Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา



         เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมหารือเรื่อง "Big Data" โดยมีพลเอก อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์  ประธานคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภาฯ พร้อมด้วยคณะฯ และนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการนี้คณะกรรมาธิการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด  แผนการปฏิรูปปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับปรับปรุง) ในกิจกรรมปฏิรูปที่ 1 ปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานและการบริการภาครัฐไปสู่ระบบดิจิทัลในประเด็นรายงานผลการศึกษาไทยแลนด์ดิจิทัลแพลตฟอร์ม (One Country One Platform)  เพื่อให้ภารกิจดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์ของเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจและอื่นๆที่เกี่ยวข้องต่อไป   _________________

       เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ E-service โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยที่ประชุมพิจารณาผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีข้อเสนอ มาตรการสำคัญเร่งด่วน ได้แก่ การอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาตทำงาน วีซ่าและการพักอาศัยสำหรับdigital talent ส่งเสริมผู้ประกอบการด้านดิจิทัลของประเทศไทย เข้าสู่ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้านข้อสรุปคณะอนุกรรมการสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย ประเด็นปัญหาความไม่เป็นธรรมของภาระภาษีที่เกิดขึ้นระหว่างแพลตฟอร์มไทยและแพลตฟอร์มต่างชาติ สำหรับรายได้จากการให้บริการแก่ลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งกรมสรรพากรไทย รวมถึงสรรพากรประเทศต่างๆทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับปรุงหลักการจัดเก็บภาษีสำหรับธุรกรรมในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และประเด็นปัญหาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้บริการลูกค้าในประเทศไทย ซึ่ง พ.ร.บ. e-services จึงกำหนดให้ผู้ให้บริการมทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศมีหน้าที่ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรเช่นเดียวกับผู้ประกอบการไทย ดังนั้น พ.ร.บ. e-services จึงลดความเหลื่อมล้ำด้านภาระภาษี   ______________

         “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส  รับเรื่องร้องเรียนกรณีถูกชักชวนร่วมลงทุนพนันออนไลน์ เบื้องต้นมีผู้เสียหาย 39 ราย ทั้งสูญเงินถูกหลอกถ่ายคลิป และโพสต์ทวิตเตอร์ประจาน สั่งลุยปฏิบัติการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ฟุตบอลยูโร 2020 ผนึกตำรวจเร่งสืบสวน-จับกุม               วันนี้ (15 มิ.ย. 64) นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวแถลงข่าวการเร่งปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ พร้อมรับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนผู้เสียหายจากกรณีถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนเล่นพนันออนไลน์ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนผู้เสียหายจากกรณีถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนเล่นพนันออนไลน์ พร้อมนำหลักฐานที่ถูกคนร้ายใช้รูปชายหนุ่มหน้าตาดีปลอมเฟซบุ๊กมาแอดเฟรนด์ ก่อนชักชวนให้ร่วมลงทุนเล่นพนันออนไลน์ จนสูญเงินตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้าน และบางรายยังถูกหลอกให้ถ่ายรูป-คลิปโป๊เปลือยส่งมาก่อนหากอยากได้เงินคืน ก่อนจะนำไปโพสต์บนทวิตเตอร์ประจาน เบื้องต้นพบผู้เสียหาย 39 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท             นายชัยวุฒิ  กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ร่วมกันจัดตั้ง “ปฏิบัติการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์ฟุตบอลยูโร 2020” ภายใต้นโยบายของรัฐบาล ที่ให้มุ่งเน้นการปราบปรามการกระทำความผิดเว็บไซต์การพนันออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วงมีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 ที่ต้องเฝ้าระวังและเข้มงวดตรวจสอบการเล่นพนันบอล ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์การพนันออนไลน์ หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น พร้อมย้ำว่า การพนันทุกรูปแบบ สร้างความเสียหายแก่ครอบครัว สังคมและประเทศอย่างมาก ขอเตือนไปยังผู้ใช้โซเชียลมีเดียอย่าใช้โฆษณาเชิญชวนเล่นการพนันออนไลน์ ถือว่าเป็นการกระทำความผิด มีโทษหนัก             ขณะที่ ภายใต้ปฏิบัติการปราบปรามเว็บพนันบอลยูโร 2020 ล่าสุดได้มีการประสานกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดพนันออนไลน์แล้ว 4 ราย เชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์ 5 เว็บไซต์ ได้แก่ 1. จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย เว็บไซต์ SBOUFABET เว็บพนันฟุตบอลยูโรและการพนันอื่นๆ จ.ปทุมธานี 2. จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย เว็บไซต์ mbc.sunmcsports.com เว็บพนันฟุตบอลยูโร, หวย และการพนันอื่นๆ กรุงเทพฯ 3. จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย เว็บไซต์ betufa.com, league888.net, superslot เว็บพนัน รูปแบบออลอินวัน จ.ขอนแก่น และ 4. จับกุมผู้ต้องหา 1 รายใน จ.ขอนแก่น ทำหน้าที่ดูแลโต๊ะพนันฟุตบอล (โต๊ะบอลแบ็ทแมน) เชื่อมโยงกับรายที่ 3 โดยเปิดขายยูสเซอร์เว็บพนัน betufa.com, league888.net, superslot ให้กับนักพนัน            โดยในการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ตรวจยึดของกลางเป็น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค, โทรศัพท์มือถือ, สมุดบัญชีธนาคาร, ซิมการ์ด, บัตร ATM ทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “จัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน”            “ขอประชาสัมพันธ์ประชาชน หากพบเห็นการกระทาความผิดหรือพบเบาะแสเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่เพจกระทรวงดิจิทัลฯ https://www.facebook.com/prmdes.official/ และสายด่วนกระทรวงดีอีเอส 1212 ตลอด 24 ชม.ข้อมูลจะถูกปิดเป็นความลับ” นายชัยวุฒิกล่าว   _______________

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ประจำกระทรวจดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ (ประจำเดือน พฤศจิกายน ๒๕๖๒)

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๒ (ประจำเดือน กันยายน ๒๕๖๑)

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๑ (ประจำเดือน เมษายน ๒๕๖๑)

รายงานการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลโครงการ กลุ่มแผนงาน/โครงการประเภทที่ ๑ : แผนงาน/โครงการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ (ครั้งที่ ๒) (ประจำเดือน ตุลาคม ๒๕๖๐)

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์โครงการ : กลุ่มแผนงาน/โครงการประเภทที่ ๓ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ (ครั้งที่ ๑) (ประจำเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐)


             รมว.ดีอีเอส ขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมวางแนวทาง และกระบวนการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำกระทรวง ที่เชื่อมโยงกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย เปิดชื่อ 10 หน่วยงานที่ให้ความร่วมมือมากสุดในกระบวนการตรวจสอบยืนยันข้อเท็จจริง                 วันนี้ (17 มิ.ย. 64) นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมกระบวนการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำกระทรวง ที่เชื่อมโยงกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย โดยในที่ประชุมได้มีการนำเสนอผลการประสานงานของศูนย์ฯ กับหน่วยงานอื่นๆ ตั้งแต่จัดตั้งเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 62 – 14 มิ.ย. 64 โดยมีหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือมากที่สุดในการตอบกลับอย่างรวดเร็ว 10 ลำดับแรก ดังต่อไปนี้                 1.กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  ระยะเวลาในการตอบกลับโดยเฉลี่ย 22 นาที การตอบกลับ 100% 2.กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น 24 นาที การตอบกลับ 100% 3.สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม. 31 นาที การตอบกลับ 100% 4.กระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน 35 นาที การตอบกลับ 93% 5.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  กรมกิจการผู้สูงอายุ 50 นาที การตอบกลับ 100% 6.กระทรวงการคลัง กรมศุลกากร 56 นาที การตอบกลับ 100% 7.กระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 59 นาที การตอบกลับ 100% 8.กระทรวงการคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ 59 นาที การตอบกลับ 100% 9.กระทรวงการต่างประเทศ กองประมวลและวิเคราะห์ข่าว 1 ชั่วโมง 26 นาที การตอบกลับ 88% และ 10.กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี 1 ชั่วโมง 58 นาที การตอบกลับ 98%                 นายชัยวุฒิ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เพื่อตอบสนองข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบอย่างรวดเร็ว กรณีปัญหาข่าวปลอม/บิดเบือน (เฟคนิวส์) ในสื่อต่างๆ รวมทั้งเพื่อรับทราบผลการประสานงานร่วมกับหน่วยงานผู้ประสานงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ของหน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันมานับตั้งแต่มีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 62                 สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานระหว่างหน่วยงาน และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เมื่อได้รับเบาะแสข้อความข่าวปลอมทั้งจากที่ประชาชนแจ้งมาและการตรวจจับของระบบ Social Listening หลังจากคัดกรองและพบข้อความที่เข้าเกณฑ์ตรวจสอบ ทางศูนย์ฯ จะแจ้งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจหาข้อเท็จจริง โดยมีข้อตกลงในการให้บริการ (SLA) ให้หน่วยงานนั้นๆ แจ้งผลตอบกลับมายังศูนย์ฯ ภายใน 48 ชั่วโมง จากนั้นศูนย์ฯ ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาการเผยแพร่ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งสื่อ (Media)  และช่องทางต่างๆ ของศูนย์ฯ ได้แก่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ และทวิตเตอร์                  ทั้งนี้ จากนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ทุกกระทรวงมีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำกระทรวง เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร และข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบอย่างถูกต้องและรวดเร็ว ลดความตื่นตระหนกของประชาชนที่ได้รับข้อมูลข่าวปลอม/บิดเบือน                 ดังนั้นการประชุมร่วมกันของทุกหน่วยงานครั้งนี้ จะร่วมการพิจารณาแนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนกระบวนการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำกระทรวงที่ เชื่อมโยงกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เพื่อให้กระบวนการประสานงานตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานเจ้าของเรื่องในทั้ง 4 หมวดหมู่ ได้แก่ กลุ่มข่าวภัยพิบัติ กลุ่มข่าวเศรษฐกิจ กลุ่มข่าวผลิตภันฑ์และสุขภาพ และกลุ่มข่าวนโยบายรัฐและความสงบเรียบร้อยภายใน ได้รับความร่วมมือในการตรวจสอบและแจ้งผลตอบกลับ เป็นไปอย่างรวดเร็ว                 นายชัยวุฒิ กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานตรวจสอบของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ถึง – 14 มิถุนายน 2563 มีจำนวนข้อความข่าวที่ต้องคัดกรองทั้งหมด 140,469,974 ข้อความ เป็นข้อความที่เข้าเกณฑ์ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 31,459 ข้อความ ในจำนวนนี้เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 11,268 เรื่อง โดยพบว่าหมวดหมู่สุขภาพ มีจำนวนข่าวที่เข้าข่ายการตรวจสอบมากที่สุด 54% จำนวน 6,031 เรื่อง ตามมาด้วย 42% เป็นหมวดหมู่นโยบายรัฐ  4,732 เรื่อง อีก 3% เป็นหมวดหมู่เศรษฐกิจ 304 เรื่อง และ 1% อยู่ในหมวดหมู่ภัยพิบัติ จำนวน 184 เรื่อง                  ขณะที่ ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ กระทรวงฯ ได้ดำเนินการจัดการข่าวปลอมที่เกี่ยวกับกระแสโควิด ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. 63 – 14 มิ.ย. 64 โดยข่าวปลอมอันดับ 1 คือ หมวดหมู่สุขภาพ พบจำนวน 2,442 เรื่อง คิดเป็น 66% หมวดหมู่นโยบายรัฐ 1,112 เรื่อง คิดเป็น 30% หมวดหมู่เศรษฐกิจ 124 เรื่อง คิดเป็น 4% ส่วนของหมวดหมู่ภัยพิบัติไม่พบเรื่องที่เข้าข่าย                   ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้จัดทำช่องทางต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ข่าวสารที่ได้รับการตรวจสอบแล้วทั้งช่องทางบัญชีไลน์ทางการ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ ปัจจุบันช่องทางสื่อสารของเราเข้าถึงประชาชนมากกว่า 18 ล้านคน และมียอดการเข้ามามีส่วนร่วมกับโพสต์ (Engagement) มากกว่า 1.2 ล้านครั้ง   ******************

         “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส รุกปฏิบัติการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ (บอลยูโร 2020)  ประสาน ศปอส.ตร. ปูพรมตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุดเครือข่ายเว็บดัง วงเงินหมุนเวียน 200 ล้านบาทต่อเดือน  พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 7 คน             นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากการร่วมทำงานระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ กับหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ภายใต้ปฏิบัติการปราบปรามเว็บพนันบอลยูโร 2020 ล่าสุดได้ประสานกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จับกุมเครือข่ายเวบไซต์พนันออนไลน์ เครือข่ายเวบไซต์ UFABET พบเงินหมุนเวียนประมาณ 200 ล้านบาทต่อเดือน และจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คนตรวจยึดทรัพย์สิน/เงินสด รวมมูลค่าเกือบ 20 ล้านบาท              สำหรับปฏิบัติการฯ ตรวจค้นและจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองกรณีมีเด็กนักเรียนเข้าแทงผลการพนันฟุตบอล ผ่านเวบไซต์www.UFABET.COM  ผ่าน LINE Official UFA777, UFA368, UFAR1, UBET777  จากการตรวจสอบพบว่า มีการเปิดให้แทงผลพนันฟุตบอลผ่านเวบไซต์   ดังกล่าวจริง โดยมีเงินหมุนเวียนประมาณ 200 ล้านบาทต่อเดือน จึงได้ร่วมกับชุด ศปอส.ตร. สืบสวนขยายผลและออกหมายค้นเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางจำนวน 4 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และประจวบคีรีขันธ์               โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คน อายุระหว่าง 26-39 ปี พร้อมตั้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนัน(ออนไลน์)ในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน”               ในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ ได้ยึดของกลางมูลค่ารวมเกือบ 20 ล้านบาท ได้แก่ สมุดบัญชี  บัตรกดเงินคอมพิวเตอร์ อาวุธปืนสั้น รถยนต์ รวมถึงเงินสด  595,000 บาท และเงินสดค้างอยู่ในบัญชีของผู้ต้องหาจำนวน  1.6 ล้านบาท              “ผมกำชับให้ทุกหน่วยงานร่วมกันปราบปรามการพนันทุกรูปแบบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการพนันถือเป็นปัญหาระดับชาติ และส่งผลไปสู่ปัญหาในครอบครัว เนื่องจากมีการมอมเมาประชาชนทั้งผู้ใหญ่ และเยาวชน สร้างความเสียหายมากมายทั้งในแง่เศรษฐกิจ และสังคม เรื่องนี้ผมจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะต้องการให้ใช้โซเชียล สังคมออนไลน์ กันอย่างสร้างสรรค์ และมีประโยชน์ให้มากที่สุด" นายชัยวุฒิกล่าว              พร้อมกันนี้ อยากขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นการกระทำความผิดหรือพบเบาะแสเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่เพจอาสาจับตาออนไลน์ https://m.facebook.com/DESMonitor/ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลจะถูกปิดเป็นความลับ    ___________________

              เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมอภิปรายให้นักศึกษาหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 63 รับฟังภายใต้หัวข้อ "สภาวะแวดล้อมภายในประเทศ ด้านการบริหารจัดการข้อมูลในยุคดิจิทัล" จัดขึ้นโดยวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันป้องกันประเทศ  ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร      _____________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.