Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

              เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2564 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมอภิปรายให้นักศึกษาหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 63 รับฟังภายใต้หัวข้อ "สภาวะแวดล้อมภายในประเทศ ด้านการบริหารจัดการข้อมูลในยุคดิจิทัล" จัดขึ้นโดยวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันป้องกันประเทศ  ณ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร      _____________

           “ชัยวุฒิ” โชว์ผลการทำงานร่วมกันของดีอีเอส-ตำรวจ บุกทลายแกงค์ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดผ่าน 6 แอปเงินกู้เถื่อนพบเบื้องหลังเป็นนายทุนจีน จำนวนลูกหนี้รวมกว่า 7 หมื่นราย              นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วานนี้(18 มิ.ย. 64) กระทรวงฯ ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้ร่วมทำการตรวจค้นตามหมายศาล และจับกุมผู้ต้องหา 2 รายใน จ.นนทบุรี ข้อหา“ร่วมกันประกอบกิจการทวงถามหนี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต” เชื่อมโยงกับการเปิดแอปเงินกู้เถื่อน 6 แอปพลิเคชั่น              ทั้งนี้ช่วงเดือน พ.ค. - มิ.ย.64 ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า ได้กู้เงินนอกระบบจากแอปพลิเคชั่นที่โฆษณาตามสื่อออนไลน์ต่างๆ เบื้องต้นพบมี 6 แอป ได้แก่ 1.แมวกวัก 2.Tiktak 3.Ubaht 4.Cashdaddy 5.เต่ามงคล และ 6.ถุงเงิน มีจำนวนลูกหนี้รวมกันมากกว่า 7 หมื่นราย โดยเมื่อเหยื่อตกลงกู้เงิน ต้องส่งข้อมูลส่วนตัวพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ให้กับทางแอปดังกล่าว ยอดเงินกู้เริ่มตั้งแต่ 2,500-10,000 บาท โดยจะหักค่าธรรมเนียม 30-42%  กำหนดเวลาคืนเงิน 7 วัน เกินวันแรกดอกเบี้ย+ค่าปรับ 12% วันถัดไปวันละ 5% หากไม่ชําระตามที่กําหนด จะถูกเจ้าหน้าที่โทรตามทวงหนี้ หรือโทรหาญาติพี่น้อง/คนรู้จัก เพื่อให้เกิดความอับอาย               ปัจจุบันมีประชาชนตกเป็นผู้เสียหายจํานวนมาก บางรายถูกโทรข่มขู่ จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน นำไปสู่การรวบรวมหลักฐานและศาลได้ออกหมายจับชาวไทย 1 คน และชาวจีน 1 คน พร้อมทั้งขออนุมัติหมายศาลเข้าทําการตรวจค้น 2 จุดในพื้นที่ จ.นนทบุรี จากการตรวจค้นพบสมุดบัญชี บัตรกดเงิน โทรศัพมือถือ และคอมพิวเตอร์/โน้ตบุ๊ก รวมถึงพบกลุ่มบุคคลซึ่งยอมรับว่าเป็นพนักงานโทรทวงหนี้จํานวน 66 คน              “การบูรณาการทำงานของกระทรวงฯ และหน่วยงานตำรวจในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกํากับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพํานักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และการกระทําความผิดทางเทคโนโลยี” นายชัยวุฒิกล่าว  สำหรับประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิด หรือพบเบาะแสเกี่ยวกับแอปพลิเคชั่นผิดกฎหมาย อย่างเช่น แอปเงินกู้นอกระบบในลักษณะนี้ สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่เพจอาสาจับตาออนไลน์ https://m.facebook.com/DESMonitor/ ตลอด24 ชั่วโมง   ______________

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ประจำกระทรวจดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ (ประจำเดือน พฤศจิกายน ๒๕๖๒)

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๒ (ประจำเดือน กันยายน ๒๕๖๑)

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๑ (ประจำเดือน เมษายน ๒๕๖๑)

รายงานการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลโครงการ กลุ่มแผนงาน/โครงการประเภทที่ ๑ : แผนงาน/โครงการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ (ครั้งที่ ๒) (ประจำเดือน ตุลาคม ๒๕๖๐)

รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์โครงการ : กลุ่มแผนงาน/โครงการประเภทที่ ๓ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ (ครั้งที่ ๑) (ประจำเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐)

            เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 นายภูเวียง ประคำมินทร์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารวิทยาลัยการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก ประจำปี 2564 (Asian Pacific Postal College Governing Board)  ผ่านทาง Online Conference โดยที่ประชุมร่วมพิจารณาวาระที่น่าสนใจ อาทิรายงานผลการดำเนินงานของวิทยาลัยการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (APPC) ประจำปี 2563 แผนธุรกิจของAPPC ในช่วงปี พ.ศ. 2565 – 2567 การแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี แผนงานและงบประมาณประจำปี 2565  และรายงานความคืบหน้าของโครงการ ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   _________________

รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (ประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔)

         เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้แทนปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการด้านสารัตถะเพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 2/ 2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายดอน ปรมัตถ์วินัย) เป็นประธานการประชุมฯ ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวได้จัดขึ้นเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม(Deliverables) ของเอเปคในปี 2565 ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ รวมถึงข้อริเริ่ม / ข้อเสนอโครงการ โดยให้มีความสอดคล้องกับประเด็นสำคัญ (Priorities) 3 ด้าน ได้แก่ การอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน การฟื้นฟูความเชื่อมโยง และการส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม ก่อนที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการระดับชาติฯ ครั้งที่ 2/2564  เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป            ในการนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เสนอการจัดกิจกรรมเสวนา ICT Roundtable for TEL64 หัวข้อ “Towards the NEXT Normal: the Future of Digital Manpower” เป็น Deliverables ของไทย โดยกิจกรรมดังกล่าว กำหนดจะจัดขึ้นในช่วงที่กระทรวงฯ จะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะทำงานเอเปคด้านโทรคมนาคมและสารสนเทศ (APEC Telecommunications and Information Working Group: APEC TEL WG) ครั้งที่ 64 ในปี 2565   ______________



          “พล.อ.ประวิตร” ประธานบอร์ดกองทุนดีอี ไฟเขียวตั้งคณะทำงานพิจารณาโครงการขอรับทุนปี 64 วงเงินงบประมาณ3 พันล้านบาท ผู้สนใจยื่นคำขอรับทุนอย่างคึกคักถึง 649 โครงการ              วันนี้ (23 มิถุนายน 2564) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (บอร์ดกองทุนดีอี) ครั้งที่ 2/2564 โดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)  นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)  นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล                พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในที่ประชุมวันนี้ ได้รับทราบผลดำเนินงานของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และการปิดรับข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรม ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ครั้งที่ 1 ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดปิดรับข้อเสนอไปเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 มีหน่วยงานและผู้สนใจ ยื่นคำขอรับทุนฯ เข้ามาจำนวน 649 โครงการ              ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบโครงการเพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติม จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการศึกษาและพัฒนาทักษะทางสังคม (Soft Skills) และทักษะดิจิทัล (Digital Skill) เพื่อรองรับการพัฒนาแห่งอนาคต ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ  และ 2.โครงการศึกษาแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับคนพิการ ของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ              ด้านนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ยังได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะทำงาน ได้แก่ คณะทำงานวิเคราะห์โครงการ หรือกิจกรรมฯ ตามประกาศเปิดรับทุนปี 2564 จำนวน 5 คณะย่อย และคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองโครงการ สำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5G ของประเทศไทย และเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์การอนุมัติค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามมาตรา 26 (6) แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมสำหรับพิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายตามมาตรา 26 (6) ให้เป็นไปอย่างชัดเจน มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก่อนเสนอคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้ความเห็นชอบต่อไป ” นางวรรณพร กล่าวทิ้งท้าย   ______________

         ชัยวุฒิ สั่งจับตาโฆษณาชวนแทงพนันบอลออนไลน์โทษหนักเท่าเจ้ามือบ่อน ชุมนุมหวั่นเกิดคลัสเตอร์ ซ้ำเติมประเทศอีก            รมว.ดีอีเอส สั่งติดตามกลุ่มชุมนุมไลฟ์สด หากผิดกฎหมาย บิดเบือนข่าว  ประสานตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย ชี้ การร่วมตัวหวั่นเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ซ้ำเติมประเทศให้เสียหายยิ่งขึ้น พร้อม สั่งตรวจสอบ คอลัมนิสต์ นักวิจารณ์ฟุตบอล อินฟูลเอ็นเซอร์ เข้าข่ายโฆษณาแฝงหรือไม่ ชี้โทษหนักเท่าเจ้าของบ่อน  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส  ระบุว่า ที่ประชุมกองทุนคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม  ได้ตั้งวงเงินไว้ 3 พันล้านบาท  มีผู้เสนอมากกว่า 600 โครงการ กว่า 2 หมื่นล้านบาทดังนั้น คณะกรรมการฯจึงต้องมากลั่นกรองให้อยู่ในกรอบวงเงินของปี 2564 ยืนยันว่า การทำงานทั้งหมด จะทำด้วยความโปร่งใส มีคณะกรรมการฯตรวจสอบให้เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาดิจิทัลต่อไป                ส่วนการชุมนุมของกลุ่มไทยไม่ทน ที่นัดชุมชุมผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ในเวลา 19.00 น.วันนี้ นายชัยวุฒิ กล่าวว่าเรื่องนี้กระทรวงฯได้ติดตามสื่อโซเซียลอยู่แล้ว หากให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ประเทศชาติเสียหาย  ประชาชนตื่นตระหนก ก็มีความผิด ตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยกระทรวงฯก็จะติดตาม รวบรวมพยานหลักฐาน หากทำผิดก็ต้องดำเนินคดี และทำการปิดกั้น ตามอำนาจที่มี ดังนั้นขอให้ทุกคนระมัดระวัง การเคลื่อนไหวทางการเมือง อย่าเอาแต่ความสะใจไม่ได้ ต้องดูว่าบ้านเมืองเสียหายหรือไม่ เพราะขณะนี้ บ้านเมืองกำลังเดินหน้าแก้ปัญหาโควิด 19 ต้องการเปิดประเทศให้เร็วที่สุด  โดยทุกคนต้องช่วยกันร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิดให้ได้ หากมาชุมนุมรวมตัวจำนวนมาก หากเกิดการระบาดอีกเป็นคลัสเตอร์ใหม่ เท่ากับเป็นการซ้ำเติมประเทศให้เสียหายหนักยิ่งขึ้น การทำงานของรัฐบาลก็ยากยิ่งขึ้น ดังนั้นขอให้ผู้ชุมนุมคิดถึงบ้านเมืองด้วย และต้องช่วยกัน               นายชัยวุฒิ กล่าวถึงการปราบปรามพนันออนไลน์ ในช่วงฟุตบอลยูโร 2020 ว่ากระทรวงฯให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำงานประสานกับตำรวจ ให้กวาดข้อมูลในโซเซียล เพื่อรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีทั้งหมด แต่ยอมรับว่าบางเว็ปปิดกั้นไม่ได้ เพราะมีที่มาจากต่างประเทศ  ซึ่งก็เป็นปัญหาที่มาจากระบบอินเทอร์เน็ตที่เปิดกว้างให้สื่อต่างประเทศเข้ามามาก โดยกระทรวงฯกำลังหาทางแก้ไข  หากในประเทศรู้ต้นตอก็จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนทั้งหมด โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งได้ดำเนินคดีไปหลายคดีแล้ว พบว่าสถิติการแข่งขันฟุตบอลยูโรมีการพนันแข่งขั้นเพิ่มขึ้น แต่ที่เป็นห่วง คือพบมีการโฆษณาเชิญชวนเล่นการพนันออนไลน์ ที่มีคอลัมนิสต์  นักวิจารณ์ฟุตบอล พริตตี้ และ อินฟูลเอ็นเซอร์  ต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แค่เชียร์บอลอย่างเดียว แต่มีการโฆษณาแฝง ในเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วย โดยอาจได้ค่านายหน้าในการชักชวน  ดังนั้นถือว่ามีความผิด เทียบเท่ากับเจ้าของบ่อน ตามกฎหมาย ซึ่งให้ตำรวจติดตามรวบรวมพยานหลักฐานเรื่องนี้ด้วย เพราะเป็นการส่งเสริมให้คนเล่นการพนันเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง  ขนาดเหล้าและบุหรี่ยังห้ามโฆษณาในบางช่วงเวลา จึงฝากให้ทุกคนช่วยกัน    รมว.ดีอีเอส ยังยอมรับว่า พ.ร.บ.การพนัน ยังถือว่ามีโทษน้อย จึงต้องใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ควบคู่ไปด้วย และส่วนตัวเห็นด้วยที่จะต้องปรับกฎหมายให้เข้มข้นขึ้น เช่นเดียวกับกรณีแม่น้ำหนึ่ง ก็กำลังติดตามอยู่ เพราะไม่มีใครไปลงโทษและตามกฎหมายโทษไม่หนัก              ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีสั่งการตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ เฟกนิวส์ทุดกระทรวงนั้น ในส่วนของกระทรวงดีอีเอส ยังคงเป็นศูนย์กลางในการติดตามเฟกนิวส์อยู่แล้ว  แต่ให้ทุกกระทรวงช่วยติดตาม ชี้แจง แก้ข่าวให้ประชาชนเข้าใจมากยิ่งขึ้น ถือเป็นความร่วมมือที่ดี ลดความตื่นตระหนกให้กับประชาชน แต่ทั้งนี้ยอมรับว่า การตรวจจับเฟคนิวส์ได้ทั้งหมด แต่การดำเนินคดี ยังดำเนินการได้ไม่หมด  และแก้ปัญหาได้ไม่เต็มร้อย เพราะสื่อออนไลน์แชร์ไปเร็วและแพร่หลายมาก โดยเฉพาะข่าวไม่ดี แพร่เร็วกว่าข่าวดี จึงเป็นปัญหา ดังนั้นต้องเร่งรัดชี้แจงประชาชนให้เร็วมากยิ่งขึ้น   ________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.