Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

         นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ตนได้ประสานงานศูนย์ปราบการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เพื่อดำเนินการปราบปรามการกระทำผิด ลักลอบเปิดเว็บพนันออนไลน์ทุกประเภท โดยเฉพาะการเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ ซึ่งเป็นที่นิยมและพบว่ามีการเปิดเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนเข้าไปเล่นการพนันแพร่ระบาดอย่างหนัก ที่ผ่านมากระทรวงดีอีเอส และศปอส.ตร.ได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดเป็นจำนวนมาก ตลอดจนการประสานกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไปยังโอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกรายในการร่วมมือกันเฝ้าระวังและรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์พนันต่างๆ           “ผมกำชับให้ทุกหน่วยงานร่วมกันปราบปรามการพนันทุกรูปแบบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการพนันถือเป็นปัญหาระดับชาติ และส่งผลไปสู่ปัญหาในครอบครัว เนื่องจากมีการมอมเมาประชาชนทั้งผู้ใหญ่ และเยาวชน สร้างความเสียหายมากมายทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสังคม” นายชัยวุฒิ กล่าว            รมว.ดีอีเอส กล่าวด้วยว่า จากสถิติที่ผ่านมาพบว่า ยอดการเล่นพนันทั้งออฟไลน์ และออนไลน์จะสูงมากขึ้นในช่วงที่มีการแข่งขันทัวนาเมนทร์สำคัญ ดังนั้นช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลแห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2020 ที่จะมีขึ้นในวันที่12 มิ.ย.นี้ รวมถึงรายการโกปาอาเมริกา 2021 หรือฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ ที่จะเริ่มในช่วงไล่เลี่ยกัน ตนจึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบ และค้นหาเว็บไซต์ที่กระทำผิดทั้งในลักษณะการพนัน หรือการแอบแฝงโดยการทายผลการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งหากพบการกระทำผิดกฎหมายจะดำเนินปิดทุกเว็บไซต์            “ผมไม่ได้ขู่ ผมทำจริง เพราะมีสถิติบ่งบอกว่าในช่วงที่มีมหกรรมการกีฬาใหญ่ๆ จะมีพวกที่อาศัยจังหวะมอมเมาประชาชนด้วยการจัดให้มีการทายผลการแข่งขัน เรื่องนี้ผมจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะต้องการให้ใช้โลกโซเชียล สังคมออนไลน์ กันอย่างสร้างสรรค์ และมีประโยชน์ให้มากที่สุด" นายชัยวุฒิ กล่าว             นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ขอเตือนไปยังผู้ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียโฆษณาให้ประชาชนเข้าไปเล่นการพนัน ไม่ว่าจะเป็นพริตตี้ คอลัมนิสต์ หรืออินฟูลเรนเซอร์ทั้งหลาย หากพบว่าเข้าข่ายเชิญชวนให้เล่นการพนัน ถือว่ามีความผิดด้วยเช่นกัน จึงขอให้งดการกระทำที่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อในทุกประเภท ทั้งนี้ผู้ที่มีเบาะแสพนันออนไลน์สามารถแจ้งได้ที่เพจกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม https://www.facebook.com/prmdes.official/ และสายด่วนกระทรวงดีอีเอส 1212 ตลอด 24 ชม โดยข้อมูลจะถูกปกปิดเป็นความลับ.   _______________



         เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมหารือเรื่อง "Big Data" โดยมีพลเอก อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์  ประธานคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภาฯ พร้อมด้วยคณะฯ และนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการนี้คณะกรรมาธิการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด  แผนการปฏิรูปปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับปรับปรุง) ในกิจกรรมปฏิรูปที่ 1 ปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานและการบริการภาครัฐไปสู่ระบบดิจิทัลในประเด็นรายงานผลการศึกษาไทยแลนด์ดิจิทัลแพลตฟอร์ม (One Country One Platform)  เพื่อให้ภารกิจดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์ของเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจและอื่นๆที่เกี่ยวข้องต่อไป   _________________

       เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ E-service โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยที่ประชุมพิจารณาผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีข้อเสนอ มาตรการสำคัญเร่งด่วน ได้แก่ การอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาตทำงาน วีซ่าและการพักอาศัยสำหรับdigital talent ส่งเสริมผู้ประกอบการด้านดิจิทัลของประเทศไทย เข้าสู่ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้านข้อสรุปคณะอนุกรรมการสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย ประเด็นปัญหาความไม่เป็นธรรมของภาระภาษีที่เกิดขึ้นระหว่างแพลตฟอร์มไทยและแพลตฟอร์มต่างชาติ สำหรับรายได้จากการให้บริการแก่ลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งกรมสรรพากรไทย รวมถึงสรรพากรประเทศต่างๆทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับปรุงหลักการจัดเก็บภาษีสำหรับธุรกรรมในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และประเด็นปัญหาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้บริการลูกค้าในประเทศไทย ซึ่ง พ.ร.บ. e-services จึงกำหนดให้ผู้ให้บริการมทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศมีหน้าที่ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรเช่นเดียวกับผู้ประกอบการไทย ดังนั้น พ.ร.บ. e-services จึงลดความเหลื่อมล้ำด้านภาระภาษี   ______________

         “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส  รับเรื่องร้องเรียนกรณีถูกชักชวนร่วมลงทุนพนันออนไลน์ เบื้องต้นมีผู้เสียหาย 39 ราย ทั้งสูญเงินถูกหลอกถ่ายคลิป และโพสต์ทวิตเตอร์ประจาน สั่งลุยปฏิบัติการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ฟุตบอลยูโร 2020 ผนึกตำรวจเร่งสืบสวน-จับกุม               วันนี้ (15 มิ.ย. 64) นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวแถลงข่าวการเร่งปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ พร้อมรับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนผู้เสียหายจากกรณีถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนเล่นพนันออนไลน์ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนผู้เสียหายจากกรณีถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนเล่นพนันออนไลน์ พร้อมนำหลักฐานที่ถูกคนร้ายใช้รูปชายหนุ่มหน้าตาดีปลอมเฟซบุ๊กมาแอดเฟรนด์ ก่อนชักชวนให้ร่วมลงทุนเล่นพนันออนไลน์ จนสูญเงินตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้าน และบางรายยังถูกหลอกให้ถ่ายรูป-คลิปโป๊เปลือยส่งมาก่อนหากอยากได้เงินคืน ก่อนจะนำไปโพสต์บนทวิตเตอร์ประจาน เบื้องต้นพบผู้เสียหาย 39 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท             นายชัยวุฒิ  กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ร่วมกันจัดตั้ง “ปฏิบัติการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์ฟุตบอลยูโร 2020” ภายใต้นโยบายของรัฐบาล ที่ให้มุ่งเน้นการปราบปรามการกระทำความผิดเว็บไซต์การพนันออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วงมีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 ที่ต้องเฝ้าระวังและเข้มงวดตรวจสอบการเล่นพนันบอล ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์การพนันออนไลน์ หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น พร้อมย้ำว่า การพนันทุกรูปแบบ สร้างความเสียหายแก่ครอบครัว สังคมและประเทศอย่างมาก ขอเตือนไปยังผู้ใช้โซเชียลมีเดียอย่าใช้โฆษณาเชิญชวนเล่นการพนันออนไลน์ ถือว่าเป็นการกระทำความผิด มีโทษหนัก             ขณะที่ ภายใต้ปฏิบัติการปราบปรามเว็บพนันบอลยูโร 2020 ล่าสุดได้มีการประสานกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดพนันออนไลน์แล้ว 4 ราย เชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์ 5 เว็บไซต์ ได้แก่ 1. จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย เว็บไซต์ SBOUFABET เว็บพนันฟุตบอลยูโรและการพนันอื่นๆ จ.ปทุมธานี 2. จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย เว็บไซต์ mbc.sunmcsports.com เว็บพนันฟุตบอลยูโร, หวย และการพนันอื่นๆ กรุงเทพฯ 3. จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย เว็บไซต์ betufa.com, league888.net, superslot เว็บพนัน รูปแบบออลอินวัน จ.ขอนแก่น และ 4. จับกุมผู้ต้องหา 1 รายใน จ.ขอนแก่น ทำหน้าที่ดูแลโต๊ะพนันฟุตบอล (โต๊ะบอลแบ็ทแมน) เชื่อมโยงกับรายที่ 3 โดยเปิดขายยูสเซอร์เว็บพนัน betufa.com, league888.net, superslot ให้กับนักพนัน            โดยในการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ตรวจยึดของกลางเป็น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค, โทรศัพท์มือถือ, สมุดบัญชีธนาคาร, ซิมการ์ด, บัตร ATM ทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “จัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน”            “ขอประชาสัมพันธ์ประชาชน หากพบเห็นการกระทาความผิดหรือพบเบาะแสเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่เพจกระทรวงดิจิทัลฯ https://www.facebook.com/prmdes.official/ และสายด่วนกระทรวงดีอีเอส 1212 ตลอด 24 ชม.ข้อมูลจะถูกปิดเป็นความลับ” นายชัยวุฒิกล่าว   _______________

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ประจำกระทรวจดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ (ประจำเดือน พฤศจิกายน ๒๕๖๒)

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๒ (ประจำเดือน กันยายน ๒๕๖๑)

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๑ (ประจำเดือน เมษายน ๒๕๖๑)

รายงานการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลโครงการ กลุ่มแผนงาน/โครงการประเภทที่ ๑ : แผนงาน/โครงการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ (ครั้งที่ ๒) (ประจำเดือน ตุลาคม ๒๕๖๐)

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์โครงการ : กลุ่มแผนงาน/โครงการประเภทที่ ๓ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ (ครั้งที่ ๑) (ประจำเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐)


             รมว.ดีอีเอส ขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมวางแนวทาง และกระบวนการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำกระทรวง ที่เชื่อมโยงกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย เปิดชื่อ 10 หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือมากสุดในกระบวนการตรวจสอบยืนยันข้อเท็จจริง                 วันนี้ (17 มิ.ย. 64) นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมกระบวนการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำกระทรวง ที่เชื่อมโยงกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย โดยในที่ประชุมได้มีการนำเสนอผลการประสานงานของศูนย์ฯ กับหน่วยงานอื่นๆ ตั้งแต่จัดตั้งเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 62 – 14 มิ.ย. 64 โดยมีหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือมากที่สุดในการตอบกลับอย่างรวดเร็ว 10 ลำดับแรก ดังต่อไปนี้                 1.กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  ระยะเวลาในการตอบกลับโดยเฉลี่ย 22 นาที การตอบกลับ 100% 2.กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น 24 นาที การตอบกลับ 100% 3.สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม. 31 นาที การตอบกลับ 100% 4.กระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน 35 นาที การตอบกลับ 93% 5.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  กรมกิจการผู้สูงอายุ 50 นาที การตอบกลับ 100% 6.กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร 56 นาที การตอบกลับ 100% 7.กระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 59 นาที การตอบกลับ 100% 8.กระทรวงการคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ 59 นาที การตอบกลับ 100% 9.กระทรวงการต่างประเทศ กองประมวลและวิเคราะห์ข่าว 1 ชั่วโมง 26 นาที การตอบกลับ 88% และ 10.กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี 1 ชั่วโมง 58 นาที การตอบกลับ 98%                 นายชัยวุฒิ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เพื่อตอบสนองข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบอย่างรวดเร็ว กรณีปัญหาข่าวปลอม/บิดเบือน (เฟคนิวส์) ในสื่อต่างๆ รวมทั้งเพื่อรับทราบผลการประสานงานร่วมกับหน่วยงานผู้ประสานงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ของหน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันมานับตั้งแต่มีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 62                 สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานระหว่างหน่วยงาน และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เมื่อได้รับเบาะแสข้อความข่าวปลอมทั้งจากที่ประชาชนแจ้งมาและการตรวจจับของระบบ Social Listening หลังจากคัดกรองและพบข้อความที่เข้าเกณฑ์ตรวจสอบ ทางศูนย์ฯ จะแจ้งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจหาข้อเท็จจริง โดยมีข้อตกลงในการให้บริการ (SLA) ให้หน่วยงานนั้นๆ แจ้งผลตอบกลับมายังศูนย์ฯ ภายใน 48 ชั่วโมง จากนั้นศูนย์ฯ ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาการเผยแพร่ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งสื่อ (Media)  และช่องทางต่างๆ ของศูนย์ฯ ได้แก่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ และทวิตเตอร์                  ทั้งนี้ จากนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ทุกกระทรวงมีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำกระทรวง เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร และข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบอย่างถูกต้องและรวดเร็ว ลดความตื่นตระหนกของประชาชนที่ได้รับข้อมูลข่าวปลอม/บิดเบือน                 ดังนั้นการประชุมร่วมกันของทุกหน่วยงานครั้งนี้ จะร่วมการพิจารณาแนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนกระบวนการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำกระทรวงที่ เชื่อมโยงกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เพื่อให้กระบวนการประสานงานตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานเจ้าของเรื่องในทั้ง 4 หมวดหมู่ ได้แก่ กลุ่มข่าวภัยพิบัติ กลุ่มข่าวเศรษฐกิจ กลุ่มข่าวผลิตภันฑ์และสุขภาพ และกลุ่มข่าวนโยบายรัฐและความสงบเรียบร้อยภายใน ได้รับความร่วมมือในการตรวจสอบและแจ้งผลตอบกลับ เป็นไปอย่างรวดเร็ว                 นายชัยวุฒิ กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ถึง – 14 มิถุนายน 2563 มีจำนวนข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมด 140,469,974 ข้อความ เป็นข้อความที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 31,459 ข้อความ ในจำนวนนี้เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 11,268 เรื่อง โดยพบว่าหมวดหมู่สุขภาพ มีจำนวนข่าวที่เข้าข่ายการตรวจสอบมากที่สุด 54% จำนวน 6,031 เรื่อง ตามมาด้วย 42% เป็นหมวดหมู่นโยบายรัฐ  4,732 เรื่อง อีก 3% เป็นหมวดหมู่เศรษฐกิจ 304 เรื่อง และ 1% อยู่ในหมวดหมู่ภัยพิบัติ จำนวน 184 เรื่อง                  ขณะที่ ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ กระทรวงฯ ได้ดำเนินการจัดการข่าวปลอมที่เกี่ยวกับกระแสโควิด ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. 63 – 14 มิ.ย. 64 โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือ หมวดหมู่สุขภาพ พบจำนวน 2,442 เรื่อง คิดเป็น 66% หมวดหมู่นโยบายรัฐ 1,112 เรื่อง คิดเป็น 30% หมวดหมู่เศรษฐกิจ 124 เรื่อง คิดเป็น 4% ส่วนของหมวดหมู่ภัยพิบัติไม่พบเรื่องที่เข้าข่าย                   ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้จัดทำช่องทางต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ข่าวสารที่ได้รับการตรวจสอบแล้วทั้งช่องทางบัญชีไลน์ทางการ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ ปัจจุบันช่องทางสื่อสารของเราเข้าถึงประชาชนมากกว่า 18 ล้านคน และมียอดการเข้ามามีส่วนร่วมกับโพสต์ (Engagement) มากกว่า 1.2 ล้านครั้ง   ******************

         “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส รุกปฏิบัติการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ (บอลยูโร 2020)  ประสาน ศปอส.ตร. ปูพรมตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุดเครือข่ายเว็บดัง วงเงินหมุนเวียน 200 ล้านบาทต่อเดือน  พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 7 คน             นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากการร่วมทำงานระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ กับหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ภายใต้ปฏิบัติการปราบปรามเว็บพนันบอลยูโร 2020 ล่าสุดได้ประสานกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จับกุมเครือข่ายเวบไซต์พนันออนไลน์ เครือข่ายเวบไซต์ UFABET พบเงินหมุนเวียนประมาณ 200 ล้านบาทต่อเดือน และจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คนตรวจยึดทรัพย์สิน/เงินสด รวมมูลค่าเกือบ 20 ล้านบาท              สำหรับปฏิบัติการฯ ตรวจค้นและจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองกรณีมีเด็กนักเรียนเข้าแทงผลการพนันฟุตบอล ผ่านเวบไซต์www.UFABET.COM  ผ่าน LINE Official UFA777, UFA368, UFAR1, UBET777  จากการตรวจสอบพบว่า มีการเปิดให้แทงผลพนันฟุตบอลผ่านเวบไซต์   ดังกล่าวจริง โดยมีเงินหมุนเวียนประมาณ 200 ล้านบาทต่อเดือน จึงได้ร่วมกับชุด ศปอส.ตร. สืบสวนขยายผลและออกหมายค้นเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางจำนวน 4 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และประจวบคีรีขันธ์               โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คน อายุระหว่าง 26-39 ปี พร้อมตั้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนัน(ออนไลน์)ในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน”               ในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ ได้ยึดของกลางมูลค่ารวมเกือบ 20 ล้านบาท ได้แก่ สมุดบัญชี  บัตรกดเงินคอมพิวเตอร์ อาวุธปืนสั้น รถยนต์ รวมถึงเงินสด  595,000 บาท และเงินสดค้างอยู่ในบัญชีของผู้ต้องหาจำนวน  1.6 ล้านบาท              “ผมกำชับให้ทุกหน่วยงานร่วมกันปราบปรามการพนันทุกรูปแบบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการพนันถือเป็นปัญหาระดับชาติ และส่งผลไปสู่ปัญหาในครอบครัว เนื่องจากมีการมอมเมาประชาชนทั้งผู้ใหญ่ และเยาวชน สร้างความเสียหายมากมายทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสังคม เรื่องนี้ผมจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะต้องการให้ใช้โซเชียล สังคมออนไลน์ กันอย่างสร้างสรรค์ และมีประโยชน์ให้มากที่สุด" นายชัยวุฒิกล่าว              พร้อมกันนี้ อยากขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นการกระทำความผิดหรือพบเบาะแสเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่เพจอาสาจับตาออนไลน์ https://m.facebook.com/DESMonitor/ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลจะถูกปิดเป็นความลับ    ___________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.