Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

               เมื่อวันที่ 20-22 ตุลาคม 2563 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดีอีเอส  ได้เข้าร่วมการประชุม APT Policy and Regulatory Forum ครั้งที่ 20 ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นการประชุมของสมาชิกองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก ในการแลกเปลี่ยน นโยบาย การกำกับดูแล ICT และโทรคมนาคม สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้ร่วมแลกเปลี่ยนและนำเสนอประสบการณ์ของประเทศไทย รวมถึงนโยบายและมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้านดิจิทัล ภายใต้หัวข้อ การถอดบทเรียนจาก COVID-19 นโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้องหลัง COVID-19 ณ ห้องประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัล แจ้งวัฒนะ   ****************

                 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2563 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดีอีเอส ร่วมประชุมกรรมการแผนกประชาสัมพันธ์งานกาชาดประจำปี 2563 ครั้งที่ 1 ณ ห้องประชุมอำนวยนรธรรม ชั้น 4 สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย โดยร่วมพิจารณาวาระสำคัญ ได้แก่ รูปแบบการจัดงานกาชาดออนไลน์ กิจกรรมพิเศษภายในงาน และแนวทางการประชาสัมพันธ์งานกาชาดออนไลน์ ซึ่งในปีนี้สภากาชาดกำหนดจัดงานในรูปแบบแพลตฟอร์มงานกาชาดออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.งานกาชาด.com ภายใต้แนวคิด "Connectivity of Giving #ให้ด้วยใจไร้พรมแดน” ระหว่างวันที่ 19-29 ธันวาคม 2563  รวม 11 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างมติใหม่ของการจัดงานสภากาชาด แบบ New Normal แต่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของงานกาชาดประจำปีและเพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาด   ***************                





                28 ต.ค.63 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี 2563 ณ วัดนางนอง เขตจอมทองกรุงเทพฯ ในการนี้ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ข้าราชการ พนักงาน และประชาชนเข้าร่วมพิธี โดยยอดเงินที่ถวายผ้าพระกฐินพรระราชทานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี 2563 เป็นจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1,400,000 บาท พร้อมกันนี้ประธานในพิธีได้มอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนวัดนางนองพิพัฒน์ โรงเรียนอนุบาลวัดนางนอง และทุนการศึกษาวงดุริยางค์ *******************

                “พล.อ.ประวิตร” ติดตามงานกระทรวงดิจิทัลฯ ชื่นชมผลงานขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่ม ตอบโจทย์นโยบายรัฐในการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง หนุนดีอีเอสทำงานประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพิ่มประสิทธิภาพการปิดกั้นสื่อออนไลน์ผิดกฎหมาย ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบ                   วันนี้ (29 ต.ค. 63) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน โดยมีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด ให้การต้อนรับ                    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ชื่นชมผลการดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งสนองตอบต่อนโยบายของรัฐบาลเป็นอย่างดี และถือเป็นกำลังสำคัญของรัฐบาลในการดำเนินการ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ในโอกาสนี้ได้มอบหมายแนวทางทำงาน 8 ข้อ เพื่อให้กระทรวงฯ ดำเนินการต่อเนื่อง รองรับเป้าหมายให้คนไทยทั้งประเทศสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในระบบดิจิทัล หนุนสร้างความตระหนักรับรู้อย่างทั่วถึง และรู้เท่าทันภัยจากสื่อออนไลน์                     โดยในด้านสังคมรวมทั้งความมั่นคง ประกอบด้วย 1.ช่วยกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาส เป็นพิเศษ โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล ได้อย่างเหมาะสม 2.เร่งทำการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (เฟคนิวส์) ที่กระทรวงฯ กำลังดำเนินการ ต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย ประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทำให้เป็นรูปธรรม และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าถึงประชาชนในวงกว้างมากยิ่งขึ้น   3.เร่งป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ โดยบูรณาการการทำงาน และดำเนินการตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ อย่างเคร่งครัด และ 4.ขับเคลื่อนการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ เพื่อป้องกันภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และทวีความสำคัญมากขึ้น                       “โดยจากเหตุการณ์เมื่อต้นสัปดาห์ ที่กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า กลุ่มไซเบอร์ทรีฟิงเกอร์ ทำการโจมตีเว็บไซต์สารสนเทศภาครัฐ 5 หน่วยงาน แต่เราสามารถตั้งรับได้ ไม่เกิดปัญหาระบบล่ม และสามารถให้บริการได้ตามปกติ เป็นบทพิสูจน์ความสำคัญของสำนักงานไซเบอร์ฯ” พล.อ.ประวิตรกล่าว                         ขณะที่ ในด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย 1.เร่งรัดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อช่วยเพิ่มรายได้ ให้กับประชาชน สร้างงานในพื้นที่ต่างจังหวัด พื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มฐานราก เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย คนด้อยโอกาส 2.วางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ทันสมัย ขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยี 5G และเร่งรัดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลดังกล่าว เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ ตลอดจนการให้บริการสาธารณสุขและการศึกษาทางไกลกับประชาชน                         3.เตรียมคนไทยและแรงงานไทยให้พร้อมสู่โลกดิจิทัล สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในระบบดิจิทัล สร้างความรู้ความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ 4.พัฒนาเศรษฐกิจและนวัตกรรมดิจิทัล เร่งส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ให้กระจายไปทุกภูมิภาค ทุกจังหวัด ทั่วประเทศโดยเร็ว                         พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สืบเนื่องจากปัจจุบัน สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสร้างความขัดแย้งในสังคม การปลุกปั่นยั่วยุ และการแสดงออกอย่างไม่เหมาะสม กระทรวงดิจิทัลฯ ต้องมีบทบาทในการแก้ไขเรื่องดังกล่าว จึงขอให้กระทรวงฯ เพิ่มประสิทธิภาพการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจังและเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบ                         “เราเห็นตัวอย่างจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้วว่า ม็อบใช้สื่อดิจิทัลในการปลุกระดมคนมาร่วมการชุมนุมทางการเมือง ดังนั้นเป็นบทบาทของกระทรวงดิจิทัลฯ ในเรื่องนี้ ขณะเดียวกัน ก็อยากฝากให้ทางตำรวจ เร่งรัดติดตามดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลในการปิดและระงับการเข้าถึงยูอาร์แอลหมิ่นฯ หรือผิดกฎหมาย ตามที่กระทรวงฯ ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว เพราะถ้ามีการดำเนินคดีเป็นตัวอย่าง 1-2 คดี แพลตฟอร์มต่างประเทศก็จะได้เห็นว่าประเทศไทยมีกฎหมายและเรามีการบังคับใช้จริง” พล.อ.ประวิตรกล่าว                          นอกจากนี้ ขอให้ประสานและขอความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ในประเทศ และแพลตฟอร์มต่างประเทศ                         “ขอให้กระทรวงดิจิทัลฯ พัฒนาอุปกรณ์ เครื่องมือ ให้ทันกับเทคโนโลยีเพื่อการสืบค้น พิสูจน์หลักฐาน และหาตัวผู้กระทำผิดให้ได้อย่างจริงจัง และสร้างความตระหนักรับรู้ การรู้เท่าทันจากภัยออนไลน์ ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง” พล.อ.ประวิตรกล่าว                          ท้ายสุดนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวชื่นชมกระทรวงฯ ว่า ที่ผ่านมามีผลงานสำเร็จเป็นรูปธรรมหลายเรื่อง อาทิ การจัดตั้งสำนักงานไซเบอร์ฯ การจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ ทั้งนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ได้ทุ่มเทต่อการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างมั่นคง และยั่งยืนตลอดไป   ******************

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งนักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ กำหนดวัน เวลา และสถานที่เข้ารับการประเมินฯ และระเบียบเกี่ยวกับการเข้ารับการประเมินฯ


  นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการต่างๆ ประจำปี 2563  ของหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ในโอกาสนี้ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหา/อุปสรรคเพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ตรวจราชการฯ ได้เสนอแนะให้หน่วยงานในพื้นที่ สร้างช่องทางในการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ และส่งเสริมการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์กระทรวงฯ อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม รวมทั้งให้มีการประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่น ๆ เพื่อดำเนินภารกิจในพื้นที่/จังหวัด  อีกทั้งยังหารือการปฏิบัติงานในภาวะปกติใหม่ (New normal) ด้วย โดยมีผู้แทนจากสำนักงานสถิติจังหวัดพิษณุโลก สถานีอุตุนิยมวิทยาพิษณุโลก ส่วนบริการลูกค้าจังหวัดพิษณุโลก บมจ.ทีโอที สำนักงานบริการลูกค้า กสท พิษณุโลก ที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดพิษณุโลก และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคเหนือตอนล่าง ร่วมแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 22 ก.ค.63 ที่ผ่านมา                   จากนั้นผู้ตรวจราชการฯ และคณะ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินการของศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา ซึ่งเป็นศูนย์ฯ ที่เปิดให้บริการประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เช่น ใช้จัดอบรมให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในหลักสูตรต่างๆ และคณะเดินทางติดตามจุดบริการเน็ตประชารัฐ ณ บ้านคลองเมม หมู่ 9 ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม ที่เป็นแหล่งรวมจัดกิจกรรมของชุมชน อาทิ กลุ่มอาชีพทำน้ำพริกทุกสัปดาห์ เป็นสถานที่จัดอบรมของหน่วยงานต่าง ๆ โดยใช้เครือข่ายเน็ตประชารัฐ (จุดบริการฟรีไวไฟ) มีประชาชนทั้งที่เป็นเกษตรกร เด็กนักเรียน และเยาวชนในพื้นที่มาใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนและการประกอบอาชีพเป็นประจำ ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการฯ ได้ขอความร่วมมือผู้นำชุมชนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้คนในชุมชนใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เช่น การเพิ่มช่องทางขายสินค้าชุมชนผ่านออนไลน์ หรือนำสินค้าเผยแพร่ขายผ่าน www.thailandpostmart.com ของ ปณท ฯลฯ ต่อไป   **************

23 ก.ค.63 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ ได้เดินทางตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการต่างๆ ของหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยได้ประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของทุกหน่วยงานในสังกัดเพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการดำเนินงาน รวมทั้งปัญหา/อุปสรรคเพื่อสรุปนำเสนอผู้บริหารระดับสูงพิจารณาแนวทางการแก้ไขพร้อมสนับสนุนการทำงานของแต่ละหน่วยงานอย่างเหมาะสมต่อไป                 ผู้ตรวจราชการฯ ได้เสนอแนะให้สำนักงานสถิติจังหวัดเป็นศูนย์กลางในการประสานการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานในพื้นที่ โดยมีการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ และส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์กระทรวงฯ อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม รวมทั้งให้มีการประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่น ๆ เพื่อดำเนินภารกิจในพื้นที่/จังหวัด อีกทั้งยังหารือการปฏิบัติงานในภาวะปกติใหม่ (New normal) ด้วย                จากนั้นผู้ตรวจราชการฯ และคณะ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมติดตามการใช้ประโยชน์เน็ตประชารัฐ ณ ศาลาประชาคมบ้านเกาะวงษ์เกียรติ์ หมู่ 2 ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง ซึ่งมีผู้นำชุมชนที่เป็นคนรุ่นใหม่ดูแลและส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน รวมถึงชาวบ้านได้ใช้อินเทอร์เน็ตในด้านต่างๆ ทั้งเพื่อการเรียน การประกอบอาชีพ ตลอดจนการจัดประชุมชาวบ้านของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ โดยผู้ตรวจราชการฯ ได้แนะนำให้ผู้ใหญ่บ้านดูแลไม่ให้เป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชน และหากมีปัญหาในการใช้งานให้ติดต่อศูนย์บริการทีโอทีในพื้นที่ได้ทันที นอกจากนี้ยังได้ให้ไปรษณีย์ไทยจังหวัดแนะนำช่องทางการขายสินค้าชุมชนแก่ผู้ใหญ่บ้านเพื่อไปถ่ายทอดแก่กลุ่มอาชีพในชุมชนต่อไป                ปิดท้ายด้วยการตรวจเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ณ โรงเรียนบ้านราวต้นจันทน์ ต.ราวต้นจันทน์ อ.ศรีสำโรง ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 เป็นศูนย์ขนาดกลางมีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 11 ชุด ปัจจุบันยังคงใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากโรงเรียนมีครูที่มีองค์ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์เป็นผู้ดูแลบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ มีแผนการใช้งานประจำสัปดาห์อย่างชัดเจน โดยให้บริการทั้งเด็กนักเรียน และประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการฯ ได้ขอความร่วมมือผู้อำนวยการโรงเรียนช่วยส่งเสริมให้คนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น รวมทั้งประสานความร่วมมือกับผู้นำชุมชน (กำนัน) และ ส่วนท้องถิ่น (อบต.) ซึ่งมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนศูนย์ฯ สร้างการเรียนรู้ให้กับชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป   ******************

24 ก.ค.63 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ ได้เดินทางตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการต่างๆ ของหน่วยงานในสังกัดในพื้นที่จังหวัดลำปาง โดยได้ประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงานในพื้นที่ พร้อมหาแนวทางสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดต่อไป ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการฯ ได้เสนอแนะให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการการทำงานร่วมกันมากยิ่งขึ้น เป็น “ดรีมทีม” (Dream Team) เช่น จัดพบปะกันเป็นประจำเพื่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ และเอื้ออำนวยการทำงานส่งเสริมซึ่งกันและกันในเวทีต่างๆ ของจังหวัด เป็นต้น จะทำให้เกิดความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์กระทรวงฯ รวมทั้งให้มีการประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่น ๆ เพื่อดำเนินภารกิจในพื้นที่/จังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม                      จากนั้นผู้ตรวจราชการฯ และคณะ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมติดตามการใช้ประโยชน์เน็ตประชารัฐ ณ ศาลากลางหมู่บ้าน บ้านลอมศรีป้อ หมู่ 7 ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา ซึ่งได้พบปะพูดคุยกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่เป็นผู้ดูแลและส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน รวมถึงชาวบ้านได้ใช้อินเทอร์เน็ตในการเรียนและการประกอบอาชีพ โดยผู้ตรวจราชการฯ ได้ขอความร่วมมือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยสอดส่องดูแลจุดให้บริการ Free Wi-Fi ไม่ให้เป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชนในพื้นที่ และขอให้แนะนำลูกบ้านใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ายิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้แจ้งว่าชาวบ้านมาใช้ประโยชน์ทุกวันโดยเฉพาะช่วงเย็นๆ และอยากให้กระทรวงฯ เพิ่มจุดติดตั้งเน็ตประชารัฐให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมู่บ้านอีกหนึ่งจุดด้วย เนื่องจากหมู่ 7 มีบ้านเรือนกระจายอยู่สองฝั่งถนนทำให้สัญญาณไม่ทั่วถึง   ******************

 เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมตรวจราชการแบบบูรณาการกับ นางสาวปภัสมน อัมราลิขิต ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ ๖ พร้อมด้วยผู้ตรวจราชการกระทรวงต่างๆ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้แทนผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข โดยได้ประชุมร่วมกับ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนทั้ง ๔ ด้าน ตลอดจนผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจติดตามงาน/โครงการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๓ ณ ห้องประชุม ชั้น ๑ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต โดยคณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ติดตามผลการดำเนินการ ๓ ประเด็นหลัก ได้แก่ ๑) การเกษตรสร้างมูลค่า (ประเด็นเกี่ยวกับเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรปลอดภัย/เกษตรอินทรีย์ แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri Map) การพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer) ๒) การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (ประเด็นเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลชุมชนชายเลน ๖ ชุมชน การสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิประโยชน์ การเร่งรัดจัดที่ดินและส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎร) ๓) การพัฒนาชุมชนเมือง (ประเด็นเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน การอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองและแหล่งน้ำธรรมชาติ การพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยทั้งในเมืองและชนบท)                  ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เสนอแนะเพิ่มเติมว่าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตสามารถส่งเสริมการดำเนินงานต่างๆ ได้ อาทิ ประเด็นการตลาดออนไลน์ สามารถประสานความร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งมีช่องทางการขายสินค้าชุมชนทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ผ่าน Thailandpostmart.com เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการขายสินค้าเกษตรของจังหวัดภูเก็ต สำหรับประเด็นการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer นั้น สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ตสามารถประสานกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภูเก็ต เพื่อหารือเรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลส่งเสริมการดำเนินงานดังกล่าวได้ นอกจากนี้ สถานีอุตุนิยมวิทยา ยังสามารถสนับสนุนข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา เช่น การคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน การพยากรณ์ต่างๆ ให้แก่เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตรอีกด้วย                  จากนั้น คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามเกษตรแปลงใหญ่ ณ กลุ่มปลูกสับปะรด หมู่ ๑ ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งสับปะรดภูเก็ตมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว คือ มีเนื้อสีเหลืองเข้ม กลิ่นหอม เยื่อใยน้อย รสชาติหวานกรอบ แกนผลมีความกรอบมากรับประทานได้ โดยมีผลผลิตจำหน่ายช่วงเดือนกันยายน – มีนาคม มีการจำหน่ายผ่านออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก รวมทั้งได้ประสานกับ บจ.ไปรษณีย์ไทย ในเรื่องการจัดส่งและการขายผ่าน Thailandpostmart.com แต่ที่ผ่านมาผลผลิตไม่เพียงพอในการขายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคณะผู้ตรวจราชการฯ ได้เสนอแนะให้มีการสำรวจความต้องการตลาด เริ่มจากภายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตก่อน ประสานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน บริการด้านการท่องเที่ยว และขยายไปยังภายนอกพื้นที่ โดยร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ขับเคลื่อนตลาดต่อไป หรืออาจนำเสนอเรื่องราว (Story telling) ของสับปะรดภูเก็ต (พันธุ์ภูเก็ตที่ปลูกในพื้นที่ภูเก็ต) ที่มีคุณสมบัติพิเศษและมีลักษณะเฉพาะ สะท้อนจากสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งเกษตรกรในกลุ่มถึง 5 - 6 ราย ได้ขึ้นทะเบียน GI ด้วยแล้ว และควรหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเรื่องการส่งเสริมตลาดให้เกิดความยั่งยืน   ************************

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 นายพลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ ได้เดินทางตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการต่างๆ ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงฯ ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยได้เข้าพบนายชาธิป รุจนเสรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เพื่อหารือข้อราชการเกี่ยวกับโครงการสำคัญที่กระทรวงดิจิทัลฯ ดำเนินการ อาทิ ภารกิจศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม โครงการอาสาสมัครดิจิทัล ภารกิจเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 (แพลตฟอร์ม/แอปพลิเคชั่นไทยชนะ/การจัดส่งหน้ากากอนามัยให้กับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกองทัพไทย) โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งรองผู้ว่าราชการฯ แจ้งว่า แนวทางการพัฒนา Smart City จังหวัดปทุมธานีได้แบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนการค้า และโซนความรู้ รวมทั้งมีการตั้งคณะทำงาน 7 คณะ เพื่อพิจารณาเสนอประเด็นการพัฒนาแต่ละด้านสำหรับคัดเลือกพัฒนาเป็นอันดับแรกๆ ก่อน

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.