Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา



                เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564 นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นต่อ (ร่าง) กรอบแผนแม่บทการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2564-2568  ณ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โดยการจัดทำแผนแม่บทดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดเป้าหมาย ทิศทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหา อุปสรรค และการบูรณาการจัดสรรทรัพยากร เพื่อประโยชน์สำหรับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศให้มีความสอดคล้อง เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสอดคล้องกับแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับสากล ซึ่งจะจัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จำนวน 5 ครั้ง ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และส่วนภูมิภาค อย่างรอบด้าน รวมทั้งได้มีการศึกษาแผนงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของต่างประเทศ เพื่อนำมากำหนดเป็น (ร่าง) กรอบแผนแม่บทฯ จากนั้นจะนำความคิดเห็นดังกล่าวไปปรับปรุงเป็น (ร่าง) แผนแม่บทฯ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตามลำดับต่อไป   *******************    

            เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเสนอแนะนโยบายและกำหนดมาตรการทางเศรษฐกิจ สังคม และกฎหมายสำหรับขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 3/2564 โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยผู้แทนจากคณะอนุกรรมการสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมประชุมพร้อมรายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานของ 2 คณะอนุกรรมการฯข้างต้นให้ที่ประชุมพิจารณา   ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   *******************        


            เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดี ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 โดยมีข้าราชการบรรจุใหม่ สังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เข้ารับการอบรม ณ ห้องจูปิเตอร์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อให้ข้าราชการบรรจุใหม่เข้าใจแนวทางปฏิบัติที่สำนักงาน กพ.กำหนด ซึ่งข้าราชการบรรจุใหม่จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในพื้นฐานระบบราชการที่ถูกต้อง รู้เรื่องกฎหมายของราชการ ซึ่งการอบรมครั้งนี้ จะทำให้กระทรวงฯมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เข้าใจถึงกฎระเบียบในการปฏิบัติงาน ส่งผลให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำงานที่เข้าถึงบริบทภารกิจหน้าที่ของการเป็นราชการที่ดี รวมทั้งการเสริมสร้างค่านิยมปฎิบัติงานด้วยความความซื่อสัตย์สุจริตสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร และจะเป็นกำลังสำคัญของกระทรวงฯ ต่อไป   __________




               เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2564 นางคนึงนิจ คชศิลา หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564  โดยมีนางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เขตตรวจราชการที่ 14 (จังหวัดศรีสะเกษ) และเขตตรวจราชการที่ 13 (จังหวัดชัยภูมิ)  ผ่านการประชุมวีดิทัศน์ทางไกล ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการนี้ เขตบริการพื้นที่ได้รายงานผลการความคืบหน้าการดำเนินงาน อาทิ โครงการบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะสู่ชุมชน โครงการสร้างและพัฒนาวิสาหกิจในระยะเริ่มต้น กิจกรรม ส่งเสริมและสนับสนุนยกระดับผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้นด้านดิจิทัล (Digital Startup) โครงการยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลของรัฐ กิจกรรม พัฒนาระบบคลาวน์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud Service : GDCC) โครงการเรียนโค้ดดิ้งพัฒนา STEM โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลของรัฐ กิจกรรม ให้บริการเฝ้าระวังภัยคุกคามไซเบอร์ให้กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบริการออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในการให้บริการ โครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจวัดข้อมูลอุตุนิยมวิทยาระดับอำเภอให้เป็นระบบอัตโนมัติ พร้อมกันนี้ กระทรวงฯเน้นเรื่องการบริหารสภานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ได้แก่ การขับเคลื่อนการใช้แพลตฟอร์ม/แอปพลิเคชั่น “ไทยชนะ” และแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” ******************


              กระทรวงดิจิทัลฯ เร่งเครื่อง 3 งานหลักเตรียมรับการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เต็มรูปแบบกลางปีนี้ ครอบคลุม การจัดทำกฎหมายลำดับรอง จัดทำแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และวางกรอบแผนแม่บทการดำเนินงานด้านการส่งเสริม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มุ่งคุ้มครองเจ้าของข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ แนะประชาชนควรรู้ “สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งตามกฎหมายนี้กำหนดไว้ 8 เรื่อง                นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ทำหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) อยู่ระหว่างเร่งสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะมีการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้เต็มรูปแบบ ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 1 มิถุนายน 2564                โดยกำลังจัดทำ 3 เรื่อง ได้แก่ กฎหมายลำดับรองภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมมูลฯ แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแผนแม่บทการดำเนินงานด้านการส่งเสริม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล                ทั้งนี้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลฯ ได้กำหนดสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไว้ 8 เรื่อง คือ 1.  สิทธิการได้รับแจ้ง (Right to be Informed) 2.  สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent)  3.  สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (Right of Access)  4.  สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to Rectification)                5.  สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to be Forgotten) 6.  สิทธิในการห้ามมิให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Restrict of Processing) 7.  สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (Right of Data Portability)  และ 8.  สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Object)                 โดยวิธีการใช้สิทธิข้อ 2-8 เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ขณะที่ สิทธิข้อ 1 หรือสิทธิการได้รับแจ้ง เป็นสิทธิที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล “ทุกคน” ได้รับโดยไม่ต้องมีการร้องขอ ตามที่ระบุอยู่ในมาตรา 23 ซึ่งตามกฎหมายแล้ว ผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller) ได้แก่ สถานประกอบการ หน่วยงานต่างๆ ต้องแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียดของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรู้ว่าข้อมูลของตนจะถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง                 สำหรับรายละเอียดการแจ้งให้ทราบ ได้แก่ เก็บข้อมูลอะไรบ้าง เก็บไปทำไม เก็บนานแค่ไหน จะมีการส่งต่อข้อมูลให้ใคร/หน่วยงานใดบ้าง และช่องทางติดต่อผู้ควบคุมข้อมูล เป็นต้น และกรณีมีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นก็ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลทราบด้วย ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ อาจถูกลงโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 5,000,000 บาท                 “พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนด หลักเกณฑ์ กลไก หรือมาตรการกำกับดูแลเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้มีมาตรการเยียวยาเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากการถูกละเมิดสิทธิมีประสิทธิภาพ” นายภุชพงค์กล่าว                   นายภุชพงค์ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ ยังมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่นๆ ได้แก่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560 ซึ่งมีการกำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิดในกรณีมีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ                   ยกตัวอย่างเช่น มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มาโดยมิชอบ แล้วเอาไปเปิดบัญชีโซเชียลใน เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม (IG) แล้วหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงินมาให้ เป็นต้น กรณีลักษณะนี้จะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายทั้ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลฯ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ                    ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลทุกประเภทที่สามารถระบุตัวตนได้ว่าคนๆ นั้นเป็นใคร ดังนั้น หากประชนพบว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองถูกละเมิด สามารถติดต่อขอคำปรึกษา หรือแจ้งเรื่องร้องเรียน ผ่านช่องทางต่อไปนี้ 1. ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โทร. 02 142 1033 หรืออีเมล์ pdpc@mdes.go.th 2.ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ โทร. 1212 และ 3.เพจอาสาจับตาออนไลน์ http://facebook.com/DESMonitor โดยคลิกไปที่เพจ และแจ้งเบาะแสผ่านทาง inbox                    “ในแง่ของประชาชน อยากขอแนะนำให้มีการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพ ที่ใช้วิธีการหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์หรือโซเชียล  เช่น หากมีข้อความแปลกๆ เข้ามาที่มือถือของเรา  ก็อย่ากดลิงค์ที่แนบมา  หรือถ้ามีคนโทรเข้ามาขายสินค้าที่ไม่เคยใช้บริการมาก่อน  ให้ถามกลับว่า ได้ข้อมูลของเรามาจากไหน เป็นต้น เพราะยุคนี้ต้องยอมรับว่า การหลอกลวงและภัยบนโลกออนไลน์ มีหลายรูปแบบ เกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็ว ถ้าผู้ใช้สื่อออนไลน์/โซเชียล ขาดความระวังหรือไม่รู้เท่าทัน” นายภุชพงค์กล่าว   *******************

          เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครั้งที่ 4/2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาวาระสำคัญ อาทิ เรื่องการพิจารณาความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร คราวที่ 11 (ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 / สมช.) , การปรับระดับของพื้นที่สถานการณ์ในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร (ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด - 19 / สธ.) , แผนการให้บริการวัคซีนโควิด – 19 (ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด - 19 / สธ.) , การกาหนดประเภทและระยะเวลากักกันตัวในสถานกักกันตัว (ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด - 19 / สธ.) และแผนการดาเนินการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในภาพรวมในปี 2564 (ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 / สมช.)   *****************

             เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2564 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นวิทยากรบรรยาย หลักสูตร “อัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 7 หัวข้อ "ภัยคุกคาม การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยี" ณ ห้องแกรนด์บอลรูม 2 ชั้น 3 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ซึ่งมีอัยการพิเศษฝ่าย และบุคลากรภายนอกจากหน่วยราชการอื่น ร่วมอบรมจำนวน 90 คน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม รับทราบและเข้าใจถึงภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และแนวทางการป้องกันและปราบปรามเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล กับกระแสการเปลี่ยนแปลงโลก หลักการและสาระสำคัญทางกฎหมายการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งวิธีการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เป็นต้น   ************************

               กระทรวงดิจิทัลฯ เล็งต่อยอดการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เพิ่มบทบาทประชาชนมีส่วนร่วมจัดการปัญหาข่าวปลอม ปลื้มมีผู้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ตรวจสอบแล้วผ่านช่องทางต่างๆ 16.7 ล้านคน สร้างบุคลากรและเครือข่ายผู้ประสานงานทั้งภาครัฐ/เอกชน ไม่ต่ำกว่า 400 คน และมีเครือข่ายผู้ประสานงานกว่า 300 หน่วยงาน ในการตรวจสอบและแจ้งเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชน                  นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กล่าวว่า ปีนี้เตรียมต่อยอดการทำงานของ โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ที่ดำเนินงานโดยสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ให้เพิ่มระดับการสร้างความมีส่วนร่วมกับประชาชน ในการจัดการปัญหาข่าวปลอม                   ที่ผ่านมา ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประสบความสำเร็จแล้วระดับหนี่ง ในการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน ในการรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ ก่อนจะเผยแพร่หรือส่งต่อบนอินเทอร์เน็ตหรือสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่ผ่านการยืนยันแล้ว และเป็นช่องทางสำหรับรับแจ้งเบาะแสของข้อมูลเท็จที่เผยแพร่อยู่ในสังคม 5 ช่องทาง ได้แก่                   1.บัญชีไลน์ทางการ @antifakenewscenter  มีผู้ติดตามกว่า 2.39 ล้านคน @antifakenewscenter 2.เพจเฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center Thailand จำนวนผู้ติดตาม 72,810 คน 3.ทวิตเตอร์ @AFNCTHAILAND มีผู้ติดตาม 8,991 คน 4. เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com มีประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ผ่านการตรวจสอบแล้วกว่า 5.2 ล้านครั้ง และ 5.ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐ GCC1111 กด 87                   “จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า ในภาพรวมประชาชนมีการเข้าถึง (Reach) โพสต์ต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม จำนวน 16.97 ล้านคน (ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.62 – 10 มี.ค. 64) และได้รับความสนใจจากสื่อหลักนำข้อมูลไปนำเสนอผ่านช่องทางสื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ กว่า 1.83 ล้านครั้ง” นางสาวอัจฉรินทร์กล่าว                    ที่ผ่านมา มีการนำเสนอข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบไปแล้ว จำนวน 1,399 เรื่อง จำแนกตามกลุ่มข่าว ดังนี้ ด้านสุขภาพ จำนวนเผยแพร่ 897 เรื่อง ด้านนโยบายรัฐ 362 เรื่อง ด้านภัยพิบัติ 80 เรื่อง และด้านเศรษฐกิจ 60 เรื่อง                     นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาบุคลากรและเครือข่ายผู้ประสานงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ไปแล้วกว่า 400 คน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานด้านการวิเคราะห์เนื้อหา บริหารการข่าว และการรับแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่างๆ ภายใต้โครงการ และดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงประชาชนและสื่อมวลชน  อีกทั้ง มีเครือข่ายผู้ประสานงานกว่า 300 หน่วยงาน ในการตรวจสอบและแจ้งเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชน สังคม เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงของประเทศในวงกว้าง                      โดยโครงการได้พัฒนาระบบออนไลน์ เพื่อใช้สำหรับการประสานงานของเครือข่ายเพื่อใช้ตรวจสอบข่าวปลอม ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน เพื่อขยายเครือข่ายความร่วมมือในการนำเสนอและตรวจสอบข้อมูลข่าวสารร่วมกับสื่อมวลชน ซึ่งเป็นสื่อหลักที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก และการนำเสนอส่งผลกระทบโดยตรงต่อการชี้นำทางสังคม   ******************

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.