Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา














               “พุทธิพงษ์” เผยมีแฮคเกอร์พยายามเจาะระบบเว็บไซต์กระทรวงดิจิทัลฯ แต่สามารถแก้ไขได้ภายใน 1 ชม. ขณะที่ ไทยเซิร์ต เผยสถิติภัยคุกคามไซเบอร์รอบครึ่งปีแรก พบแนวโน้มการเจาะเข้าระบบองค์กร/หน่วยงานต่างๆ ลดลงจากช่วงต้นปี                   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ว่า เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา มีผู้พยายามเจาะเข้าระบบเว็บไซต์กระทรวงดิจิทัลฯ (www.mdes.go.th) โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นระบบที่เข้ามาทำให้การเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์มีปัญหา ทำให้การประมวลผลล่าช้า ทั้งนี้ ไทยเซิร์ตใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการป้องกันและแก้ไขเพื่อไม่ให้เว็บไซต์เกิดความเสียหาย                   ทั้งนี้ ความพยายามเจาะเข้าระบบ (แฮ็ก) จากผู้ไม่ประสงค์ดี ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นกรณีตัวอย่างที่ช่วยทำให้เห็นจุดบกพร่อง และช่วยทดสอบระบบการป้องกัน ซึ่งหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน ควรให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวัง เพื่อปรับปรุงระบบให้มีความพร้อมรับมมือการโจมตีทางไซเบอร์ตลอดเวลา                   “ระบบการป้องกันของไทยเซิร์ต ทำให้เราสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที เว็บไซต์ไม่ล่มหรือเกิดความเสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีที่พยายามแฮ็กเว็บไซต์ของกระทรวงเป็นใคร โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าเป็นการโจมตีที่มาจากต่างประเทศ จึงต้องใช้เวลา ซึ่งถ้าหากเป็นการโจมตีจากแฮคเกอร์ในประเทศ เราจะสามารถให้ไอเอสพีช่วยตรวจสอบได้ " นายพุทธิพงษ์กล่าว                    ขณะที่ รายงานสถิติภัยคุกคามประจำปี 2563 ซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์ไทยเซิร์ต ระบุว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้  พบภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบต่างๆ รวม 1,474 ครั้ง โดยอันดับ 1 คือการโจมตีด้วยโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความเสียหายให้กับระบบคอมพิวเตอร์ หรือมัลแวร์ (Malicious code) คิดเป็นสัดส่วน 36% ส่วนการโจมตีในรูปแบบความพยายามเจาะเข้าระบบ (Intrusion Attempts) อยู่ที่ 72 ครั้ง คิดเป็นสัดส่วน 4.9%                      อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า ประเทศไทยเผชิญภัยคุกคามในรูปแบบความพยายามเจาะเข้าระบบลดลงอย่างต่อเนื่อง จากช่วงปี 2561-2562 ที่อยู่ในตำแหน่งอันดับต้นๆ ด้วยสัดส่วน 44% และ 42% ตามลำดับ ขณะที่ในปี 2563 สถิติรายเดือนของการถูกโจมตีในรูปแบบนี้ก็แนวโน้มลดลง โดยในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ มีจำนวน 22 และ 30 ครั้ง แต่จากนั้นอยู่ในระดับเลขหลักเดียว                      นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า หากหน่วยงานใดเป็นกังวลด้านความปลอดภัย สามารถติดต่อมาที่กระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อประสานให้ไทยเซิร์ตช่วยตรวจสอบความผิดปกติของระบบและแก้ไขปัญหา ซึ่งมีทีมงานคอยมอนิเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง   ************

                กระทรวงดิจิทัลฯ เพิ่มโอกาสประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี มอบหมาย กสท โทรคมนาคม นำร่องเปิดจุดให้บริการไวไฟฟรีชุมชนเมือง 10 แห่งทั่วประเทศภายในเดือน ก.ย. นี้ พร้อมขยายศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ 250 แห่งสิ้นปีนี้                 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เพื่อเป็นการสนับสนุนชุมชนและประชาชนทุกพื้นที่ให้มีโอกาสใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เข้าถึงบริการภาครัฐ และใช้ประโยชน์ในกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และปรับวิถีการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) ตลอดจนเป็นการต่อยอดโครงข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะของประเทศ ล่าสุดมอบหมายให้ บมจ. กสท โทรคมนาคม (แคท) ทำโครงการนำร่อง “ขยายจุดให้บริการ Free Wi-Fi ในชุมชนเมือง” จำนวน 10 แห่ง ภายในเดือนกันยายนนี้                 สำหรับโครงการนี้จะแตกต่างจากศูนย์ดิจิทัลชุมชน ในโครงการเน็ตประชารัฐซึ่งมุ่งเน้นไปที่พื้นที่ห่างไกล โดยมองเป้าหมายจุดติดตั้งในชุมชนเมือง ซึ่งประชาชนในพื้นที่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ต/ไวไฟ และคัดเลือกจากพื้นที่ซึ่ง กสท โทรคมนาคม มีโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) อยู่แล้ว เพื่อประหยัดต้นทุนการลากสาย เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นชุมชนเมืองในกรุงเทพ 5 จุด และในต่างจังหวัด 5 จุด                 รวมทั้ง จะกำหนดระยะเวลาการใช้บริการสำหรับผู้ที่ log-in เข้าใช้งานฟรีแต่ละครั้งไม่เกิน 30-45 นาที ถ้าจะใช้งานนานกว่านั้นต้องทำการ log-in ใหม่ รวมทั้งจะมีการกำหนดให้ใช้รหัสผ่านในการเข้าใช้งาน เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้มีการเข้าถึงและใช้ออนไลน์อย่างเหมาะสม                “โครงการนำร่องดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการสนับสนุนชุมชนและประชาชนทุกพื้นที่ให้มีโอกาสใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เข้าถึงบริการภาครัฐ และใช้ประโยชน์ในกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และปรับวิถีการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ยิ่งต้องใช้ไวไฟผ่านมือถือในการทำกิจกรรม/ธุรกรรมต่างๆ ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการเดินทาง ลดต้นทุนการประกอบธุรกิจ” นายพุทธิพงษ์กล่าว                   นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ปีนี้เตรียมเพิ่มจำนวนศูนย์ดิจิทัลชุมชนให้ครอบคลุม 250 แห่งทั่วประเทศ โดยมีทั้งจุดเดิม และพื้นที่ใหม่ มุ่งเน้นพื้นที่ซึ่งเป็นศูนย์รวมของชุมชน ได้แก่ วัด มัสยิด นอกเหนือจากการติดตั้งตามโรงเรียน หรือบ้านผู้นำชุมชนอย่างที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายหลัก ที่มุ่งสร้างศูนย์ดิจิทัลชุมชน ให้เยาวชนและคนทั่วไปเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ทุกวัน รวมทั้งเวลาหลักเลิกเรียน                   โดยปีนี้ตั้งงบประมาณในส่วนนี้ไว้กว่า 147 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้จะไม่มีการใช้เป็นงบก่อสร้างแน่นอน เนื่องจากเป็นพื้นที่ตั้งจะเน้นจุดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ทุกคนเข้ามาใช้งานได้สะดวก โดยจะจัดเตรียมทั้งระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่ายไวไฟพร้อมใช้งาน มีเจ้าหน้าที่ดูแล รวมถึงมีการจัดอบรมให้ความรู้และการขายสินค้าออนไลน์ วิธีนำเสนอสินค้าบนออนไลน์ให้น่าสนใจ การตั้งราคาที่เหมาะสมกับตลาด เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบันที่การใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตของคนส่วนใหญ่ ขยายจากความบันเทิง เข้ามาสู่เรื่องการทำธุรกิจการค้าขายมากขึ้น                     “ในปีต่อไปเราก็มีเป้าหมายขยายเพิ่มต่อเนื่อง ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่จะส่งเสริมให้ทั้งเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้ง่าย สามารถพัฒนาทักษะของตัวเอง เพราะวันนี้ทุกอย่างจำเป็นต้องพึ่งพาดิจิทัล และจากนี้ไปจะไม่ใช่แค่ห้องที่มีคอมพิวเตอร์วางอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนในการเรียนรู้ ต่อยอดทำมาหากิน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และมีหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ มาสนับสนุนอย่างเต็มที่” นายพุทธิพงษ์กล่าว   ***************

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.