Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา




              เมื่อวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์  2564 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2/ 2564 ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษาฯ โดยที่ประชุมร่วมพิจารณา เรื่อง ข้อมูลปัญหา อุปสรรคในการประกอบธุรกิจให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ และข้อเสนอแนะ มาตรการในการส่งเสริมธุรกิจให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์  แยะประเด็นวิเคราะห์ตามประเภทธุรกิจบริการอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ กลุ่ม E-Commerce, Agency Model : ตัวกลางขายสินค้ามีรายได้ค่านายหน้า/ค่าใช้บริการแพลตฟอร์ม เช่น Shopee Lazada, กลุ่ม Agency ที่เป็นตัวกลางระหว่างเจ้าของที่พักและผู้เข้าพัก  มีรายได้ค่านายหน้า/ค่าใช้บริการแพลตฟอร์ม  เช่น agoda Expedia  และกลุ่ม Advertising-based  ที่ให้บริการฟรีแก่ผู้ใช้ เช่น บริการค้นหาข้อมูล (Search engine) สื่อ social network หรือ บริการ online streaming เช่น Google Facebook You Ture เป็นต้น ซึ่งวัตถุประสงค์ของคณะอนุฯ เพื่อส่งเสริมการประกอบธุรกิจให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบการไทย และขจัดข้อจำกัดในการกำกับดูแลธุรกิจบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบการต่างประเทศ รวมทั้งมีการแข่งขันทางการค้าที่เท่าเทียมและเป็นธรรมมากขึ้น  ผู้ประกอบการไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจไทยมีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น และความเชื่อมั่นต่อการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น   ********************  

               เมื่อวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประธานเปิดการฝึกอบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่ในความครอบครองของรัฐ พร้อมบรรยาย หัวข้อ แนวทางการดำเนินการธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (data governance for government) ได้แก่ วงจรชีวิตข้อมูล กรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ โครงสร้างและผู้รับผิดชอบ, การจัดทำข้อมูลเปิดภาครัฐ (open data) ได้แก่ การเผยแพร่ข้อมูลลงบนเว็บไซต์ data.go.th การจัดทำรายการชุดข้อมูล การนำข้อมูลลงบนระบบ SafeDrive ตามหลักการธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ ณ ห้องฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ ชั้น 6 กระทรวงดิจิทัลฯ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ซึ่งการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจฯ กระทรวงฯจะจัดให้แก่บุคลากรและเจ้าหน้าที่รุ่นอื่นๆเพิ่มเติม   ****************  


            เมื่อวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์  2564 นางคนึงนิจ คชศิลา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  เป็นประธานการประชุมการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 รอบที่ 1 ผ่านการประชุมวีดิทัศน์ทางไกล โดยมีนางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ เขตตรวจราชการที่ 17 จ.ตาก และเขตตรวจราชการที่ 8 จ.ระยอง ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำหรับปีงบประมาณ 2564 กระทรวงฯ เน้นการตรวจ ติดตาม ผลการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด และการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในเชิงนโยบายภาพรวม ซึ่งมีโครงการหลักๆที่น่าสนใจ อาทิ โครงการบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน, การพัฒนาวิสาหกิจในระยะเริ่มต้น เน้นกิจกรรมส่งเสริม สนับสนุน ยกระดับผู้ประกอบการด้านดิจิทัลฯ, การยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน และโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลของรัฐ เช่นกิจกรรมในการเฝ้าระวังภัยคุกคามไซเบอร์ให้กับโครงการพื้นฐานดิจิทัลและบริการออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการให้บริการ เป็นต้น นอกจากนี้ กระทรวงฯ เน้นเรื่องการบริหารสภานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ได้แก่ การขับเคลื่อนการใช้แพลตฟอร์ม/แอปพลิเคชั่น “ไทยชนะ” และแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ”   ******************  

          เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์  2564 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุม TOP EXECUTIVES ครั้งที่ 1/2564 โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ร่วมหารือและรายงานความคืบหน้าการดำเนินนโยบายสำคัญ อาทิ โครงการเน็ตประชารัฐ, ผลงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย รวมทั้งภารกิจของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT, โครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ(GDCC) และ โครงการ Start-ups เป็นต้น  ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม *****************

          เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์  2564   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเสนอแนะนโยบายและกำหนดมาตรการทางเศรษฐกิจ สังคม และกฎหมายสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 2/2564 โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ที่ประชุมพิจารณาผลการดำเนินงานของ 2 คณะอนุกรรมฯ โดยคณะอนุกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้นำเสนอเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เน้นการแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม เพื่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศและผู้ประกอบการไทย และเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศพร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ไข ได้แก่ การปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อกำกับดูแลธุรกิจให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ การปรับปรุงระบบภาษี และมาตราสนับสนุนที่มิใช่ภาษี เป็นต้น ด้านคณะอนุกรรมการสร้างความเป็นธรรมฯ นำเสนอแนวทางสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการในประเทศและต่างประเทศ โดยมีกรอบแนวทางหลักครอบคลุ่ม คือ 1.นโยบายภาครัฐ 2.มาตรการทางภาษี 3. Compliance  *********************


               กระทรวงดิจิทัลฯ ปลื้มผลการทำงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องผ่านโซเชียลเข้าถึงประชาชนกว่า 14 ล้านคนแล้ว ขอบคุณสำนักข่าว สื่อทีวี และอินฟลูเอนเซอร์ ร่วมเป็นเครือข่ายสร้างการรู้เท่าทันข่าวปลอมให้กับประชาชน แนะทิปส์ SPOT ช่วยประชาชนจับผิดข่าวปลอม                 นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า จากที่ได้รับมอบหมายจากนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส ให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลในการจัดการข้อมูลที่เป็นเท็จทางสื่อออนไลน์ โดยมีศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม เป็นกลไกสำคัญ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ให้เข้าถึงการรับรู้ของประชาชน                 ทั้งนี้ จากการดำเนินการเพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับข่าวปลอม และจัดทำข้อมูลในด้านต่างๆ เพื่อเผยแพร่สู่ช่องทางบนสังคมออนไลน์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบว่าระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 62 – 31 ม.ค. 64 ทางศูนย์ฯ เผยแพร่ข่าวที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว 1,314 เรื่อง โดยมีการเข้าถึงโพสต์ข้อมูลที่เผยแพร่เหล่านี้ผ่านโซเชียล จำนวน 14,552,620 คน (Reach) และสร้างการมีส่วนร่วม จำนวน 1,168,187 ครั้ง (Engagement) อีกทั้งมีสำนักข่าวรายหลัก ๆ 10 อันดับแรก ช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวจากศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม จำนวนรวม 9,079 ข้อความ นอกจากนี้ ยังมีสื่อทีวี และอินฟลูเอนเซอร์ ที่เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายด้วย                  สำหรับภาพรวมการดำเนินงานของศูนย์ฯ ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 62 - 31 ม.ค. 64 มีข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมด 56,482,317 ข้อความ พบข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบ 22,728 ข้อความ และหลังจากคัดกรอง พบข้อความข่าวที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 8,278 เรื่อง แบ่งเป็น หมวดหมู่ข่าว ดังนี้ สุขภาพ 56% , นโยบายรัฐ 39% , ศก. 3% และภัยพิบัติ 2%                  ขณะที่ ช่องทางซึ่งมีการพบเบาะแสข่าวปลอมมากที่สุดอันดับ 1 คือ ระบบตรวจจับการสนทนาบนโซเชียล  (Social Listening Tools) 99.46% รองลงมา ได้แก่ บัญชีไลน์ทางการของศูนย์ฯ 0.51%, เฟซบุ๊ก 0.02% และการแจ้งเบาะแสผ่านเว็บไซต์ทางการของศูนย์ฯ 0.01% ตามลำดับ ทางด้านสัดส่วนของข่าวปลอม : ข่าวจริง : ข่าวบิดเบือน  ยังคงอยู่ที่ 7 : 2 : 1                 นายภุชพงค์ กล่าวว่า นอกเหนือจากการทำงานตรวจสอบข่าวปลอมโดยศูนย์ฯ แล้ว ประชาชน ยังสามารถช่วยกันตรวจสอบข่าวปลอมที่แพร่กระจายอยู่บนโลกออนไลน์/โซเชียล ก่อนแชร์ต่อ โดยใช้หลัก SPOT ได้แก่  Source  ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าว ว่ามาจากสื่อที่เชื่อถือได้หรือไม่, Profit หรือเจตนารมณ์ของการเผยแพร่ข่าวหวังผลประโยชน์หรือไม่ เช่น ถ้าเป็นเพื่อการขายของ ให้ระวังไว้ก่อนว่าจะเป็นข่าวปลอม, Over ข่าวที่เกินความจริง ควรตระหนักว่าจะเป็นข่าวปลอม และ Time ควรตรวจสอบเวลาและสถานที่ของข่าวนั้นๆ เช่น การโพสต์/แชร์ข่าวที่นานมาแล้ว แต่เพิ่งมาเผยแพร่ซ้ำ ทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นข่าวปัจจุบัน หรือภาพเหตุการณ์ที่ต่างประเทศ แต่อ้างว่าเกิดในประเทศไทย เป็นต้น                   “ถ้าผู้เสพข่าวใช้หลักเกณฑ์ข้างต้นนี้ และตรวจสอบจากหลายๆ แหล่ง ก็จะทราบว่าข่าวในลักษณะนี้เป็นข่าวปลอม และไม่ควรเผยแพร่ต่อ” นายภุชพงค์กล่าว   *****************

               เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์กับทางสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เรื่อง "โครงการศึกษาสถานะความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ว่าด้วยการคุ้มครองและการส่งเสริมความหลากหลายของการแสดงออกทางวัฒนธรรม" ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลฯ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ซึ่งสถาบัน TDRI ฯ เข้าพบและสัมภาษณ์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและรวบรวมประเด็นต่างๆที่ประเทศไทยต้องคำนึงถึงในการเข้าร่วมเป็นภาคี รวมถึงจัดทำกรอบกฎหมายและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อรองรับพันธกรณีของอนุสัญญาดังกล่าว ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ให้การรับรองอนุสัญญาฉบับดังกล่าว ในการประชุมสมัยสามัญของยูเนสโก ครั้งที่ 33 และยังไม่ได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ซึ่งอนุสัญญาฉบับนี้มีเป้าหมายในการสร้างระบบเสรีการค้าและบริการทางวัฒนธรรมที่รัฐสมาชิกกำหนดได้ โดยคำนึงถึงคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม ซึ่งแฝงด้วยคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม อัตลักษณ์ แยกต่างหากจากสินค้าอุปโภค บริโภคทั่วไป เพื่อส่งเสริมให้เกิด “หลากหลายทางวัฒนธรรมที่อุดมสมบูรณ์” และการลื่นไหลทางความคิดอย่างมีอิสระ ในทางกลับกัน การเข้าเป็นภาคีเครือข่ายจะทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์หลายประการ อาทิ การเผยแพร่การแสดงออกทางวัฒนธรรม เกิดโอกาสในการเดินทาง เคลื่อนย้ายเพื่อการสร้างสรรค์ผลงานหรือประกอบอาชีพของบุคลากรทางวัฒนธรรมในประเทศด้วย   ******************    

              เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมหารือเรื่องการปิดเว็บไซต์ที่ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกโดยผิดกฎหมาย โดยมีคณะผู้แทนจากเดอะ ฟุตบอล แอสโซซิเอชั่น พรีเมียร์ ลีก ลิมิเต็ด สาขาประเทศสิงคโปร์ (Premier League) เข้าพบ ณ ห้องประชุม MOC ชั้น 6 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการนี้ พรีเมียร์ลีก เป็นหน่วยงานที่ดำเนินกิจการจัดและบริหารการแข่งขันฟุตบอลฯและเป็นผู้รับมอบอำนาจจากสโมสรต่างๆ ที่เป็นสมาชิกจำนวน 20 สโมสรในการอนุญาตให้เป็นผู้เผยแพร่เสียงและภาพ (broadcaster) ทั่วโลกถ่ายทอดงานโสตทัศนวัสดุของนัดแข่งขัน (match) 380 นัด ที่จัดขึ้นในการแข่งขันของแต่ละฤดูกาล ("นัดแข่งขัน") โดย พรีเมียร์ลีก  เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดงานโสตทัศนวัสดุนัดแข่งขันทุกนัด รวมถึงงานภาพยนตร์ (ในงานที่ถ่ายบันทึกไว้ (footage)) และในงานศิลปกรรม (สำหรับโลโก้และภาพกราฟฟิกขึ้นจอต่างๆ)   *******************  



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.