Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

           นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงฯ เยี่ยมชมโครงการ Thailand Digital Valley ซึ่งจัดตั้งอยู่ในเขต EEC อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เนื่องในโอกาสที่เดินทางมาจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนงานสำคัญ ปี พ.ศ. 2564 ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม                 โครงการการพัฒนา Thailand Digital Valley เป็นการขยายผลจากแนวคิดการจัดตั้งสถาบันไอโอที (IoT Institute) เดิม บนพื้นที่ 30 ไร่ ใน EECd (Digital Park Thailand) เพื่อดึงดูด สร้างแรงจูงใจ สร้างความเชื่อมั่น ให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ EECd โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผนึกกำลังความร่วมมือดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชน ภาคการศึกษาสถาบัน และภาครัฐ สร้าง Digital Ecosystem และ Open Platform สำหรับ Startups ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนการออกแบบสินค้าและบริการดิจิทัลของธุรกิจชั้นนำ และ Startups และพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลแห่งอนาคต (New S-curve Digital Industry) ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย                   โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมไอโอที หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ระบบอัจฉริยะ และระบบประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและลดการนำเข้าให้กับประเทศไทยในอนาคต                                      ************

              นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ เยี่ยมชมโครงการ ASEAN Digital Hub ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ  EECd (Digital Park Thailand) อ.ศรีราชาจ.ชลบุรี                  โดยเป็นโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ขยายโครงข่ายเชื่อมโยงระหว่างประเทศของไทยกับต่างประเทศให้มีความจุเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานดิจิทัล ของประชาชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจ และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจของอาเซียนในยุคดิจิทัล ****************



              “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” รมว.ดีอีเอส นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด เยี่ยมชมศูนย์ทดสอบเทคโนโลยี 5G (5G Testbed) พร้อมเข้าร่วมพิธีเปิด DAT Co-Working Space และห้องฝึกอบรมสถาบันพัฒนาศักยภาพด้าน Digital เพื่อ EEC หรือ Digital Academy Thailand (DAT) ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ดีป้า และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพแรงงานดิจิทัลรองรับพื้นที่อีอีซี                สำหรับ 5G Testbed แห่งนี้ จัดตั้งขึ้นบนหลักการการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เพื่อสร้างความร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการนำคลื่นความถี่ 5G มาประยุกต์ใช้งานจริงในรูปแบบต่างๆ (Use cases) ให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จาก 5G ทันและเทียบได้กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ปัจจุบันได้รับใบอนุญาตใน 3 คลื่นความถี่ ได้แก่ 2.4 GHz, 26 GHz และ 28 GHz โดยศูนย์แห่งนี้ ยังเป็นแหล่งศึกษานอกห้องเรียนของคณาจารย์ และนิสิต และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนากำลังคนในพื้นที่อีอีซีอีกด้วย                 ทางด้าน Use Case ที่มหาวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินการ ครอบคลุม               1.ด้านเกษตรและอาหาร โดยการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางการเกษตรตั้งแต่การผลิตจนถึงการแปรรูป นำเทคโนโลยี 5G มาใช้พัฒนา Use Case ตั้งแต่กระบวนการผลิตทั้งพืชและสัตว์ อาทิ ระบบตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์                 2.อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการขนส่ง ที่นำ 5G มาใช้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การพัฒนาระบบการผลิตอัจฉริยะ การพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อการผลิตควบคุมได้จากระยะไกล การจัดการของเสียในโรงงานอุตสาหกรรม การจัดการระบบขนส่งอัตโนมัติในคลังสินค้า และ                3. การศึกษา พัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยในการเรียนการสอน เช่นการใช้ AR/VR เป็นเครื่องมือประกอบการสอน หรือหลักสูตรออนไลน์ต่าง ๆ ในรูปแบบ 4K หรือ 8K ปัจจุบันได้มีการสร้างความร่วมมือและขอทุนวิจัยจากหน่วยงานภายนอก เช่น จาก กสทช. เพื่อจัดทำห้องอบรม 5G VR โดยร่วมกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และยังมีงานวิจัยจากนักวิจัยที่กำลังดำเนินการเพื่อทำการทดลองทดสอบในพื้นที่ Sand box   **************

                   นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานพร้อมกล่าวปาฐกถา เรื่อง “Digital Ecosystem”  ในงานประชุมเสวนา เรื่อง "Government Data Catalog for Government Data Service" จัดโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน 2563 ณ ห้องประชุม ทีเค. แกรนด์คอนเวนชั่น โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ทั้งนี้ เพื่อเวทีชี้แจงแนวทางการดำเนินการ Government Data Catalog รวมทั้งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและรวบรวมความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินการประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance Framework)    **************    

               นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกล่าวเฉลิมฉลอง งานครบรอบ 50 ปี วิทยาลัยการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก  (The 50th Anniversary of Asian-Pacific Postal College : APPU) ทางออนไลน์ผ่านระบบ Zoom ในฐานะที่ประเทศไทยร่วมก่อตั้ง APPC ในการนี้ได้มีหน่วยงานพันธมิตรและผู้เกี่ยวข้องร่วมกล่าวเฉลิมฉลองในกิจกรรมครั้งนี้ ท่านละ 5 นาที ประกอบด้วย ผู้แทนสมาชิก APPC GB ผู้แทนวิยากรประจำ ผู้แทนวิทยากรรับเชิญ และผู้แทนเข้าร่วมอบรม ณ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563    ****************

                 “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” รมว.ดีอีเอส นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด เยี่ยมชมโครงการเด่นในพื้นที่ EEC ทั้งความคืบหน้าโครงการเด่นศูนย์ทดสอบเทคโนโลยี 5G ที่ ม.เกษตรศาสตร์ ศรีราชา ห้องฝึกอบรมสถาบันพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลเพื่ออีอีซี (DAT) โครงการ ASEAN Digital Hub และโครงการไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเล่ย์                   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วานนี้ (10 ก.ย. 63) ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ รวมถึงหน่วยงานในสังกัด เยี่ยมชมโครงการเด่นของดีอีเอส ที่เริ่มมีความคืบหน้าในการจัดตั้งและก่อสร้างแล้วในเขตพื้นที่อีอีซี ซึ่งคาดหวังให้เป็นการนำร่องสร้างความเชื่อมั่นดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าสู่ประเทศไทย                   โดยเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ทดสอบเทคโนโลยี 5G (5G Testbed) พร้อมเข้าร่วมพิธีเปิด DAT Co-Working Space และห้องฝึกอบรมสถาบันพัฒนาศักยภาพด้าน Digital เพื่อ EEC หรือ Digital Academy Thailand (DAT) ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ดีป้า และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพแรงงานดิจิทัลรองรับพื้นที่อีอีซี                   สำหรับ 5G Testbed แห่งนี้ จัดตั้งขึ้นบนหลักการการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เพื่อสร้างความร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการนำคลื่นความถี่ 5G มาประยุกต์ใช้งานจริงในรูปแบบต่างๆ (Use cases) ให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จาก 5G ทันและเทียบได้กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ปัจจุบันได้รับใบอนุญาตใน 3 คลื่นความถี่ ได้แก่ 2.4 GHz,  26 GHz และ 28 GHz โดยศูนย์แห่งนี้ ยังเป็นแหล่งศึกษานอกห้องเรียนของคณาจารย์ และนิสิต และสามารถต่อยอดสู่การพัฒนากำลังคนในพื้นที่อีอีซีอีกด้วย                    ทางด้าน Use Case ที่มหาวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินการ ครอบคลุม 1.ด้านเกษตรและอาหาร โดยการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางการเกษตรตั้งแต่การผลิตจนถึงการแปรรูป นำเทคโนโลยี 5G มาใช้พัฒนา Use Case ตั้งแต่กระบวนการผลิตทั้งพืชและสัตว์ อาทิ ระบบตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์                    2.อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการขนส่ง ที่นำ 5G มาใช้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การพัฒนาระบบการผลิตอัจฉริยะ การพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อการผลิตควบคุมได้จากระยะไกล การจัดการของเสียในโรงงานอุตสาหกรรม การจัดการระบบขนส่งอัตโนมัติในคลังสินค้า และ 3. การศึกษา พัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยในการเรียนการสอน เช่นการใช้ AR/VR เป็นเครื่องมือประกอบการสอน หรือหลักสูตรออนไลน์ต่าง ๆ ในรูปแบบ 4K หรือ 8K                    ปัจจุบันศูนย์ทดสอบ 5G ซึ่งดีอีเอส ริเริ่มจัดตั้งขึ้นแห่งนี้ ได้มีการสร้างความร่วมมือและขอทุนวิจัยจากหน่วยงานภายนอก เช่น จาก กสทช. เพื่อจัดทำห้องอบรม 5G VR โดยร่วมกับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และยังมีงานวิจัยจากนักวิจัยที่กำลังดำเนินการเพื่อทำการทดลองทดสอบในพื้นที่ Sand box                    นอกจากนี้ ได้เยี่ยมชมโครงการ ASEAN Digital Hub ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ  EECd (Digital Park Thailand) โดยเป็นโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ขยายโครงข่ายเชื่อมโยงระหว่างประเทศของไทยกับต่างประเทศให้มีความจุเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานดิจิทัล ของประชาชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจ และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจของอาเซียนในยุคดิจิทัล                     และเยี่ยมชมโครงการ Thailand Digital Valley ซึ่งเป็นการขยายผลจากแนวคิดการจัดตั้งสถาบันไอโอที (IoT Institute) เดิม บนพื้นที่ 30 ไร่ ใน EECd (Digital Park Thailand) เพื่อดึงดูด สร้างแรงจูงใจ สร้างความเชื่อมั่น ให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ EECd โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผนึกกำลังความร่วมมือดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาคเอกชน ภาคการศึกษา สถาบัน และภาครัฐ สร้าง Digital Ecosystem และ Open Platform สำหรับ Startups ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนการออกแบบสินค้าและบริการดิจิทัลของธุรกิจชั้นนำ และ Startups รวมทั้งฃพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลแห่งอนาคต (New S-curve Digital Industry) ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมไอโอที หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ระบบอัจฉริยะ และระบบประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน   ****************

                     นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีอส) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายผู้บริหาร ในระหว่างนำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด เยี่ยมชมโครงการเด่นในพื้นที่ EEC ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าโครงการศูนย์ทดสอบเทคโนโลยี 5G ที่ ม. เกษตรศาสตร์ ศรีราชา ห้องฝึกอบรมสถาบันพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลเพื่ออีอีซี (DAT) โครงการ ASEAN Digital Hub และโครงการไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเล่ย์  ช่วงวันที่ 10-11 กันยายน 2563 ณ ห้องออคิด บอลรูม โรงแรมรอยัลคลิฟ โอเต็ลล์ กรุ๊ป พัทยา จ.ชลบุรี โดยมีางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหารกระทรวง และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ร่วมประชุม ทั้งนี้โครงการเด่นของดีอีเอส มีความคืบหน้าในการจัดตั้งละก่อสร้างแล้วในเขตพื้นที่อีอีซี ซึ่งคาดหวังให้เป็นการนำร่องสร้างความเชื่อมั่นดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าสู่ประเทศไทย   *************



             “พุทธิพงษ์” มอบนโยบายผู้บริหารดีอีเอส และหน่วยงานในสังกัด ถึงยุคปรับ Mindset เชื่อมโยงหลายโครงการเข้ามาทำร่วมกัน บูรณาการข้อมูล สนับสนุนการต่อยอดให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากดิจิทัลเพื่อเพิ่มรายได้ บรรเทาผลกระทบจากเศรษฐกิจหลังโควิด-19                   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (11 ก.ย. 63) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายผู้บริหาร ในโอกาสที่มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนงานสำคัญ ปี พ.ศ. 2564 ของกระทรวงดิจิทัลฯ กำหนดทิศทางเพื่อมุ่งสร้างการปรับเปลี่ยนแนวคิด (Mindset) ในการทำงาน โดยนำโครงการแต่ละหน่วยงานที่สามารถเชื่อมโยงกันได้มาทำร่วมกัน นำทักษะของแต่ละหน่วยงานมาต่อยอดโครงการ เพิ่มความรู้และทักษะให้กับประชาชนที่เป็นกลุ่มผู้รับประโยชน์ มีการติดตามผลและบูรณาการข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน และเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์หลังโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบแทบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ                       ปัจจุบัน เห็นภาพชัดเจนแล้วว่าหลังโควิด-19 ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันและการทำงาน ปรับเปลี่ยนมาเป็นดิจิทัล เป็นสถานการณ์ที่เจอกันทั่วทุกพื้นที่ ทำให้การสื่อสารมีความสำคัญ ระบบเปลี่ยนแปลง และเมื่อระบบเปลี่ยนแปลง ดีอีเอส ซึ่งมีบทบาทชัดเจนด้านนี้ และผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวคิด                    ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างโครงการนำร่องที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ คือ โครงการ Free Wi-Fi ในพื้นที่ชุมชนเมืองกรุงเทพ และภูมิภาค มุ่งเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำในชุมชนเมือง ที่ไม่สามารถเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ต และเพื่อต่อยอดด้านดิจิทัล สร้างงาน สร้างอาชีพในชุมชน และปรับวิถีการใช้ชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal) โดยมอบหมายให้ บมจ.กสท โทรคมนาคม และ บมจ. ทีโอที สำรวจและคัดเลือก กำหนดไว้รายละ 10 พื้นที่ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานมีเครือข่ายไฟเบอร์ออปติกอยู่แล้ว                     “โครงการนี้เราใช้วิธีคิดแบบใหม่ เน้นการต่อยอดพื้นที่มีโครงข่ายลากไปถึงอยู่แล้ว ที่พื้นที่เป้าหมายเป็นชนบทและพื้นที่ห่างไกล ติดตั้งหมู่บ้านละ 1 จุด ซึ่งเดิมมองที่การอำนวยความสะดวก ให้ชาวบ้านเข้าถึงการสื่อสารได้แต่จากผลกระทบโควิด-19 เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งาน มีความต้องการใช้ มีคนใช้ไวไฟมากขึ้น ทำให้ไม่เพียงพอรองรับความต้องการจำนวนคนหลายๆ คนพร้อมกัน” นายพุทธิพงษ์กล่าว                     ทั้งนี้ หลักการเลือกพื้นที่เป้าหมายจะนำร่องชุมชนที่มีความแตกต่างกันเรื่องโจทย์ความต้องการ เช่น ชุมชนที่เป็นแหล่งค้าขายขนาดใหญ่ 1 แห่ง เข้าไปติดตั้งไวไฟสปีดแรงกระจายไว้ 50 จุด จากนั้นเอาหน่วยงานของดีอีเอสเช่น กสท หรือสดช. เข้าไปอบรมการขายของออนไลน์ให้ผู้ประกอบการในชุมชน ปลดล็อกปัญหาขายสินค้าไม่ได้เพราะพิษโควิด/เพิ่มโอกาสการขายสินค้าออนไลน์ และใช้บริษัท ไปรษณีย์ไทย (ปณท.) เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าพร้อมให้มอบโปรโมชั่นส่วนลดค่าบริการให้กับผู้ค้า                     ส่วนชุมชนเมืองในภูมิภาค บางพื้นที่อาจมุ่งเพิ่มโอกาสด้านการศึกษา ให้เด็กสามารถเข้าถึงเรียนออนไลน์, มุ่งการสร้างอาชีพ ในบางพื้นที่ซึ่งมีวัยแรงงานที่ต้องโยกย้ายกลับภูมิลำเนาเพราะตกงานจากโควิด เมื่อมีการกระตุ้นให้เกิดการค้าขายออนไลน์ในชุมชน คนกลุ่มนี้ก็อาจปรับเปลี่ยนมาเป็นพนักงาน delivery สินค้าภายในชุมชน/ชุมชนใกล้เคียงได้ เป็นต้น                     ป้จจุบัน ปณท. มีความพร้อมในการเข้ามาเป็นหนึ่งในหน่วยงานสนับสนุนอี-มาร์เก็ตเพลส หรือคอมเมิร์ซชุมชนในโครงการนำร่องฟรีไวไฟชุมชนเมือง เนื่องจากล่าสุด “โครงการสนับสนุนค่าจัดส่งสินค้าอุปโภค บริโภค และค่าจัดส่ง/จัดซื้อสินค้าที่จําหน่ายใน Platform ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด อาทิ www.thailandpostmart.com ฯลฯและการสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ เพื่อ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และ กระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจาก การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19” ได้รับการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ตามกรอบวงเงินฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วงเงิน 4 แสนล้านบาท                     ทั้งนี้ กระทรวงฯ ยื่นเสนอขอสนับสนุนงบประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งแม้จะไม่ได้รับการอนุมัติเต็มตามจำนวนที่เสนอไป แต่ก็จะเป็นโครงการสำคัญที่สามารถช่วยเหลือให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายในใช้บริการ ขณะที่ การที่มีหลายหน่วยงานของกระทรวงฯ เข้ามาร่วมบูรณาการสนับสนุนและต่อยอดโครงการอื่นๆ ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้จะช่วยให้มีการใช้งบประมาณได้มาให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และส่งผลกระทบในการกระตุ้นเศรษฐกิจ                      โดยจะมีภาคส่วนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้ประกอบการ/ประชาชนทั่วไป จะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการจัดส่งสินค้าให้แก่ผู้สั่งซื้อ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น 2. ประชาชนที่สั่งซื้อ/ผู้รับสินค้า จะได้รับการสนับสนุนเงินเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นซึ่งจำหน่ายผ่านwww.thailandpostmart.com หรือใช้เป็นค่าจัดส่งสินค้าสำหรับการซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการและ3. ผู้ประกอบการ/หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน สามารถใช้บริการ ปณท เพื่อส่งสิ่งของ/สินค้าระหว่างกันได้ในอัตราค่าบริการพิเศษ โดยรัฐบาลจะเป็นผู้ชดเชยค่าบริการส่วนต่างจากอัตราค่าบริการที่ ปณท เรียกเก็บในอัตราปกติ   ****************




icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.