Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา









          “พุทธิพงษ์” รุกต่อเนื่องนโยบายปิดเว็บพนันออนไลน์ จัดการประชุมหารือร่วมกันระหว่าง กสทช. ไอเอสพี และผู้ให้บริการมือถือทุกราย ติดตามความคืบหน้าเรื่องการระงับการเข้าถึงเว็บไซต์การพนันออนไลน์ มีคำสั่งศาลแล้ว 1,202 เว็บไซต์ พรุ่งนี้ (24 ก.ย.63) เตรียมเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีเนื้อหาออนไลน์ผิดกฎหมายในช่วงการชุมนุมที่ผ่านมา              นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (23 กันยายน 2563)  ได้มีการจัดการประชุมหารือร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี)  และผู้ให้บริการมือถือ (โอเปอร์เรเตอร์) ทุกราย เรื่องการระงับการเข้าถึงเว็บไซต์การพนันออนไลน์ เพื่อติดตามความคืบหน้าและหาข้อสรุปแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อให้การทำงานในเรื่องนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยล่าสุดมีคำสั่งศาลสั่งปิดเว็บพนันออนไลน์แล้ว 1,202 เว็บไซต์ แบ่งเป็นก่อนหน้านี้ 982 เรื่อง และมีคำสั่งศาลเพิ่มมาอีกวานนี้ (22 ก.ย.63) จำนวน 220 เว็บไซต์ เป็นเว็บพนันทั้งหมด สำหรับเรื่องการจับ จะเป็นอำนาจหน้าที่ของทางตำรวจ กระบวนการสอบสวน ดำเนินคดี โดยที่ผ่านมาได้มีการจับกุมเว็บพนันได้ 20 คดี             “ขอความร่วมมือด้วยว่าเมื่อไอเอสพี/โอเปอเรเตอร์รายใดดำเนินการปิด/ปิดกั้นการเข้าถึงเว็บพนันออนไลน์ที่มีคำสั่งศาลออกมาแล้ว ช่วยเชื่อมโยงการอัพเดทเข้าสู่หน้า Landing page และขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แสดง Landing page เป็นอันเดียวกันสำหรับการร่วมกันแก้ไขปัญหาเว็บพนันออนไลน์” นายพุทธิพงษ์กล่าว              พร้อมย้ำด้วยว่า หลังจากแนบคำสั่งศาลแจ้งไปยังไอเอสพี และผู้ให้บริการมือถือแล้ว ได้มีการติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยหากพบว่าไอเอสพี หรือค่ายมือถือรายใดไม่ดำเนินการปิดเว็บผิดกฎหมายเหล่านั้นภายใน 15 วันหลังได้รับคำสั่งศาล อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 27 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตามมาตรา 18 หรือมาตรา 20 หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลตามมาตรา 27 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทและปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง               สำหรับการติดตามดำเนินการร่วมกับกระทรวงฯ และ กสทช. เพื่อติดตามผู้กระทำความผิดกรณีการใช้สื่อสังคมออนไลน์กระทำผิดกฎหมาย ในช่วงการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงฯ เตรียมเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ โดยมุ่งดำเนินการกับผู้ที่นำเข้าข้อมูลคนแรกตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14               นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่บางแพลตฟอร์ม เช่น เฟซบุ๊ก ไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลในการปิดกั้น/ลบเนื้อหาผิดกฎหมาย ภายใน 15 วันหลังจากมีการแจ้งไปเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมแนบคำสั่งศาล ทางกระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเตรียมรวบรวมข้อมูลและจำนวนยูอาร์แอลที่ยังไม่มีการลบ/ปิดกั้น จัดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภายในวันที่ 24 ก.ย.นี้ เช่นกัน               ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เปิดช่องทางให้ประชาชนถ้าประชาชนในการแจ้ง หากพบเห็นสื่อโฆษณาหรือโพสต์ชักชวนให้เล่นการพนันออนไลน์ สามารถแคปหน้าจอ พร้อมแจ้ง link หรือยูอาร์แอลเว็บนั้นๆ ส่งมาโดยตรงที่เพจ “อาสา จับตา ออนไลน์”ทาง inbox คลิก m.me/DESMonitor  จะมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องตลอด 24 ชม. โดยจะนำข้อมูลเบาะแสส่งให้ตำรวจพิจารณาหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป ในส่วนของ ดีอีเอส เมื่อได้รับการยืนยันความผิดจากตำรวจแล้ว ก็จะดำเนินการปิดเว็บไซต์พนันดังกล่าวต่อไป **************


         “พุทธิพงษ์” หอบหลักฐานแจ้งความ 5 มือโพสต์หมิ่นช่วงเหตุการณ์ชุมนุม 19-20 ก.ย. 63 และรุกเอาจริงบังคับใช้กฎหมายกับเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ หลังตรวจสอบพบยังไม่ดำเนินการปิดลิงค์ผิดกฎหมายตามคำสั่งศาลภายใน 15 วัน             นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (24 ก.ย. 63) นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกล่าวโทษร้องทุกข์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีการชุมนุมทางการเมืองที่ผู้ชุมนุมอ้างว่าเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญและสามารถทำได้ตามกฎหมาย เนื่องจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. ที่ผ่านมา มีการใช้ Social Media โพสต์ข้อความต่างๆ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือพาดพิงสถาบันหลักของประเทศจำนวน 5 ยูอาร์แอล ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ดังนี้ เฟซบุ๊ก 4 ยูอาร์แอล และทวิตเตอร์ 1 ยูอาร์แอล             ทั้งนี้ เน้นยำว่าการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีครั้งนี้ มุ่งดำเนินการกับผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้อมูลที่ผิดกฎหมายซึ่งไม่ใช่เป็นผู้แชร์ต่อ จึงมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปแจ้งความต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) เพื่อดำเนินคดี เพื่อเอาผิดกับผู้นำเข้าข้อความที่ไม่เหมาะสม 5 ราย ดังกล่าว ทั้งนี้ที่มีจำนวนผู้กระทำผิดไม่มากเป็นเพราะกระทรวงฯ ต้องการให้มีการดำเนินคดีกับบุคคลแรกที่เป็นผู้นำเข้าข้อมูลเท่านั้น              รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า กระทรวงฯ ยังพร้อมดำเนินคดีกับแพลทฟอร์มต่างประเทศ เพจหรือเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายที่ไม่ดำเนินการปิดภายใน 15 วัน ตามที่มีการส่งหนังสือไปแจ้งเตือนไอเอสพีเพื่อดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึง/ปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายก่อนหน้านี้               ที่ผ่านมา ในช่วง ส.ค. – 24 ก.ย. มียอดร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้นำเข้าข้อมูลคอมฯ ที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คอมฯ รวมจำนวน 13 บัญชี/รายการ และมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ตามมาตรา 27 ที่ไม่ปฏิบัติตาม คำสั่งศาลฯ จำวน 2 ราย (เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์) ซึ่งไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลในการปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลผิดกฎหมาย/ปิดเว็บไซต์ภายใน 15 วันหลังจากได้รับคำสั่งศาล               สำหรับที่ผ่านมา จากการติดตามความร่วมมือดำเนินการตามคำสั่งศาลจากแพลตฟอร์มต่างๆ ประกอบด้วย เฟซบุ๊ก661 ยูอาร์แอล ปิดแล้ว 225 ยูอาร์แอล, ยูทูบ 289 ยูอาร์แอล (ปิดลิงค์ให้ครบแล้ว), ทวิตเตอร์ 69 ยูอาร์แอล ปิดแล้ว 5 ยูอาร์แอล และเว็บอื่นๆ จำนวน 5 ยูอาร์แอล ปิดแล้ว 4 ยูอาร์แอล โดยยังคงเหลืออีก 1 ยูอาร์แอล บนแพลตฟอร์มอินสตาแกรม (ไอจี) ซึ่งมีเฟซบุ๊กเป็นเจ้าของ *****************





icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.