือสถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ หน่วยงานภายในสังกัดของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(depa) กระทรวงดิจิทัลฯ เข้ามาทำความร่วมมือในครั้งนี้ด้วย เนื่องด้วย GBDi มีบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวิเคราะห์ข้อมูล Data Science และ Data Engineering และมีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษา การวิคราะห์ข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ จึงมีความพร้อมในการขับเคลื่อนให้ภารกิจนี้บรรลุเป้าหมายต่อไป   ******************


                นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่ตรวจราชการ และเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จ.ระยอง ระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคม 2563 ในโอกาสนี้ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด เยี่ยมชมตัวอย่างความสำเร็จของโครงการเน็ตประชารัฐ และศูนย์ดิจิทัลชุมชนใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ศูนย์ดิจิทัลชุมชน อบต.กะเฉด อ.เมือง จ.ระยอง, วิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง หมู่ที่ 6 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง และจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐ ในพื้นที่หมู่ 5 บ้านเกษตรศิริ ต.สำนักทอง อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ให้ความมั่นใจเดินหน้าสนับสนุนการขยายจำนวนศูนย์ดิจิทัลชุมชนครอบคลุม 250 แห่งในปีนี้ และตั้งเป้าเพิ่มต่อเนื่องปีต่อไป หวังเป็นพื้นที่การเรียนรู้ของเยาวชนและคนในพื้นที่ เข้าถึงความรู้ใหม่ๆ และประยุกต์ใช้ในการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจชุมชน                   ในการนี้ รัฐมนตรีฯ ได้มีข้อสั่งการให้ดำเนินการต่อยอดการใช้ประโยชน์จากศูนย์ดิจิทัลชุมชน ที่นอกเหนือจากการอบรมให้ความรู้และการชายสินค้าออนไลน์ ควรเพิ่มในเรื่องของการท่องเที่ยว การสาธารณสุข และความรู้ในท้องถิ่น การค้นคว้าหาความรู้ โดยมุ่งเน้นความเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป อีกทั้ง เร่งรัดพัฒนาเชิงรุกให้ชุมชนการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของภาครัฐ ได้สะดวกและง่ายขึ้น   **************

                   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และคณะผู้บริหารฯ เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบ้านเนินสว่าง หมู่ที่ 6 ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จังหวัดระยอง แปรรูปยางพาราและสร้างผลิตภัณฑ์แบรนด์ตัวเอง “Kaika” โดยเน้นผลิตเบาะนั่งสมาธิ อาสนะ เบาะรองนั่งทำงาน ที่นอนยางพารา หมอนยางพารา **********************



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.