Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

                 ดีอีเอส กางสัญญาสัมปทาน'ไทยคม' ตอบโต้ ข้อกล่าวอ้างของเอกชน ที่พยายามเลี่ยง ไม่รับผิดชอบความเสียหายดาวเทียมไทยคม 5 ชำรุดจนใช้งานไม่ได้ก่อนครบอายุสัญญาสัมปทาน กระทบทั้งผู้ใช้บริการและทำรัฐสูญรายได้ตามข้อสัญญา                  น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า กรณีดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งประสบปัญหาขัดข้องจนต้องปลดระวางก่อนวันครบกำหนดสัญญาสัมปทาน ที่ผ่านมากระทรวงฯ ในฐานะคู่สัญญากับ บมจ. ไทยคม ซึ่งเป็นเอกชนผู้รับสัมปทาน ได้เจรจาให้ บริษัทแสดงความรับผิดชอบเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายทั้งกับลูกค้าผู้ใช้บริการ และกับรัฐในฐานะผู้ให้สัมปทาน อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อยุติร่วมกัน และล่าสุดผู้บริหาร บมจ.ไทยคม ออกมากล่าวอ้างให้ข้อมูลเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ ในการปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทาน ดังนั้น กระทรวงฯ จำเป็นต้องออกมาให้ข้อเท็จจริงเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวอ้างของเอกชนในประเด็นหลักๆ  ดังนี้                  การที่ผู้บริหารของไทยคม ระบุว่าได้ดำเนินการตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานครบถ้วนมาตลอดนั้น สัญญาสัมปทานนี้ทำขึ้นเมื่อปี 2534 มีข้อกำหนดชัดเจนให้บริษัทฯ มีหน้าที่จัดสร้างและจัดส่งดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ โดยมีดาวเทียมหลักและดาวเทียมสำรองซึ่งจัดส่งขึ้นสู่วงโคจรให้ทันใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องกับการสิ้นอายุของดาวเทียมดวงก่อน อีกทั้ง เมื่อถึงวันสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน บริษัทฯ ต้องส่งมอบทรัพย์สินภายใต้สัญญาฯ คืนให้กระทรวงฯ โดยดาวเทียมต้องอยู่ในสภาพใช้งานได้ ณ ตำแหน่งวงโคจร รวมทั้งสถานีควบคุมดาวเทียมและอุปกรณ์ต่างๆ ต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี                  ทั้งนี้ จากข้อสัญญาข้างต้น ชัดเจนว่าเงื่อนไขสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนดาวเทียมที่บริษัทฯ มีการจัดสร้างเพื่อให้บริการ และในวันสิ้นสุดอายุสัญญา ทรัพย์สินในโครงการทั้งหมดที่ต้องส่งมอบให้กับกระทรวงฯ ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานดาวเทียมไทยคม ต้องยังอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี และสามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ                   ในส่วนของอายุดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งขึ้นสู่วงโคจรเพื่อให้บริการในปี 2549 นั้น กระทรวงฯ เคยได้รับแจ้งจากบริษัทฯ เมื่อปลายปี 2560 ว่า ดาวเทียมดวงนี้จะหมดอายุทางวิศวกรรมในช่วงไตรมาส 3 ปี 2563 เนื่องจากเชื้อเพลิงในระบบขับเคลื่อนจะหมด พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยื่นข้อเสนอขอเชื่อมต่อระบบขับเคลื่อนเพิ่มเติมให้กับดาวเทียมไทยคม 5 และขอแก้อายุสัญญาสัมปทาน                   “สำหรับข้อเสนอครั้งนั้น กระทรวงฯ เห็นชอบหลักการให้บริษัทฯ เฉพาะในเรื่องคำขอเชื่อมต่อระบบขับเคลื่อนเพิ่มเติมให้กับดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งบริษัทก็ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการเมื่อเดือนสิงหาคม 2562” น.ส.อัจฉรินทร์กล่าว                    อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคม 2562 บริษัทฯ ได้แจ้งว่าเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคของระบบแจ้งสถานะของดาวเทียมไทยคม 5 และพยายามทำการแก้ไขแต่ไม่สำเร็จ และได้แจ้งว่าจะต้องปลดระวางดาวเทียมออกจากวงโคจร ซึ่งกระทรวงฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบทางเทคนิค และพบว่าไทยคม 5 เกิดการขัดข้องจริง โดยเกิดจากระบบแจ้งเตือนสถานะบนดาวเทียม (Telemetry) ไม่ส่งสัญญาณลงมา โดยเป็นการเสียแบบเฉียบพลัน ประกอบกับเมื่อปี 2561 บริษัทฯ พบปัญหาอุปกรณ์ Telemetry ตัวที่ 1 ใช้งานไม่ได้ และตัดสินใจใช้งานตัวสำรองแทน ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยไม่เคยแจ้งให้กระทรวงฯ รับทราบ                   “จากข้อเท็จจริงข้างต้น จึงไม่สอดคล้องกับข้ออ้างของ บมจ.ไทยคม ที่ให้ข้อมูลกับสื่อว่า ดาวเทียมไทยคม 5 ชำรุด เพราะหมดอายุวิศวกรรมและใช้งานเกินกว่าอายุที่กำหนด” ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าว                   นอกจากนี้ การที่บริษัทปลดระวางดาวเทียมไทยคม 5 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นหน้าที่ของบริษัทฯ ที่จะดำเนินการตามข้อปฏิบัติสากล กระทรวงฯ รับทราบว่าต้องดำเนินการแต่ไม่ได้อนุมัติหรือเห็นชอบ และกระทรวงฯ ได้มีหนังสือแจ้งให้บริษัทฯ ดำเนินการตามข้อกำหนดของสัญญาฯ หลังการปลดระวางด้วย เช่นเดียวกับการปลดระวางดาวเทียมดวงก่อนๆหน้านี้                   อีกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสัญญาสัมปทานไทยคม ก็คือ ข้อสัญญาเกี่ยวกับการชำระส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ซึ่งมีการจัดทำร่วมกันตั้งแต่ปี 2534 ซึ่งกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนที่บริษัทฯ ต้องชำระให้กับกระทรวงฯเป็นร้อยละของรายรับรวมทั้งสิ้นในแต่ละปีก่อนหักค่าใช้จ่าย หรือให้ผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ โดยเอาจำนวนผลประโยชน์ที่สูงกว่าเป็นเกณฑ์                   ดังนั้นข้อมูลที่เอกชนกล่าวอ้าง ถึงตัวเลขที่มีการชำระค่าส่วนแบ่งรายได้ของดาวเทียมจนถึงปัจจุบัน ว่า เป็นจำนวนเงินที่สูงกว่าจำนวนขั้นต่ำที่กำหนดไว้ในสัญญา จึงถือเป็นข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณชน ที่ไม่ทราบถึงรายละเอียดของสัญญาในประเด็นนี้   **************  

              เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำร่างแผนแม่บทด้านการสื่อสารแห่งชาติ ซึ่งมีผู้แทนจากสำนักงาน กสทช. บมจ. ทีโอที บมจ. กสท โทรคมนาคม และ บจ. ไปรษณีย์ไทย เข้ามาร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม Co-Working Space ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ช่วยกำหนดยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงการพัฒนาโดยต้องมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ และแผนระดับชาติ โดยมีแนวทางและกรอบแผนงาน นำไปสู่การกำหนดนโยบาย เพื่อให้เกิดการพัฒนาการสื่อสารของประเทศ ทั้ง 3 ด้านให้มีบริการเป็นไปอย่างทั่วถึง เป็นธรรม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยสอดรับกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีระดับสากล อย่างยั่งยืน ตามนิยาม “การสื่อสาร” ขององค์การการค้าโลก The World Trade Organization (WTO) ประกอบด้วย 3 ด้าน คือบริการด้านโทรคมนาคม บริการด้านภาพและเสียง และบริการการส่งพัสดุและไปรษณีย์ ซึ่งการประชุมเชิง ปฏิบัติการนี้ จะร่วมกันกำหนดทิศทางและแนวทางการพัฒนาการสื่อสารของประเทศ ให้มีความทันสมัย เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาการสื่อสารของโลก และสามารถบูรณาการด้านการสื่อสาร ในทุกภาคส่วน และมีความยืดหยุ่นสามารถปรับใช้ในการพัฒนาประเทศในทุกสถานการณ์   ****************              

          เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารแผนปฏิบัติราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1-2563 โดยมีคณะกรรมการบริหารแผนปฎิบัติราชการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมMDES 1 ชั้น 9 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ที่ประชุมพิจารณาวาระสำคัญ ได้แก่(ร่าง)แผนปฎิบัติราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 3 ปี พ.ศ.2563-2565 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2564 ) และประจำปีงบประมาณ 2564 , โครงการสำคัญ (Flagchip Project) ภายใต้แผนปฎิบัติราชการกระทรวงดิจิทัลฯ ,การมอบหมายเจ้าภาพรวบรวมตัวชี้วัด/ค่าเป้าหมาย และข้อเสนอโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 รวมทั้งหมด114 โครงการ ทั้งนี้เพื่อให้ทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ มีส่วนร่วมในการวางแผน ร่วมดำเนินการติดตามประเมินผล และมีความเข้าใจชัดเจนถึงแนวทางการดำเนินตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2565   ______________


               นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน “โครงการอบรมการป้องกันความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ ครั้งที่ 19” (CDIC) และแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่องการประกาศใช้บังคับของกฎหมาย พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  กับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ 201-203  ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค สำหรับการจัดงานในปีนี้ใช้แนวคิดหลัก “The Future of Next Normal Cyber Risk and Digital Immunity” การพร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านไซเบอร์และสิ่งที่จะเป็นวิถีปกติใหม่ถัดไปที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคำสำคัญ “ภูมิคุ้มกันด้านดิจิทัล” ที่ว่า..จะทำอย่างไรที่จะช่วยกันสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้านดิจิทัลให้กับสังคมและประเทศไทย ให้มีและดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องยั่งยืนท่ามกลางภัยคุกคามและอาชญากรรมทางไซเบอร์ ข้อมูลข่าวลวง-ข่าวปลอม การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจน  social movement, social media ตามการเคลื่อนไหวทางสังคมและกระแสสื่อสังคมออนไลน์   ****************      

              เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ที่ประชุมร่วมพิจารณาเรื่องแผนการดำเนินการประเมินสถานะการเป็นระบบราชการ 4.0 ของสำนักปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และแนวทางในการปรับปรุงข้อที่ยังไม่ผ่านการประเมินเมื่อปีงบประมาณ 2563 และการมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบ ณ ห้องประชุม 802 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ทั้งนี้แผนการดำเนินการประเมินสถานะการเป็นระบบราชการ 4.0 เป็นตามนโยบายที่รัฐบาลต้องการเปลี่ยนเศรษฐกิจของประเทศแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหน่วยงานภาครัฐในฐานะมีหน้าที่ผลักดันนโยบายของรัฐบาลจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน แนวคิด และวิธีการ ยึดหลักธรรมาภิบาล เน้นการเปิดกว้างให้ภาคส่วนอื่นเข้ามามีส่วนร่วม เชื่อมโยงการทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและสร้างนวัตกรรม พัฒนาหน่วยงานให้เป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง เพื่อให้สามารถผลักดันนโยบายยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0   ***************              

            “พุทธิพงษ์” หารือผู้ประกอบการแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสูงสุด หลังเจอข้อมูลลูกค้ารั่วไหลครั้งใหญ่ ย้ำทุกรายเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 มาตรา 37 แม้จะอยู่ในช่วงขยายเวลาบังคับใช้ ทำให้ยังไม่มีลงโทษ แต่ก็ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายและประกาศกระทรวงเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล                นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (24 พ.ย. 2563) ได้มีการเรียกประชุมหารือกับผู้ให้บริการอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ๆ ที่ดำเนินการอยู่ในประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันจัดทำแนวทางดูแลข้อมูลของผู้ใช้บริการ และมาตรการในการดูแลข้อมูลผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสูงสุด ซึ่งในการประชุมวันนี้ ยังให้ผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ ชี้แจงข้อเท็จจริงของข่าวที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการรั่วไหล และมีการนำไปประกาศขายกันทางไซเบอร์               โดยจากการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ข้อมูลผู้ใช้บริการที่รั่วไหลไปจากแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ และถูกนำไปประกาศขายผ่านทางไซเบอร์ พบว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ในช่วงปี 2561 โดยประกอบด้วยข้อมูล เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล วันที่ทำธุรกรรม จำนวนเงิน ช่องทางการขาย สำหรับขั้นต้น ดีอีเอส ได้ประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง (USCERT) ในการประสานกับผู้ดูแลระบบเพื่อระงับการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวแล้ว              นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า พ.ร.ฎ กำหนดหน่วยงานและกิจการที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2563 ซึ่งขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไปอีก 1 ปี (27 พฤษภาคม 2563 – 31 พฤษภาคม 2564) แต่ยังกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงกำหนด ซึ่งถึงแม้จะยังไม่มีบทลงโทษแต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่องมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2563 (18 กรกฎาคม 2563 – 31 พฤษภาคม 2564) กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการ ดังนี้                   1.การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและอุปกรณ์ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยคำนึงถึงการใช้งานและความมั่นคงปลอดภัย 2.การกำหนดเกี่ยวกับการอนุญาตหรือการกำหนดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล 3.การบริหารจัดการการเข้าถึงของผู้ใช้งานเพื่อควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว 4.การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผย การล่วงรู้ หรือการลักลอบทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล การลักขโมยอุปกรณ์จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล 5.การจัดให้มีวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเกียวกับการเข้าถึง เปลี่ยนแปลง ลบ หรือถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องเหมาะสมกับวิธีการและสื่อที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล                   นอกจากนี้ พ.ร.บ.การกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 5 และ 7 กำหนดว่า ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรู้ว่ามีการเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องดำเนินการแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินคดีด้วย                  อย่างไรก็ตาม ส่วนที่สำคัญที่สุดเมื่อเกิดเหตุข้อมูลผู้ใช้บริการรั่วไหล ผู้ให้บริการพึงจะต้องชี้แจงประชาชนผู้ได้รับผลกระทบถึงรายละเอียดข้อมูลที่ถูกเข้าถึง และแนะนำวิธีการปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยง เช่น การเปลี่ยนรหัสผ่าน และระมัดระวังเมื่อมีคนโทรไปเพื่อหลอกลวง นอกจากนี้ ผู้ให้บริการซึ่งเป็นผู้ควบคมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้คู่สัญญาที่เป็นผู้ประมวลข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งที่เป็นคนกลางในการบริหารจัดการขาย (sales management platform) และผู้ให้บริการคลังสินค้าและขนส่ง                 นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนควรระมัดระวังในการใช้งาน Platform e-Commerce เพื่อลดผลกระทบกรณีข้อมูลรั่วไหล ได้แก่ เจ้าของข้อมูลไม่ควรหลงเชื่อโอนเงินให้กับผู้ที่ติดต่อเข้ามาทางโทรศัพท์ หรือ อีเมล์ ในทันที ควรตรวจสอบโดยการติดต่อกลับไปยังช่องทางปกติ, หากมีผู้ติดต่อมาว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือหน่วยงานของรัฐเพื่อให้โอนเงิน ควรปฏิเสธการโอนเงิน และติดต่อกลับไปยังหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรง , หากมีการแจ้งเตือนเรื่องการเปลี่ยนรหัสผ่านทางอีเมล์ หรือ SMS ไม่ควรคลิกลิงก์ในทันที ให้ตรวจสอบกับหน่วยงานหรือผู้ให้บริการโดยตรง, แจ้งผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคาร เพื่อให้ทราบความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการแอบอ้างเป็นเจ้าของข้อมูล เป็นต้น                นอกจากนี้ ควรเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยทุก 6 เดือน, กำหนด username password ให้แตกต่างกันออกไปในแต่ละบริการ, กรณีที่เป็นการใช้งานจากแอปพลิเคชันบนมือถือ ควรมีการติดตั้งแอปพลิเคชันป้องกันมัลแวร์ โดยหากมีข้อสงสัย ต้องการแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 1212   ***************

               เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563  นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานมอบโล่และใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกนำเสนอผลงานการใช้ Innovation เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ในงาน Thailand Local Government Summit 2020  ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ห้องวายุภักษ์ 2 - 4 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพๆ โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ เทศบาลเมืองแสนสุข ได้รับการคัดเลือก  ซึ่งจัดงานในระหว่างวันที่ 25 - 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) สำหรับการคัดเลือกได้กำหนดรูปแบบการนำเสนอผลงานการใช้ innovation เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ 1. ระดับเมืองใหญ่ City 2. ระดับเมือง Town 3. ระดับเมืองเล็ก Small Town  และการจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเป็นเวทีเสริมสร้างขีดความสามารถ การเตรียมความพร้อมระบบการบริการ ซึ่งต้องประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านดิจิทัล รวมทั้งเพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนให้มีความทันสมัย คล่องตัว สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ***************

              เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมพิธีมอบประกาศนียบัตรโครงการจัดทำหลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนภาครัฐไปสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation) พร้อมแสดงความยินดีกับผู้ผ่านการอบรม ประกอบด้วย                      1. หลักสูตรผู้บริหารดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 2. หลักสูตรการออกแบบเครื่องมือดิจิทัล (Digital Solution)  ณ ห้องจตุรทิศ ชั้น 3 โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพมหานคร  โดยมีนางวรรณพร เทพหัสดินณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน ***************

                  เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นวิทยากรร่วมเสวนาในงานอบรมสัมมนา Privacy & Security Summit 2020 เสวนา: Data Privacy & Security: What Every Executive Needs to know เป็นความร่วมมือ ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย ( DUGA ) ณ อาคารศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ห้องวายุภักษ์ 2- 4 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนัก และความเข้าใจที่ถูกต้องถึงความสำคัญของการให้ การเก็บรักษา การประมวลผล การใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องตามหลักปฏิบัติสากลและกฎหมายของประเทศไทย Data Privacy เป็นเวทีในการนำเสนอ แนวคิด แนวปฏิบัติ คำแนะนำ และกรณีศึกษาต่างๆ รวมถึงนวัตกรรมทางด้านดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อใช้ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล Data Security ที่เหมาะสม อีกทั้ง เพื่อระดมสมอง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สำหรับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ  ************************           

             เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงาน“Gov Cloud 2020” The Future of Digital Government  และกล่าวปาฐกถาพิเศษ  เรื่อง “Government Cloud : Dig Foundation for Government Transformation" พร้อมมอบโล่เกียรติคุณให้กับหน่วยงานภาครัฐที่มีความโดดเด่นด้านการใช้งานคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC โดยมีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวรายงานถึงทิศทางนโยบายของด้านระบบไอทีสารสนเทศภายใต้แนวทางรัฐบาลดิจิทัล จากนั้น นายกรัฐมนตรีฯ เดินทางเยี่ยมชมนิทรรศการที่จัดแสดงภายในงาน โดยมี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ให้การต้อนรับ ณ ห้องเเกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพคฟอรั่ม ฟอรัม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ทั้งนี้ งาน“Gov Cloud 2020” จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ร่วมกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT    ****************

                 นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นประธานการอบรมให้ความรู้ PDPA ให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ สป.ดศ.เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เนื่องจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 และจะมีผลใช้บังคับเต็มรูปแบบในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 กฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อให้เกิดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการทั่วไป โดยกำหนดหลักเกณฑ์ กลไก และมาตรการเพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีประสิทธิภาพ มีความมั่นคงปลอดภัย สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และมีมาตรการเยียวยาเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิอย่างเหมาะสม ดังนั้นการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจึงมีความจำเป็นเพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปอย่างถูกต้อง   ******************

ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง รายชื่อผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักเทคโนโลยีสารสนเทศปฏิบัติการและนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการhttps://mdes.thaijobjob.com

ประกาศ เรื่อง กำหนดวัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักเทคโนโลยีสารสนเทศปฏิบัติการ และนักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการhttps://mdes.thaijobjob.com

              เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กบส.) ครั้งที่ 3/2563 เพื่อพิจารณาแผนงานของสำนักงานภายใต้แผนปฏิบัติการ 3 ปี (2563-2565) ของ สกมช. และระเบียบข้อบังคับสำนักงาน โดยนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (เลขาธิการ กมช.) พร้อมด้วย นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วมประชุมด้วย ณ ห้องประชุม Think Big ชั้น 20 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส ทั้งนี้ สาระสำคัญที่ประชุมได้พิจารณา ได้แก่ เรื่องเพื่อทราบ มติคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) การแต่งตั้งเลขาธิการ กมช. , คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์ คณะอนุกรรมการด้านการบริหารงานบุคคล คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย และผลการดำเนินงานที่ผ่านมา เป็นต้น   *****************  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.