Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา







                 ดีอีเอส เผยสถิติข่าวปลอมรอบ 10 เดือน พบมีข้อความข่าวที่ต้องคัดกรอง 12,964,044 ข้อความ ช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือการสนทนาบนโลกออนไลน์ (Social Listening) 98.60% หลังคัดกรองพบข่าวที่ต้องตรวจสอบ 6,039 เรื่อง เกินครึ่งเป็นข่าวปลอมในหมวดสุขภาพ                 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า กระทรวงฯ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาข่าวปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการทำงานบูรณาการร่วมกันทั้งกับทุกหน่วยงานราชการ 151 แห่ง การรับแจ้งเบาะแสจากประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และติดตามการสนทนาบนโลกออนไลน์ (Social Listening)เกี่ยวกับข่าวปลอม                 โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลให้ดูแล กลั่นกรอง ตรวจสอบ หรือกำจัดข่าวปลอม เน้นว่าเป็นข่าวที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และจะมีการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจในข่าวที่ถูกต้อง เพื่อประชาชนทุกคนให้เข้าใจ และรู้เท่าทันว่าข้อมูลที่เห็นจากสื่อออนไลน์/โซเชียล หรือได้รับการแชร์ต่อมาว่า ข่าวใดเป็นข่าวปลอม ข่าวจริง หรือข่าวบิดเบือน                 “ปัจจุบันมีข่าวปลอมที่เกิดขึ้นตลอดเวลาบนโลกออนไลน์ ผู้เสพสื่อต้องรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร มีสติ ใช้วิจารณญาณก่อนแชร์ และขอให้ทุกส่วนราชการออกมาช่วยชี้แจง ทำความเข้าใจในข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน ภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏสู่สาธารณชนอย่างรวดเร็ว การระงับ ยับยั้ง การแพร่กระจายของข่าวปลอมเป็นภารกิจสำคัญของทุกหน่วยที่ต้องร่วมมือกับดีอีเอส เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายจากข่าวปลอมที่จะมีต่อประชาชน สังคม และเศรษฐกิจ” นายพุทธิพงษ์กล่าว                  นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า การกำหนดให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นผู้เสียหายหรือเป็นเจ้าของข้อมูลที่มีการนำไปบิดเบือนเป็นข่าวปลอม และเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์/ระบบอินเทอร์เน็ต ต้องมีการรายงานกลับไปยังศูนย์ฯ ภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับแจ้งผ่านทางอีเมล เนื่องจากกระแสออนไลน์แพร่กระจายได้เร็วมาก และสามารถสร้างความเสียหายในเวลารวดเร็ว ดังนั้นหากมีการรายงานตอบกลับมายังศูนย์ฯ ได้ทันการณ์เท่าไร ขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้องและจัดการแก้ไขข่าวปลอมก็จะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบจากความเสียหายให้ได้เร็วที่สุด                  “ข่าวปลอมบางข่าวนอกจากสร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนหรือผู้เกี่ยวข้องแล้ว บางครั้งยังสร้างผลกระทบต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจประเทศ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเร็วๆ นี้มีการแชร์ข่าวปลอมว่ารัฐบาลถังแตก ไม่มีเงินจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ-คนพิการ ข่าวนี้ในอีกด้านหนึ่งส่งกระทบต่อการลงทุนและความมั่นใจของนักลงทุนต่างประเทศด้วย” นายภุชพงค์กล่าว                   สำหรับผลการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม 10 เดือนที่ผ่านมา (1 พ.ย.62 – 31 ส.ค.63) จากการรับแจ้งเบาะแส และติดตามการสนทนาบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับข่าวปลอม พบว่า มีข้อความข่าวที่ต้องคัดกรอง 12,964,044 ข้อความ โดยช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากอันดับ 1 คือ ระบบติดตามการสนทนาบนโลกออนไลน์ (Social Listening Tools) 98.60% หรือ 12,392,431 ข้อความ ตามมาด้วย การแจ้งเบาะแสผ่านบัญชีไลน์ทางการ 1.32% เฟซบุ๊กแฟนเพจ 0.06% และเว็บไซต์ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม  0.02%                   ทั้งนี้ จากจำนวนข้างต้นมีข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบ 17,551 ข้อความ โดยจากการคัดกรองพบข้อความข่าวที่ต้องตรวจสอบ 6,039 เรื่อง แบ่งเป็น หมวดสุขภาพ 54% (3,267 เรื่อง), หมวดนโยบายรัฐ 40% (2,417 เรื่อง), หมวดเศรษฐกิจ 4% (237 เรื่อง) และหมวดภัยพิบัติ 2% (118 เรื่อง)                  ปัจจุบันมีข่าวที่ผ่านการตรวจสอบและได้รับการเผยแพร่แล้ว 932 เรื่อง หมวดหมู่ที่ทำการประชาสัมพันธ์มากสุดตามลำดับ ดังนี้ หมวดสุขภาพ 70% (656 เรื่อง), หมวดนโยบายรัฐ 19% (172 เรื่อง), เศรษฐกิจ 7% (64 เรื่อง) และหมวดภัยพิบัติ 4% (40 เรื่อง)                  “อยากให้พวกเราช่วยกันในสังคมออนไลน์ ผมเชื่อว่าข่าวปลอมไม่ได้หมดไปจากสังคมออนไลน์ แต่การสร้างการตระหนักรู้ การสร้างการรับรู้ การช่วยกันป้องกัน และการให้สังคมช่วยตรวจสอบผู้กระทำผิดทางออนไลน์ ก็จะเป็นสิ่งที่ป้องกันที่ดีที่สุด” นายภุชพงค์กล่าว   ************



         กรุงเทพฯ, 21 กันยายน 2563 — กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด จัดพิธีเปิดศูนย์ Thailand 5G Ecosystem Innovation Center (5G EIC) เพื่อผลักดันการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี 5G ผสานความร่วมมือของทั้งระบบนิเวศ ให้ประเทศไทยพร้อมเดินหน้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กรุงเทพฯ              ศูนย์ฯ นี้จะทําหน้าที่เป็น Sandbox ช่วยพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลสําหรับแอปพลิเคชัน 5G และบริการของอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทย จะสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคธุรกิจ ทั้งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ธุรกิจสตาร์ทอัพ ตลอดจนสถาบันการศึกษา ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลแห่งภูมิภาคอาเซียน            ภายในพิธีเปิดศูนย์ Thailand 5G Ecosystem Innovation Center (5G EIC) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในนามของ ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ“Incubation of 5G Ecosystem to Support the Digital Transformation of Thailand 4.0” ว่า“ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่ก้าวสำคัญในการมุ่งสู่เศรษฐกิจและสังคมรูปแบบใหม่ ไทยเป็นประเทศแรกๆ ในอาเซียนที่ได้นำเทคโนโลยี 5G มาใช้ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงมอบการให้บริการรูปแบบใหม่และประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อเท่านั้น แต่ยังพลิกโฉมทุกอุตสาหกรรมสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายที่สำคัญที่สุดของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล”            นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังได้กล่าวถึง “แผนปฏิบัติการว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G” ซึ่งเป็นกรอบแนวทางปฏิบัติสำคัญเพื่อนำเทคโนโลยี 5G ไปใช้ในทุกๆ ด้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด             “ศูนย์ Thailand 5G Ecosystem Innovation Center (5G EIC) แห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท หัวเว่ยฯ ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ที่พร้อมด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณบริษัท หัวเว่ยฯ สำหรับความร่วมมือครั้งสำคัญครั้งนี้” นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ศูนย์ 5G EIC นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะจุดประกายให้เกิดการนำเทคโนโลยี 5G ไปประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เป็นดิจิทัล มุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการสร้างมูลค่า โอกาส และการเติบโตใหม่ ๆ พร้อมเพิ่มขีดศักยภาพของประเทศไทยในฐานะผู้นําการพัฒนาระบบดิจิทัลในภูมิภาค”              ศูนย์ Thailand 5G EIC แห่งนี้ตั้งอยู่ ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) โดยมีบทบาทสำคัญในการเป็นพื้นที่ทดลองการนำเทคโนโลยี 5G ไปใช้ในภาคธุรกิจและบริการต่างๆ เช่น บริการทางการแพทย์ด้วย 5G (5G Medical Care), การเกษตรอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี 5G (5G Smart Agriculture), ระบบท่าเรืออัจฉริยะผ่านระบบ 5G (5G Port), การศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยี 5G (5G Remote Education), ระบบการรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี 5G (5G Smart Security) เป็นต้น              ศูนย์ฯ แห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อผลักดันระบบนิเวศ 5G อย่างครบวงจร และเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีและธุรกิจสตาร์ทอัพด้านดิจิทัลของไทย โดยนำเทคโนโลยีอันทันสมัยอย่าง Cloud, AI และ IoT มาประยุกต์ใช้เพื่อตอบสนองยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล นอกจากนี้ศูนย์ 5G EIC ยังมุ่งยกระดับทักษะดิจิทัลให้บุคลากรด้าน ICT ของไทยให้ให้พร้อมต่อยอดในระดับสากล              ในระหว่างพิธี ดีป้า ได้ประกาศความร่วมมือพันธมิตร Thailand 5G Ecosystem Partnership Alliance โดย ดร. ณัฐพลนิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล “ภารกิจของดีป้าคือการผลักดันประเทศไทยให้ขับเคลื่อนสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยศูนย์ Thailand 5G Ecosystem Innovation Center (5G EIC) แห่งนี้ จะสร้างเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลของไทยในระยะยาว ดังนั้น การจัดตั้งศูนย์ฯ แห่งนี้ ที่เกิดจากร่วมมือกันระหว่างดีป้าและบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่างหัวเว่ยฯ จึงมีความสำคัญในการเข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศ ผมขอขอบคุณบริษัท หัวเว่ยฯ สำหรับความร่วมมือครั้งสำคัญในวันนี้ รวมถึงการสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง”               ภายในงาน หัวเว่ยได้เปิดตัวแผนการลงทุนมูลค่า 475 ล้านบาท ในการพัฒนาศูนย์ 5G EIC อันจะนำมาซึ่งโซลูชัน 5G แบบครบวงจร, พื้นที่ทดลอง และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G กับกลุ่มพันธมิตร บริษัท หัวเว่ยฯ ยังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพธุรกิจเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพของไทยปีละกว่า 100 ราย โดยนำเทคโนโลยี 5G ไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรมแนวดิ่งในอีก 3 ปีข้างหน้า               “ศูนย์ Thailand 5G Ecosystem Innovation Center (5G EIC) เป็นศูนย์ฯ แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน การจัดตั้งศูนย์ฯแห่งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ในประเทศไทยไปจนถึงในระดับภูมิภาค”นายอาเบล เติ้งประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริม “หัวเว่ยฯรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นหนึ่งในการริเริ่มและเป็นพันธมิตรหลักของโครงการที่เต็มเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ หัวเว่ยมุ่งมั่นส่งเสริมระบบนิเวศ5G และสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วยประสบการณ์และทรัพยากรด้านเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก”                                              ***************

                เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดีอีเอส ให้เกียรติร่วมงานแถลงข่าว โครงการ X Campus Ads. Idea Contest 2020 ณ ห้อง Ballroom ชั้น C โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ เทอร์มินอล 21  ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (MHESI) และสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย(DUGA) และมหาวิทยาลัยชั้นนำจากทั่วประเทศ ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนนิสิต นักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ได้มีเวทีเพื่อแสดงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ ในการผลิตคลิปวีดีโอโฆษณาจากหลายหลายโจทย์อุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ  และได้บ่มเพาะความรู้เชิงลึกในการทำคลิปวีดีโอโฆษณาจากกูรูผู้เชี่ยวชาญ ระยะเวลาดำเนินกิจกรรมระหว่างเดือนสิงหาคม -  13 ธันวาคม 2563   โดยเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องนโยบายของกระทรวงฯ เรื่องการวางรากฐานในการพัฒนาและเชื่อมต่อเทคโนโลยีดิจิทัล อินเทอร์เน็ตการสื่อสาร เพื่อใช้ประโยชน์ในการสร้างรายได้ให้กับคนเมืองและชนบท และที่สำคัญควบคู่กัน คือ การพัฒนากำลังคนให้มีความรู้ความเข้าใจดิจิทัล(Digital Literacy) ให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างชาญฉลาดในการประกอบอาชีพ และให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญตามระดับมาตรฐานสากล หนึ่งในแกนหลักสำคัญในการพัฒนากำลังคน   *****************


              เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินทางร่วมงานการประชุมประจำปี 2563 เรื่อง "ชีวิตวิถีใหม่ ประเทศไทยหลังโควิด” จัดโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ณ ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยได้รับเกียรติจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมและแสดงปาฐกถาพิเศษ จากนั้นเป็นการเสวนาเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการปรับตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และประเด็นท้าทายในระยะต่อไป โดยเลขาธิการฯ สศช. นำเสนอประเด็น "ครึ่งทางแผนฯ 12 เตรียมพร้อมรับมือชีวิตวิถีใหม่” มีผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมเสวนา ได้แก่ นางปิยะมาน  เตชะไพบูลย์ ประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายวิศิษฐ์  ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายอุกฤษ  อุณหเลขกะ ผู้ก่อตั้งกิจการเพื่อสังคม "Ricult” เป็นต้น   *************


               เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2563 นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดฯ อาทิ โทรศัพท์จังหวัดนครพนม สถิติจังหวัดนครพนม และคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดให้บริการเน็ตประชารัฐ หมู่ที่ 7 บ้านดอนนางหงส์ท่า ตำบลดอนนางหงส์ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ สำหรับพื้นที่จังหวัดนครพนม ขณะนี้มีจุดให้บริการเน็ตประชารัฐครอบคลุมแล้ว 381แห่ง ทั้ง 12 อำเภอ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการติดตั้งฟรี เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต ณ จุดบริการฟรี เพื่อส่งเสริมให้เกิดกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเยาวชนในหมู่บ้าน สามารถใช้งานในการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม รวมทั้งเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายสำคัญของนโยบายรัฐบาล ในการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมหมู่บ้านทั่วประเทศ คือ การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ สร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ดังนั้นต้องสร้างการรับรู้ให้ใช้ประโยชน์เน็ตประชารัฐของประชาชน มีการติดตามและแก้ไขปัญหาเรื่องสัญญาณการใช้งานเน็ตประชารัฐในพื้นที่ให้ไกลยิ่งขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนต่อยอดการใช้ประโยชน์ส่งเสริมในการค้าขายออนไลน์ ของดีชุมชนเพื่อขยายโอกาสไปได้ทั่วโลก   **************

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.