Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา




               กระทรวงดีอีเอส ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นเพื่อจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (computer) ในรูปแบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 15 - 18 ก.พ. 64 จำนวน 7 รอบ โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้ารวม 1,500 ราย ครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มการเงิน กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มการผลิตและการค้า กลุ่มสาธารณสุข กลุ่มหน่วยงานของรัฐ​ กลุ่มดิจิทัลและผู้ประกอบการต่างประเทศ (Bilingual session) กลุ่มการศึกษาและภาคประชาชน ทั้งนี้ จะมีการเผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นบนเว็บไซต์ของกระทรวงดีอีเอสในวันศุกร์ที่ 19 ก.พ. 64 พร้อมทั้งเปิดรับข้อเสนอแนะผ่านแบบฟอร์มออนไลน์จนถึงวันที่ 28 ก.พ.64 นี้              การรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้เป็นร่างกฎหมายลำดับรองกลุ่ม 1 ประกอบด้วย -  หลักเกณฑ์และวิธีการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล -  การแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล -  มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมสําหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 -  หลักเกณฑ์และนโยบายการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ - การจัดให้มีบันทึกรายการกิจกรรมประมวลผล มาตรการเกี่ยวกับการขอใช้สิทธิในการเข้าถึงของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล -  ความมั่นคงปลอดภัยของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล -  เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล -  กระบวนการรับเรื่องร้องเรียน และการบังคับทางปกครอง   *****************

              เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์  2564 นางคนึงนิจ คชศิลา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการประชุมชี้แจงแนวทางการตรวจราชการรอบที่ 1 ตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการของผู้ตรวจราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 (การตรวจราชการผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์) ผ่านการประชุมทางไกล ณ ห้องประชุม MOC ชั้น 6 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การประชุมครั้งนี้ จัดโดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้อง รับทราบแนวทางปฏิบัติในการตรวจราชการแบบบูรณาการฯ ประจำปี 2564 ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ระลอกใหม่ และเป็นการปรับการปฏิบัติราชการให้สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) รวมทั้งรับทราบการขยายกรอบระยะเวลาของการตรวจราชการที่ปรับเปลี่ยนใหม่ อาทิ ระยะเวลาในการติดตาม จากเดิม ภายในวันที่ 15 มีนาคม 2564 เป็น ภายในวันที่ 15 เมษายน 2564 การรายงานผลการตรวจราชการแบบบูรณาการของผู้ตรวจกระทรวงฯ จากเดิมภายในวันที่ 31 มีนาคม 2564 เป็น 30 เมษายน 2564 และการรายงานผลการตรวจติดตามในลักษณะภาพรวมทั้งประเทศ จากเดิมภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 เป็น 31 พฤษภาคม 2564 เป็นต้น ***************


              หลังจากที่พบว่ามีผู้ใช้โซเชียลมีเดียได้เริ่มเข้าไปใช้งาน แอปพลิเคชัน "Clubhouse" กันอย่างแพร่หลาย โดยในแอปพลิเคชันดังกล่าว มีลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้จะตั้งกลุ่มพูดคุยแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ เป็นรูปแบบการใช้เสียง ไม่มีภาพ ซึ่งจากการสังเกตการณ์และติดตาม จากสื่อมวลชนรายงาน พบว่า มีกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง และกลุ่มต่าง ๆ ได้ใช้แอพพลิเคชันนี้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลที่เข้าข่ายบิดเบือน สร้างความเสียหาย และอาจนำไปสู่การกระทำความผิดกฎหมายได้นั้น               โดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า กระทรวงดิจิทัลฯ และเจ้าหน้าที่รัฐได้ติดตาม การใช้งานของ แอพพลิเคชัน Clubhouse ตั้งแต่แรกที่มีผู้เริ่มใช้งาน ซึ่งแม้ว่าการใช้งานเป็นลักษณะกลุ่มปิดที่ต้องมีเพื่อนเชิญเข้าร่วมกลุ่มก็ตาม แต่การใช้โซเชียลมีเดียทุกรูปแบบ หากใช้ให้เกิดประโยชน์ก็จะส่งผลดีต่อการใช้งาน เกิดผลดีต่อสังคม                แต่ทั้งนี้ ก็ฝากเตือนไปยังผู้ใช้แอปพลิเคชันดังกล่าว ว่า หากไม่ระมัดระวังใช้ในทางที่ผิด เกิดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอื่น สร้างความเสียหาย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ทั้งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ.2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทันที เช่นเดียวกับที่ได้ติดตามตรวจสอบการใช้งานโซเชียลมีเดียในแพลตฟอร์มอื่น ๆ ด้วย   *******************

               เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นวิทยากรบรรยายวิชา “บทบาทและการดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ซึ่งเป็นหลักสูตรข่าวกรองทางยุทธศาสตร์ รุ่นที่ 54 ประจำปี 2564 โรงเรียนรักษาความปลอดภัย ศูนย์รักษาความปลอดภัย ในการนี้เพื่อให้ผู้เข้าอบรมรับทราบถึงบทบาทและการดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลฯ ภารกิจ การจัดนโยบาย วิสัยทัศน์ และการดำเนินงานตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี รวมถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในบทบาทของกระทรวงดิจิทัลฯ โดยมีผู้บริหารจากโรงเรียนรักษาความปลอดภัยฯ ให้การต้อนรับ ณ ห้องเรียนข่าวกรองทางยุทธศาสตร์ อาคาร 204 ชั้น 3 ถนนพระราม 5 เขตดุสิต กรุงเทพฯ   *****************  

              เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์  2564 นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (บก.สอท.) ซึ่งเป็นการหารือร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กับ กลุ่มงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในการนี้ที่ประชุมหารือประเด็นสำคัญ อาทิ 1. แนะนำหน่วยงาน และหน้างานที่รับผิดชอบ 2. Roadmap การพัฒนาเรื่อง Data Privacy & Protection ในประเทศไทย 3. แนวปฏิบัติหรือ Guideline แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจัดทำกลไกภายในให้เป็นไปตาม กฎหมาย PDPA 4. หารือแนวทางการสร้างกลไกการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมและบังคับใช้กฎหมาย PDPA หลังจากวันที่ 1 พ.ค. 2563 และ 5. สรุปประเด็นการหารือที่สำคัญ และกำหนดแนวทางที่เป็นรูปธรรมในดำเนินการร่วมกันในครั้งต่อไป ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   *********************  



        กระทรวงดิจิทัลฯ สรุปความสำเร็จเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กลุ่ม 1 ตัวแทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 7 กิจการเข้าร่วมคึกคัก ทั้งกลุ่มการเงิน กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มการผลิตและการค้า กลุ่มสาธารณสุข กลุ่มหน่วยงานของรัฐ กลุ่มดิจิทัลและผู้ประกอบการต่างประเทศ และกลุ่มการศึกษาและภาคประชาชน เตรียมเปิดรับข้อเสนอแนะเพิ่มเติมผ่านแบบฟอร์มออนไลน์จนถึงวันที่ 28 ก.พ. นี้            นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ทำหน้าที่ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า กระทรวงฯและ สคส. เดินหน้ากระบวนการดำเนินการเพื่อจัดทำกฎหมายลำดับรอง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทั้งฉบับในเดือนมิถุนายนนี้             ล่าสุด กระทรวงฯ ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นเพื่อจัดทำร่างกฎหมายลำดับรอง ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กลุ่ม 1 ระหว่างวันที่ 15-18 ก.พ. 64 ครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องในกิจการ 7 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจการเงิน ตลาดทุน ประกันภัย, กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรม, กลุ่มธุรกิจการผลิตและการค้า, กลุ่มธุรกิจสาธารณสุข, หน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ, กลุ่มธุรกิจดิจิทัลและธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบการต่างประเทศ และกลุ่มธุรกิจการศึกษาและภาคประชาชน            ทั้งนี้ ประเด็นการรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายลำดับรองกลุ่ม 1 ประกอบด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล, การแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล, มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมสําหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26, หลักเกณฑ์และนโยบายการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศ การจัดให้มีบันทึกรายการกิจกรรมประมวลผลมาตรการเกี่ยวกับการขอใช้สิทธิในการเข้าถึงของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล, ความมั่นคงปลอดภัยของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล, เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน และการบังคับทางปกครอง            สำหรับการจัดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เนื่องจากอยู่ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จึงเป็นการจัดในรูปแบบออนไลน์ มีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้ารวม 1,500 ราย และวันนี้ (19 ก.พ. 64) ได้มีการเผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นบนเว็บไซต์ของกระทรวงฯ ที่ http://bit.ly/pdpaMDES พร้อมทั้งเปิดรับข้อเสนอแนะผ่านแบบฟอร์มออนไลน์จนถึงวันที่ 28 ก.พ. นี้            นายภุชพงค์ กล่าวว่า หลักเกณฑ์ในการแบ่งกลุ่มการจัดทำกฎหมายลำดับรอง พิจารณาตามหลักการ Multi-Criteria Analysis เพื่อคัดเลือกประเด็นที่จำเป็น เร่งด่วน และมีผลกระทบกับสิทธิของประชาชนและการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ เพื่อมาจัดทำร่างประกาศที่เกี่ยวข้องก่อน  **********************



                นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า เพื่อผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคงของประเทศ และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งสำนักงานเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ได้พัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลให้กับนักเรียน นักศึกษา และแรงงานในภาคอุตสาหกรรม การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกระดับทั้งแรงงานนอกระบบ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัล  โครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลในประเทศ               ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2561 - 2564 สามารถสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 21,000 ล้านบาท ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การพัฒนากำลังคนและเพิ่มศักยภาพบุคลากรดิจิทัลของประเทศ ทั้ง Reskill และ Upskill และการเพิ่มทักษะใหม่ด้านดิจิทัลสำหรับวัยเรียนและผู้สูงอายุเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (New skill) ผ่าน Digital Platform               พร้อมกันนี้ได้เปิดหลักสูตรสร้างผู้บริหารขององค์กรรัฐและเอกชน กว่า 500 ราย, ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data ภาครัฐ (Train the Trainer) กว่า 3,000 ราย, การยกระดับคุณภาพและความเชี่ยวชาญกำลังคนและบุคลากรด้านดิจิทัล กว่า 60,000 ราย, สร้างความตระหนัก ด้าน Cyber Security และกฎหมาย กว่า 7,500 ราย, การพัฒนาทักษะ Cybersecurity ขั้นสูงเพื่อเข้าสู่สายงาน White Hackers กว่า 200 ราย, สร้างกำลังคนด้านดิจิทัลในสาขาขาดแคลนร่วมกับภาคอุตสาหกรรม 23 ราย, พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ด้านโค้ดดิ้งแห่งศตวรรษที่ 21 (Coding School Champion) กว่า 100 โรงเรียน, เยาวชนทั่วประเทศ ด้าน Coding และ Stem ไม่ต่ำกว่า 17,000 ราย/ปี, บุคลากรทางการศึกษา กว่า 4,000 ราย นำร่องให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิต สร้างมูลค่าการลงทุนราว 2,300 ล้านบาท รวมถึงนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป กว่า 3 ล้านราย เรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์                "จากการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้ทั้งนักเรียน นักศึกษา และประชาชน สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ผ่าน digital platform ได้สะดวกและตลอดเวลา ทำให้มีความรู้ความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะใหม่ๆ ในการสร้างงานสร้างอาชีพ นำไปสู่การต่อยอด หรือ ริเริ่มธุรกิจบริการด้านดิจิทัล สร้างการแข่งขันกับนานาประเทศได้  รวมถึงสร้างเครือข่ายระหว่างผู้บริหารองค์กรรัฐและเอกชน เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,250 ล้านบาท (ข้อมูลผลการสำรวจและประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม (Impact) จากการดำเนินงานโครงการสำคัญของ สศด. โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย)"                 นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลอย่างครบวงจร ขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจดิจิทัล และผลักดันกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs สนับสนุนผู้ประกอบการ หาบแร่แผงลอย เกษตรกร ชุมชน ประชาชน ได้เข้าถึงและได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลจาก Digital Startup ไทยอย่างต่อเนื่อง  นอกจากนี้ ยังผลักดันให้เกิดโครงการ Drone University เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับการพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่มีหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle - UAV) หรือ Drone นำไปสู่การเกิดสถาบันด้าน Drone  เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีให้พัฒนายิ่งขึ้นต่อไป   ****************

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.