Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

                เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดการองค์ความรู้ ครั้งที่ 1-2563  ซึ่งประธานฯ มอบนโยบายเกี่ยวกับการทำงานของคณะทำงานจัดการองค์ความรู้สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะทำงานผู้ดูแลข้อมูลของหน่วยงาน (Admin) โดยที่ประชุมพิจารณาแผนการจัดการองค์ความรู้ (KM) สป.ดศ.ประจำปีงบประมาณ 2564 ตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาองค์ความรู้และการจัดการองค์ความรู้ และพัฒนาไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ทั้งนี้ คณะทำงานจัดการองค์ความรู้ ฯ มีหน้าที่กำหนดแนวทางการจัดการความรู้และจัดทำแผนจัดการความรู้ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ รวมทั้งพิจารณาเนื้อหาหลักสูตร e -Learning ที่เป็นองค์ความรู้ด้านดิจิทัลและด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นำมาใช้ในการอบรมเพิ่มทักษะความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่และบุคลากรภายในองค์กรต่อไป   *****************      




              30 พ.ย.63 นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเป็นประธานที่ปรึกษาและเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการ Smart City 2021 ตามที่กระทรวงดิจิทัลฯ และสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน Smart City Summit 2021 โดยมีกำหนดจัดงานขึ้นในระหว่างวันที่ 28-29 เมษายน 2564 ซึ่งรูปแบบการจัดงาน เป็นการสัมมนาวิชาการ การแสดงนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี การเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภาครัฐและเอกชน และการสัมมนาวิชาการนำเสนอหัวข้อเทคโนลยีและโซลูชั่น ทั้งนี้เพื่อผลักดันนโยบาย Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ ที่มุ่งพัฒนาให้เกิดขึ้นในประเทศไทยตามนโยบาย 4.0 ของรัฐบาล เพื่อเชื่อมโยงเมืองด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการอำนวยความสะดวก และเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ณ ห้องประชุม 701 ชั้น 7 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ***************

            30 พ.ย. 63 นางคนึงนิจ คชศิลา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการจัดทำโครงการ"Thailand digital outlook 2020" ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) สำหรับเวทีงานสัมมนาครั้งนี้เป็นการนำเสนอผลการสำรวจและจัดทำดัชนีตัวชี้วัดด้านดิจิทัลของประเทศไทย ปี 2563 ที่ สดช.ดำเนินงานโครงการวิจัย Thailand digital outlook 2020 ระยะที่ 2 แล้วเสร็จ ทั้งนี้เพื่อเผยผลการดำเนินโครงการและนำเสนอข้อมูลอันเป็นประโยชน์ด้านดิจิทัลนสู่สาธารณชน รวมทั้งเพื่อศึกษาแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศในการประเมินผลนโยบายการพัฒนาด้านดิจิทัลในระดับสากล และการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนดิจิทัลไทยแลนด์ รวมทั้งแนวทางการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น2 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะฯ ****************


           เมื่อวันที 1 ธันวาคม 2563 นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นประธานเปิดการประชุมเริ่มต้นโครงการ (kick - off) การจัดทำร่างกฎหมายลำดับรองภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยมีคณะอาจารย์ที่ปรึกษาจากศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอกรอบแนวคิดและแผนการดำเนินงาน ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการนี้ที่ประชุมร่วมพิจารณาถึงหลักเกณฑ์ในการแบ่งกลุ่มการจัดทำกฎหมายลำดับรองตามหลักการ Multi-Criteria Analysis เพื่อคัดเลือกประเด็นที่จำเป็น เร่งด่วน และมีผลกระทบกับสิทธิของประชาชนและการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ เพื่อมาจัดทำร่างประกาศที่เกี่ยวข้องก่อน โดยคาดว่า ร่างประกาศในกลุ่มที่จำเป็นและเร่งด่วนที่สุดจะสามารถจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อยได้ในช่วงปลายมกราคม 2564   ****************

            เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 (เวลาประเทศไทย) นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้หารือผ่านระบบ e-conference กับนาย Liu Ziping รองอธิบดีฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ในเรื่องความร่วมมือทวิภาคี ระหว่างไทย – จีน และความมือในระดับภูมิภาค นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสมัชชาใหญ่ ครั้งที่ 15 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 5 ธันวาคม 2563 ณ สำนักงานใหญ่องค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT) กรุงเทพมหานคร   ***************

            ดีอีเอส จัดเวที "สร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม" เผยผลการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมร่วมกับ ศปอส.ตร. ปีแรก ดำเนินคดีผู้กระทำผิด 61 ราย ขณะที่ช่วง 11 เดือนแรกของปี 63 จับกุมผู้โพสต์ข่าวปลอมบนโซเชียลไปแล้ว 104 ราย พร้อมแนะวิธีการ 12 ข้อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข่าวปลอมได้ด้วยตัวเอง               นายภุชพงค์  โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า การจัดสัมมนา "สร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม" ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม วันนี้ (2 ธันวาคม 2563) เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการสร้างงานรับรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไป ครอบคลุม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย  เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เท่าทันสื่อในยุคดิจิทัล มีส่วนร่วมในการจัดการกับปัญหาข่าวปลอม และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง               ที่ผ่านมา การทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เน้นบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วน ในการตรวจสอบและเผยแพร่ข่าวที่ถูกต้องแก่ประชาชน และได้ร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (PCT) (ศปอส.ตร.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระดมทุกกลยุทธ์เพื่อให้ประชาชนคนไทยรู้เท่าทันสื่อลวง ทั้งในแง่ของการจัดการกับข่าวปลอม และการปราบปรามดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย โดยเน้นข่าวที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 4 กลุ่มข่าว คือ กลุ่มภัยพิบัติ กลุ่มเศรษฐกิจ กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ  และกลุ่มนโยบายรัฐบาล              โดยจากการทำงานร่วมกับศปอส.ตร. ตลอดระยะเวลาราว 1 ปีนับตั้งแต่จัดตั้งศูนย์ฯ (1 พ.ย.62-30 พ.ย.63) มีการส่งเคสเกี่ยวกับข่าวปลอมและบิดเบือน เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ ศปอส.ตร. ทั้งสิ้น 660 เรื่อง และมีการดำเนินคดี 26 เรื่อง รวมผู้กระทำความผิด 61 ราย แบ่งเป็น การดําเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ 14 เรื่อง จำนวน 21 ราย และการดําเนินคดีตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 12 เรื่อง จำนวน 40 ราย และมีจำนวนเคสที่ทำการประชาสัมพันธ์ 96 ราย รวมเคสที่ดำเนินการแล้ว 157 ราย โดยมีจำนวนเป้าหมายที่เข้าทำการตรวจค้นตามหมายศาล 53 หมาย                ด้านผลการดำเนินงานช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา (1 ม.ค.-30 พ.ย. 63) มีการจับกุมผู้โพสต์ข่าวปลอมบนสื่อสังคมออนไลน์ไปแล้ว 20 ครั้ง จำนวน 104 ราย รวมทั้งเห็นแนวโน้มการกระทำผิดในคดีประเภทนี้เริ่มลดลง ซึ่งเป็นผลจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง                นายภุชพงค์ กล่าวว่า สำหรับการจัดสัมมนาสร้างการรับรู้ฯ ที่ผ่านมา 3 ครั้ง ได้รับข้อเสนอแนะที่น่าสนใจจากกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วม ได้แก่ ควรมีเนื้อหาเกี่ยวกับทางการแพทย์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ควรประสานงานอย่างจริงจังกับสื่อรายใหญ่ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ในการกระจายข่าวสารสร้างการรับรู้ในสังคมได้  ควรมีวิธีการสอนให้ผู้ปกครองทราบวิธีปิดกั้น โฆษณาในเฟซบุ๊กที่เกี่ยวข้องกับเว็บโป๊ เว็บพนัน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึง เป็นต้น                ขณะที่ ในส่วนของเครือข่ายผู้ประสานงาน ได้นำเสนอความต้องการเพื่อปรับปรุงระบบประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานด้านข่าวปลอม โดยเฉพาะการพัฒนาฟังก์ชั่นที่สนับสนุนกระบวนการทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่น  สามารถ Login เข้าใช้งานระบบ และตอบแบบฟอร์มใช้งานผ่านทางโทรศัพท์เพื่อความสะดวก และแนะนำให้ควรมีการอัพเดตสถานะของเคส หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องนั้นๆ และเผยแพร่แล้ว เป็นต้น               “ปัจจุบันสื่อออนไลน์มีบทบาทต่อผู้บริโภคข่าวสารอย่างมาก เนื่องจากผู้บริโภคมีช่องทางในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้จากหลายช่องทาง โดยเฉพาะสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งมีทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง แม้ว่าสื่อสังคมออนไลน์จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจที่ใช้สำหรับเผยแพร่ข่าวสาร อย่างไรก็ตามเราควรให้ความสำคัญและระมัดระวังอย่างมากในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งด้านของการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการแชร์ข้อมูล” นายภุชพงค์กล่าว                ดังนั้นเพื่อให้มีการใช้สื่อออนไลน์อย่างรู้เท่าทัน และสร้างสรรค์ สามารถรับข้อมูลที่ถูกต้องผู้บริโภคควรเลือกเสพข่าวจากหลายช่องทาง และอยากรณรงค์ให้ประชาชนใช้วิธีการ 12 ข้อดังต่อไปนี้ ในการตรวจสอบข่าวปลอม ได้แก่  1.อ่านข่าวทั้งหมดโดยไม่เชื่อพาดหัวข่าวเพียงอย่างเดียว 2. ตรวจสอบ URL ของเว็บไซต์ที่นำมาเผยแพร่ 3. ตรวจสอบแหล่งที่มาตัวตนของผู้เขียน 4. ดูความผิดปกติของตัวสะกดภาษาที่ใช้หรือการเรียบเรียง                5. พิจารณาภาพประกอบข่าว 6. ตรวจสอบวันที่ของการเผยแพร่ข่าว 7. ตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่ผู้เขียนนำมาใช้ 8. หาข้อมูลเปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่น 9. ตรวจสอบว่าข่าวสารที่ส่งต่อกันมามีวัตถุประสงค์ใด 10. พิจารณาความสมเหตุสมผลของข่าว 11. ตรวจสอบอคติของตนเอง และ 12. หากมีคำถามหรือข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ                นายภุชพงค์ กล่าวว่า ในปี 2564 กระทรวงดิจิทัลฯ และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เตรียมแผนการดำเนินการสร้างการรับรู้เท่าทันข่าวปลอมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเติมความรู้โดยจะผลิตสื่อที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เช่น วิดีโอต่างๆ ที่สอดคล้องกับ 4 กลุ่มข่าว, สื่อไวรัลที่อยู่ในกระแสของสังคม ,พัฒนาระบบในการใช้ตรวจสอบข่าวปลอมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามยุคสมัย และขอความร่วมมือกับสำนักข่าว เป็นต้น   ****************

           วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563 นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นวิทยากรร่วมเสวนา " สร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม " ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ครั้งที่ 4 ณ ห้องกรุงศรีอยุธยา 2 โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีผู้ร่วมสัมมนา จากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน คณะผู้บริหารส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรทางการศึกษา ภาคเอกชน ภาคประชาชน ผู้แทนสมาคมวิทยุสมัครเล่น และสื่อมวลชน ร่วมงาน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจในกระบวนการตรวจสอบข่าวปลอมศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) นับเป็นอีกกิจกรรมที่สร้างการรับรู้ต่อกลุ่มเป้าหมายและประชาชนทั่วไปรู้เท่าทันเข้าใจในกระบวนการตรวจสอบข่าวปลอม รวมทั้งสามารถรับมือกับข่าวปลอมได้ ซึ่งศูนย์ฯ เน้นข่าวที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 4 กลุ่มข่าว คือ (1) กลุ่มภัยพิบัติ (น้ำท่วม แผ่นดินไหว เขื่อนแตก สึนามิ ไฟไหม้) (2) กลุ่มเศรษฐกิจ การเงินการธนาคาร / หุ้น (3) กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายอื่น (4) กลุ่มนโยบายรัฐบาล /ข่าวสารทางราชการ/ความสงบเรียบร้อยของสังคม/ขัดต่อศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ   *********************            



สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำแผนตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีกำหนดรับฟังความคิดเห็นต่อ1. ร่าง นโยบายและแผนว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และ ร่าง แผนปฏิบัติการเพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ Downloadแสดงความคิดเห็นได้ที่ Feedback2. ร่าง นโยบายบริหารจัดการที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ และ ร่าง ประมวลแนวทางปฏิบัติ และกรอบมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สำหรับกลุ่มหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ Download  แสดงความคิดเห็นได้ที่  Feedback


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.