Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

         “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส แจ้งประชาชนโทรฟรี 8 เบอร์สายด่วนโควิดได้แล้ว ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (25 ก.ค.64) ขอบคุณ กสทช. และเครือข่ายมือถือ ร่วมมือยกเว้นค่าบริการช่วงสถานการณ์วิกฤตโควิด-19              นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (25 ก.ค. 64) เป็นต้นไป ประชาชนสามารถใช้บริการ “โทรฟรี” สายด่วนของหน่วยงานรัฐทั้ง 8 เลขหมาย ได้แก่1330, 1323, 1422, 1442, 1646, 1668, 1669 และ1506 ที่รองรับการให้บริการข้อมูล ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ ให้คำปรึกษาแนะนำ และประสานงานกับเจ้าหน้าที่  การหาเตียง สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด เพื่อให้การดูแล ป้องกัน แจ้งเตือนและให้ความช่วยเหลือประชาชน ในภาวะสถานการณ์ที่ฉุกเฉินและเร่งด่วน             “จากกรณีมีประชาชนร้องเรียน เรื่องการติดต่อเบอร์สายด่วนเพื่อเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยโควิดที่ต้องรอสายนาน และมีค่าใช้จ่ายในการโทร จึงได้เร่งติดตามความคืบหน้าที่ผมได้ส่งหนังสือประสานขอความอนุเคราะห์ ไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตั้งแต่วันที่20 ก.ค.ที่ผ่านมา ให้พิจารณาขอความร่วมมือเครือข่ายผู้ให้บริการมือถือ ยกเว้นค่าบริการสำหรับการใช้บริการสายด่วนขอคำปรึกษา และประสานขอเตียงสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และเลขหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งค่าบริการข้อความสั้นหรือ SMS สำหรับระบบบริหารจัดการผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ที่ต้องกักตัวที่บ้าน” นายชัยวุฒิกล่าว            ล่าสุด กระทรวงฯ ได้รับการประสานตอบรับการช่วยเหลือยกเว้นค่าบริการสายด่วน เกี่ยวกับโควิดจาก กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือแล้ว ประกอบด้วย  บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เอไอเอส  ทรู และดีแทค โดยจะเริ่มยกเว้นค่าบริการสายด่วน ให้โทรฟรีได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป             ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายให้จัดทำระบบบริหารจัดการผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ต้องกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) โดยมอบหมายให้ NT เป็นผู้ดำเนินการในเรื่อง SMS Gateway สำหรับส่ง OTP ไปยังผู้ป่วยเพื่อใช้สำหรับการยืนยันตัวตนบนระบบออนไลน์ และเพื่อให้แพทย์สามารถติดต่อกับผู้ป่วยได้โดยสะดวกและไม่ผิดคน           "ส่วนที่ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้รับการยกเว้นค่าโทรฯ ได้รับทราบข้อมูลจาก กสทช. ว่า เนื่องจากต้นสังกัดแต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบสายด่วน ไม่ทำเรื่องขอความอนุเคราะห์ไปยัง กสทช. กระทรวงดิจิทัลฯ จึงเห็นควรว่า เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนและผู้ป่วยโควิดในขณะนี้ จึงได้ประสานไปยัง กสทช.เพื่อขอความอนุเคราะห์ดังกล่าว และต้องขอขอบคุณ กสทช.และบริษัทผู้ให้บริการมือถือทุกค่ายที่ร่วมกันช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์วิกฤตโควิดในครั้งนี้ด้วย" นายชัยวุฒิกล่าว   _____________

        นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นี้ มีการแชร์ หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความสับสนและตื่นตระหนกให้กับประชาชนและสังคม ในช่วงวิกฤตสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้         สำหรับข่าวปลอมที่ได้มีการเผยแพร่ในวันนี้ ตามที่มีการเผยแพร่ภาพผ่านโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ภาพประชาชนชาวไทยเสียชีวิต ถูกห่อไว้เป็นจำนวนมาก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จกรณีการแชร์ภาพผู้เสียชีวิต ถูกห่อไว้จำนวนมาก และกล่าวว่าเป็นเหตุที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้น ทางกรมสารนิเทศกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ภาพดังกล่าวไม่ได้เป็นภาพเหตุการณ์ในประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้ตรวจสอบพบว่า ภาพในข่าวที่ถูกแชร์ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เมืองเมียวดี รัฐคะหยิ่งเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ซึ่งมีประชาชนจำนวน 22 ราย เสียชีวิตจากโควิด-19             ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการต่างประเทศ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mfa.go.th หรือโทร 02 2035000 ฝากเตือนไปยังผู้ที่สร้างข่าวปลอมต่างๆ ให้หยุดการกระทำนั้นเสีย ทุกภาคส่วนกำลังเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่และฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนว่า ก่อนจะแชร์ หรือส่งต่อข้อความใดๆ ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อนเพราะอาจตกเป็นเหยื่อ หรือถูกหลอกลวง หรืออาจไปสร้างความสับสน เกิดความตื่นตระหนกแก่ผู้อื่น ซึ่งการกระทำของผู้เผยแพร่ข่าวปลอม เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1),(2),(5) ตามแต่พฤติการณ์การกระทำผิด มีอัตราโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ             ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ______________

          "ชัยวุฒิ" ตอบกลับ "อดีตทูตรัศน์" ยืนยัน ไม่ปิดกั้นแสดงความเห็น ระบุไทยใช้เทคโนโลยีหลายแอปฯช่วยปชช.ในสถานการณ์โควิดอยู่แล้ว ชี้ เป็นข้าราชการต้องยึดมั่นสถาบัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา               เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2564 มีรายงานว่านายรัศน์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครทูตไทยประจําสาธารณรัฐคาซัคสถานโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก "ทูตนอกแถว Alternative Ambassador" กล่าวถึงนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ใจความว่า  "รัฐมนตรีควรหานวัตกรรมทางดิจิทัลใหม่ ๆมาสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในขณะนี้ควรหาแอปพลิเคชันเพื่อช่วยประชาชน เช่นแอพฯการแจ้งเตือนให้กักตัวผู้อยู่ในข่ายที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วยดีกว่าการไปเที่ยวช่วยไล่จับคนที่คิดต่าง"               ล่าสุดนายชัยวุฒิ โพสต์ตอบ อดีตทูตรัศม์ ว่า เรียน ท่านรัศม์ ชาลีจันทร์ ขอขอบคุณท่านทูตที่ได้ให้คำแนะนำการทำงานของผม และผมระลึกถึงความรู้สึกดีๆที่ได้รับจากท่านเสมอเมื่อครั้งที่เราเคยพบกันที่คาซัคสถาน ขอทำความเข้าใจกับท่านทูตว่า               "ผมไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นและไม่ได้มีเจตนาไล่จับคนเห็นต่างเลยครับ ผมเพียงแต่เตือนว่าการโพสต์ในโซเชียลมีเดียที่บิดเบือนข้อมูล เป็นข้อความเท็จ เป็นเฟคนิวส์ อาจจะผิดกฏหมาย ผมไม่อยากเห็นใครถูกดำเนินคดีจึงออกมาเตือนด้วยความปรารถนาดี และเฟคนิวส์หลายเรื่องยังส่งผลกระทบต่อการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดด้วย จึงจำเป็นที่จะต้องรีบแก้ปัญหานี้ครับ"               "และขอเรียนให้ท่านทูตทราบด้วยว่า เรามีการใช้นวัตกรรมทางดิจิทัลมาใช้ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด 19 แล้ว ท่านอยู่ต่างประเทศมานานอาจจะไม่ทราบ การฉีดวัคซีน เรามีแอป"หมอพร้อม" ซึ่งนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการจองคิวผู้ฉีดวัคซีน มีแอปฯ "หมอชนะ" ที่ใช้ในการควบคุมการแพร่ระบาด ได้นำไปใช้ที่ Phuket Sandbox ด้วย  อีกทั้งในโรงพยาบาลสนามและ Home Isolation มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้สนับสนุนการทำงานของหมอและพยาบาล มี แอปพลิเคชันในการสื่อสารติดต่อกับผู้ป่วย และระบบ Telemedicine ใช้แล้วครับเราเน้นทั้งมิติของการนำนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลทางสังคมครับ  เราได้ส่งเสริมและพัฒนา Platform ต่างๆรองรับให้ประชาชนสามารถ Work Form Home และการทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบายไม่แพ้ชาติใดในโลก ทางกระทรวงได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการแก้ปัญหาโควิด 19 ในทุก ๆมิติมาโดยตลอด"                "ผมคิดว่าท่านทูตเป็นข้าราชการระดับสูง ท่านน่าจะทราบว่า ข้าราชการต้องยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศอันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมายและตามครรลองครองธรรม ในฐานะรัฐมนตรี ผมยึดมั่นในหลักการนี้ และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ  ขอแสดงความนับถือ" นายชัยวุฒิ ระบุ   _________________      

         ดีอีเอส และ NT สนับสนุนแก้โควิด ปรับปรุงสายด่วน 1668,1646,1669 รวมทั้งระบบInternet-กล้องCCTV รพ.-รพ.สนาม 173 แห่ง             นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า DES และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ไม่นิ่งนอนใจ เราได้ให้การสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคมในรูปแบบต่างๆ ทั้งในโรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนาม สำนักงานสาธารณสุขทั่วประเทศ 173 แห่งจุดศูนย์ฉีดวัคซีน พร้อมทั้งรถตรวจโควิด ในสถานศึกษา และบริษัท/ห้างร้าน รวมทั้ง ปรับปรุงระบบสายด่วนกรมการแพทย์ 1668 , 1646  โดยนำระบบ Cloud Call Center ของ NT ใช้งานแทน โดยระบบใหม่สามารถขยายบริการรองรับประชาชนที่โทรเข้ามาได้ตามความต้องการ รองรับการขยายคู่สายจำนวนไม่จำกัด และปรับระบบ Call Center ศูนย์เอราวัณ 1669 ด้วย รวมถึงให้บริการ Broadband Internet ติดตั้งสัญญาณ WiFi  อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โครงข่ายระบบโทรคมนาคม ระบบ  Cloud PBX, VDO Phone, Data Center, my  ,SMS  ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV  เครื่องบันทึกภาพผ่านเครือข่าย NVR และอื่น ๆ ให้กับโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ 173 แห่ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย จนกว่าโรงพยาบาลสนามจะหมดความต้องการ  นอกจากนี้ครับ NT ยังได้ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์สัญญาณ WiFi อินเทอร์เน็ต อำนวยความสะดวกให้กับศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อใช้ในการลงทะเบียนรับวัคซีนของประชาชน รวมถึงให้ศูนย์ฉีดวัคซีนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้บริการประชาชนฉีดวัคซีนทางเลือก ที่อาคาร 9 บริษัท โทรคมนาคมจำกัด(มหาชน) แจ้งวัฒนะ เพื่อบริการและสนับสนุนประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ในครั้งนี้ด้วยครับ และ DES ทุกคนยังคงทุ่มเทเพื่อเร่งให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผ่านพ้นสถานการณ์โควิดนี้ไปด้วยกันครับ   ____________

        นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส)  กล่าวว่า จากการรับแจ้งเบาะแสการโฆษณาขายชุดตรวจโควิด-19 ประเภท Rapid Test Antigen หรือ Antigen Test Kits (ATK) ทางออนไลน์และโซเชียล ล่าสุดศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบข่าวปลอม ชุดตรวจโควิด-19 SGTi-flex COVID-19 Ag ได้รับอนุญาติจาก อย. ไทยแล้ว            กรณีผลิตภัณฑ์ชุดตรวจโควิด-19 ข้างต้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ชี้แจงว่า ชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ SARs- CoV-2 (เชื้อก่อโรค COVID-19) แบบตรวจหาแอนติเจน ชื่อSGTi-flex COVID-19 Ag ยังไม่ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา           ปัจจุบันชุดตรวจสำหรับโควิด -19 ประเภท Rapid Test Antigen หรือ Antigen Test Kits (ATK) ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้เองที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ อย. มีอยู่ 11 ยี่ห้อ โดยมีการประกาศรายชื่อบริษัทที่ขายได้สำหรับประชาชนบนเว็บไซต์ อย. เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบ           “มีข้อแนะนำจาก อย. ในการใช้ชุดตรวจตรวจโควิด -19 สำหรับประชาชนใช้ตรวจเองว่าจะต้องเป็นชนิดตรวจแอนติเจนที่ได้รับอนุญาตจาก อย. โดยสามารถตรวจสอบได้ที่https://www.fda.moph.go.th/sites/Medical/SitePages/test_kit_covid19.aspx และควรใช้ภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ เพราะต้องมีเทคนิคในการเก็บตัวอย่างไม่ให้เกิดการบาดเจ็บและปนเปื้อนเชื้อโรค การหยดน้ำยา และการอ่านผล เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้และการแปลผลที่ถูกต้อง”          ทั้งนี้ จากการรับแจ้งเบาะแสการโฆษณาขายชุดตรวจโควิด-19 ประเภท Rapid Test Antigen หรือ Antigen Test Kits (ATK) ทางออนไลน์และโซเชียล ล่าสุดศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ตรวจสอบพบที่เข้าข่ายการกระทำความผิดจำนวน 84 ราย ผ่านเฟซบุ๊ก 8 ราย อินสตาแกรม 27 ราย ทวิตเตอร์37 ราย และอื่นๆ 12 ราย ซึ่งได้มีการร่วมกับ อย. ในการประสานงานและดำเนินการปิดกั้น และดำเนินการกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย นางสาวนพวรรณ กล่าว   __________________    

        เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ร่วมประชุมหารือร่วมกับธนาคารโลก (World Bank)  เกี่ยวกับข้อเสนอโครงการ The Proposed Project for Strengthening Community Innovation for COVID - 19 Socio - Economic Recovery ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนรัฐบาลไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น และนโยบาย Thailand 4.0 ในรูปแบบการประชุมทางไกล ซึ่งการหารือครั้งนี้ World Bank ได้นำเสนอและหารือความร่วมมือในการดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนที่ยากจน และฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์ COVID - 19 นอกจากนี้ ยังเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และส่งเสริมแพลตฟอร์ม Community Driven Development Platform เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและติดตามโครงการ  โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยินดีให้ความร่วมมือกับ World Bank ในการดำเนินโครงการดังกล่าว โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) จะทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานหลักของกระทรวงฯ  ทั้งนี้ World Bank ยังได้หารือกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลัง และจะมีการนำร่องใน 10 จังหวัดของประเทศไทย รวมทั้งจะมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop)  ในวันที่ 9สิงหาคม 2564  เพื่อเป็นการ kick off โครงการดังกล่าว   ____________    

         นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส)  กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในโซเชียลมีเดียเรื่อง ธุรกิจขนส่งทุกแห่งไม่สามารถส่งของได้ทุกพื้นที่ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19  ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน             จากกรณีการส่งต่อข้อมูลแจ้งข่าวว่าธุรกิจขนส่งทุกแห่งไม่สามารถส่งของได้ทุกพื้นที่ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่า มีการบิดเบือนข้อมูลบางส่วน เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่มีความรุนแรง ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ ไปรษณีย์ไทยติดเชื้อในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมการแพร่ ระบาด ไปรษณีย์ไทยจึงมีความจำเป็น ต้องปิดให้บริการรับฝากชั่วคราว หรืองดนำจ่ายชั่วคราว จึงทำให้การนำจ่ายล่าช้า รวมทั้งปิดทำการไปรษณีย์ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าชั่วคราว งดรับฝากผลไม้ ต้นไม้และสิ่งของที่เน่าเสียง่าย ช่วงวันที่ 23 - 31 กรกฎาคม 2564 เนื่องจากเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาว                ดังนั้น ขอย้ำว่าไม่ได้ปิดบริการทุกแห่ง หรือทุกพื้นที่ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด การขายสินค้าออนไลน์และการส่งสินค้าทางบริการขนส่งยังคงดำเนินการได้ตามปกติ               ข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมจากบริษัท ไปรษณีย์ไทยจำกัด สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.thailandpost.co.th หรือโทร. 0 28313131   _____________

         เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงนามถวายพระพรออนไลน์เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564  เพื่อแสดงความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้  ณ ลานกิจกรรมชั้น 7 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ถนนลาดพร้าว กรุงเทพฯ   ______________

     “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส นั่งหัวโต๊ะประชุม คกก. ป้องกันฯ การเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางโซเชียล ครั้งที่ 4 เคาะแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจฯ เตรียมมัดรวมมาตรการทางปกครอง-ภาษี-สังคม เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพแก้ไขปัญหาและปราบปรามข่าวปลอม         นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ ครั้งที่ 4/2564 ที่ประชุมได้พิจารณาการแต่งตั้ง“คณะทำงานเฉพาะกิจจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหา การเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์” ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยครอบคลุมด้านการปกครอง ภาษี และสังคมอีกด้วย         โดยคณะทำงานชุดนี้ จะมีหน้าที่จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแก่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ในการทำมาตรการทางปกครอง มาตรการทางภาษี และมาตรการสังคม มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์ อย่างมีประสิทธิภาพและทันเหตุการณ์ อีกทั้งสนับสนุนการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว และมีการประสานกับศูนย์ต่อต้านประจำแต่ละกระทรวงอย่างใกล้ชิด         นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานสถิติการดำเนินงานระงับข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสม  ในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค. 64 โดยจากการที่กระทรวงดิจิทัลฯ ยื่นคำร้องและแจ้งความดำเนินคดี มีคำสั่งศาลให้ระงับแล้ว 8 คำสั่ง รวม 94 ยูอาร์แอล อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล 8 คำร้อง รวม 145 ยูอาร์แอล และมีการแจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำความผิดนำเข้าข้อมูลไม่เหมาะสม รวม 54 ยูอาร์แอล/บัญชีรายชื่อ        ขณะที่ ผลการดำเนินงานด้านการป้องกันปราบปรามในช่วงเดียวกัน ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) หรือ PCT และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ตรวจสอบการกระทำความผิด และดำเนินคดีที่เกี่ยวกับการเสนอข่าวอันไม่เป็นความจริงตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มีจำนวนทั้งสิ้น 35 ยูอาร์แอล        “อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหาข่าวปลอม คือความร่วมมือร่วมใจของประชาชน และผู้ใช้โซเชียลมีเดียอยากให้ช่วยกันแจ้งเบาะแสเข้ามายังศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม โดยสามารถแจ้งมาได้ที่บัญชีไลน์ทางการของศูนย์ฯ ซึ่งปัจจุบันสมาชิกจำนวน 2,409,640  บัญชี ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันต่อต้านข่าวปลอมกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมที่ไลน์@antifakenewscenter เพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคม” นายชัยวุฒิกล่าว   ____________  

      “พล.อ.ประวิตร” เป็นประธานบอร์ดกองทุนดิจิทัลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผ่านฉลุยแผนปฏิบัติการปี 65 อนุมัติกรอบนโยบายการให้ทุนมุ่งเน้นส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลใน 4 ด้าน พร้อมหนุนเดินหน้าโครงการ 5G มุ่งเป้าต่อยอดการใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาประเทศไทย          วันนี้ (29 กรกฎาคม 2564) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (บอร์ดกองทุนดิจิทัล) ครั้งที่ 3/2564 ผ่านการประชุมทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วม           พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ ได้ให้ความเห็นชอบ และอนุมัติแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2565 ตามที่กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุนฯและประมาณการรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 รวมถึงแผนปฏิบัติการระยะยาว และแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในการนี้ ได้เห็นชอบกรอบนโยบายการให้ทุนสนับสนุนภายใต้การเปิดรับข้อเสนอโครงการ/กิจกรรม ที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ประกอบด้วย 4 ด้าน            ได้แก่ 1.เกษตรเชิงรุกด้วยนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Agriculture) เพื่อเพิ่มมูลค่าและต่อยอดภาคเกษตร 2. รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government & Infrastructure) นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการออกแบบบริการภาครัฐ การบูรณาการและการทำงานร่วมกัน (Interoperability)  3. การศึกษากับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล (Digital Manpower) ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาใช้วางแผนการจัดการศึกษา สนับสนุนการกำหนดนโยบายพัฒนาบุคลากรเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และ 4. เทคโนโลยีดิจิทัลในโลกอนาคต (Digital Technology) ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม รองรับการปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation)            พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ประเด็นหารือสำคัญอื่น ๆ ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการตามมาตรา 26(6) สำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5G ของประเทศไทย ในส่วนของการต่อยอดการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยี 5G ภายในกรอบวงเงิน 500 ล้านบาท ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) ในคราวการประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564  ตามที่กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอ           นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ในการประชุมวันนี้ คณะกรรมการฯ ได้รับทราบผลการดำเนินงานของกองทุนดิจิทัลที่ผ่านมา รวมทั้งมีการพิจารณาอนุมัติเปลี่ยนแปลงสัญญารับทุนฯ ในส่วนของโครงการที่มีคำขอวงเงินเกินกว่า 1 ล้านบาท ตามมาตรา 26(1) และ (2) และโครงการที่ขออุทธรณ์กรณีดำเนินการไม่เป็นไปตามสัญญารับทุนฯ รวมถึงโครงการที่ระงับการจ่ายเงินและบอกเลิกสัญญา ตามสัญญารับทุนฯ ข้อ 14 ด้วย            ด้านนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะกรรมการและเลขานุการ กล่าวว่า กองทุนดิจิทัลฯ ได้มีการติดตามประเมินผลโครงการที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจากกองทุนฯ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการอนุมัติเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 80% โดยฉพาะโครงการที่ได้รับทุนสำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามมาตรา 26 (6) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563            ขณะที่ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กองทุนดิจิทัลฯ อยู่ระหว่างขั้นตอนการวิเคราะห์โครงการหรือกิจกรรมที่เสนอขอรับการสนับสนุนตามประกาศเปิดรับข้อเสนอประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ครั้งที่ 1 ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ต่อไป ซึ่งกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนกันยายนนี้   _____________  

        “ชัยวุฒิ” มอบหมาย บ.ไปรษณีย์ไทย ใช้จุดแข็งในศักยภาพด้านการขนส่ง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจรายย่อยและสินค้าเกษตรฝ่าวิกฤติโควิด-19 ควบคู่สนับสนุนระบบสาธารณสุข รับอาสาขนส่งฟรีอุปกรณ์การแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ และให้ความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์พักคอยสำหรับดูแลผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว            นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ใช้ศักยภาพด้านการขนส่งและเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในช่วงการระบาดโควิด-19 ช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการ เกษตรกร พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนระบบสาธารณสุข ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาฟื้นอีกครั้ง            โดยในส่วนของการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จะครอบคลุมทั้ง การออกโปรโมชันเพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งให้กับผู้ประกอบการ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตให้กับเกษตรกรผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เว็บไซต์Thailandpostmart.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมสินค้าเกษตรและวิสาหกิจชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้าร่วมขายสินค้ากว่า 6,500 ราย มีสินค้ามากกว่า 17,000 รายการจากทั่วทุกภูมิภาค             ทั้งนี้ ปณท ได้ปรับลดอัตราค่าบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ในพิกัดน้ำหนักตั้งแต่เกิน 2,000 กรัมขึ้นไปและให้การสนับสนุนการส่งผลผลิตของเกษตรกรในราคากล่องเหมาจ่าย ด้วยบริการ EMS พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการขายให้กับผู้ประกอบการและเกษตรกร เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยยังสามารถเดินหน้าต่อได้ในภาวะวิกฤติ               นอกจากนี้ ยังมีบริการ Pick up Service รับฝากพัสดุถึงบ้าน อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ผู้ใช้บริการไม่ต้องออกจากบ้าน ลดความเสี่ยงการสัมผัสเชื้อโควิด-19 โดยสามารถใช้บริการดังกล่าวได้ทางไลน์ออฟฟิเชียล@ThailandPost             “ผมยังได้มอบหมายให้ ปณท สนองนโยบายการดำเนินงานของรัฐบาลด้วยการสนับสนุนระบบสาธารณสุขในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 ได้แก่ การช่วยขนส่งอุปกรณ์การแพทย์ไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการส่ง การส่งยาและเวชภัณฑ์จากโรงพยาบาลไปให้ผู้ป่วยทั่วไป และผู้ป่วยโควิด -19 สีเขียวในโครงการHome Isolation-Community Isolation ให้ความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์พักคอยสำหรับดูแลผู้ป่วยโควิด-19 สีเขียวเพื่อรอการนำส่งต่อไปรักษาที่สถานพยาบาลต่อไป” นายชัยวุฒิกล่าว             ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทย เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด -19 โดยมีโครงการ “ส่งความห่วงใย ส่งให้ สู้ภัย COVID-19” ซึ่งได้รวบรวมอุปกรณ์การแพทย์จากคนไทย จัดส่งฟรีให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศแล้วกว่า 2.2 แสนกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าการจัดส่งกว่า 8 ล้านบาท ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรขนส่งเตียงกระดาษไปให้โรงพยาบาลสนามต่างๆ ทั่วประเทศฟรีกว่า 2,300 เตียง จัดทำโครงการ“ไปรษณีย์ reBOX” โดยร่วมกับ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) นำกล่อง/ซองกระดาษที่รวบรวมจากคนไทยน้ำหนักกว่า 23,500 กิโลกรัม มาแปรรูปเป็นเตียงกระดาษ อีกทั้งร่วมกับองค์การเภสัชกรรม เตรียมพร้อมเปลี่ยนกล่อง/ซองเป็นหน้ากากอนามัย บรรจุใน กล่องBOXบุญ ที่จะส่งมอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เป็นต้น   ____________

          นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ภาพในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เรื่อง จ.ภูเก็ตพบผู้เสียชีวิตตามที่สาธารณะเป็นจำนวนมาก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ              กรณีที่โพสต์ข่าวระบุว่า พบผู้เสียชีวิตจำนวนมากกลางถนนที่จังหวัดภูเก็ตนั้น ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตได้ตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ไม่เป็นความจริงตามที่โพสต์ดังกล่าวระบุแต่อย่างใด โดยโพสต์ที่ถูกเผยแพร่ดังกล่าวทำให้จังหวัดภูเก็ตได้รับความเสียหาย กระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง              ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.pkto.moph.go.th หรือโทร. 076-212297, 076-222913             ฝากเตือนไปยังผู้ที่สร้างข่าวปลอมต่างๆให้หยุดการกระทำนั้นเสีย ทุกภาคส่วนกำลังเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่  ซึ่งการกระทำดังกล่าวในลักษณะการผลิตและเผยแพร่ข่าวปลอม หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความตื่นตระหนก เกิดความสับสนวุ่นวาย โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือ คำสั่งที่ออกตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับหรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง            ทั้งนี้ ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนว่า ก่อนจะแชร์ หรือส่งต่อข้อความใดๆ ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เพราะอาจตกเป็นเหยื่อ หรือถูกหลอกลวง หรืออาจไปสร้างความสับสน เกิดความตื่นตระหนกแก่ผู้อื่น โดยทุกท่านสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์@antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 เพื่อหลีกเลี่ยงจากการเป็นเหยื่อข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือน   ______________

       ดีอีเอส ลงนามสัญญา NT มอบสิทธิบริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศหลังไทยคมสิ้นสุดสัมปทาน นับถอยหลังวันโอนกิจการไทยคม 4 และ 6 กลับคืนสู่รัฐ 11 ก.ย.นี้ “ชัยวุฒิ” ย้ำเป็นก้าวสำคัญของไทยสู่ความมั่นคงด้านการสื่อสารผ่านดาวทียม และรักษาสิทธิวงโคจร          วันนี้ (30 ก.ค.64) ได้มีการลงนามในสัญญามอบสิทธิบริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศภายหลังสิ้นสุดสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) โดยนาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่  NT โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และนายมรกต เธียรมนตรี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงสร้างพื้นฐาน NT ร่วมเป็นสักขีพยาน          นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า การลงนามในสัญญาดังกล่าวเป็นไปตามมติของคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ และคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ที่เห็นชอบให้ NT เป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ จนสิ้นสุดอายุทางวิศวกรรมของดาวเทียม หลังจากสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 10 ก.ย. นี้          ทั้งนี้ การให้ NT ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐเข้ามาบริหารจัดการทรัพย์สินในโครงการนี้ จะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านการสื่อสารโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมมากยิ่งขึ้น ซึ่งดาวเทียมสื่อสารถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ให้บริการสาธารณะ ดังนั้น การให้บริการดาวเทียมสื่อสารจึงเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมสำหรับเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และการติดต่อสื่อสาร และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการดาวเทียมของไทย          “การมอบสิทธิให้ NT เข้ามาบริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารในประเทศ ที่จะมีการโอนคืนมาให้กับรัฐ หลังการสิ้นสุดสัมปทานไทยคม จะสร้างความต่อเนื่องในการให้บริการ รวมทั้งเป็นการรักษาสิทธิในตำแหน่งวงโคจรของประเทศไทย ทั้งดาวเทียมไทยคม 4 (119.5 องศาตะวันออก) และดาวเทียมไทยคม 6 (78.5 องศาตะวันออก) ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงไว้ได้” นายชัยวุฒิกล่าว         นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)  กล่าวว่า การที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามาดำเนินงานในครั้งนี้ ยังเป็นการต่อยอดทางธุรกิจให้กับ NT ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งการที่ภาครัฐมีดาวเทียมสื่อสารเป็นของตัวเองจะก่อให้เกิดความมั่นคงในกิจการโทรคมนาคมของประเทศ และทำให้ผู้ใช้บริการเกิดความเชื่อมั่น  รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ NT เป็นผู้ประกอบการดาวเทียมรายใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมดาวเทียมของไทย เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการ และส่งเสริมให้มีการแข่งขันในกิจการสื่อสารและโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมของไทย โดยผู้ใช้บริการและประชาชนจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด          ด้านนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การดำเนินการตามสัญญานี้ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 64 โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ต้องส่งมอบสิทธิบริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ เพื่อให้ NT นำไปประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทดาวเทียมในลักษณะที่เป็นการให้บริการการสื่อสารผ่านดาวเทียม ทั้งด้านโทรคมนาคมและด้านการกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการประกอบกิจการหรือการให้บริการที่เกี่ยวข้อง อาทิ การใช้ช่องสัญญาณดาวเทียม (Transponder) เพื่อสนับสนุนงานของหน่วยงานรัฐ         สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งมอบสิทธิบริหารจัดการทรัพย์สินโครงการนี้ รมว.ดีอีเอส จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานการบริหารจัดการทรัพย์สินขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงดีอีเอส เป็นประธานและผู้แทนกระทรวงฯ กับผู้แทนบริษัทฝ่ายละเท่า ๆ กันเป็นกรรมการ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นที่ปรึกษาหรือร่วมเป็นกรรมการ ในการประสานงานเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ตามความตกลงร่วมกันระหว่างคู่สัญญา ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้การตรวจสอบข้อมูลร่วมกันในเรื่องค่าใช้จ่าย และค่าตอบแทนการใช้สิทธิบริหารจัดการทรัพย์สิน โดยค่าตอบแทนรวมในแต่ละปี อิงอยู่บนพื้นฐานรายได้และกำไรของดาวเทียมทั้ง 2 ดวง เป็นต้น          ทั้งนี้ เพื่อให้ดีอีเอส และ NT ปฏิบัติตามสัญญา กฎหมาย และข้อกำหนดของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU (International Telecommunication Union) ที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการดาวเทียม   _____________

         นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เรื่อง อเมริกาจะปล่อยเชื้อโควิดในประเทศไทย ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการรุนแรงภายใน 2 ชม. และอยู่ได้ไม่เกิน 2 - 3 วัน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ             กรณีการส่งต่อข้อความระบุว่า สหรัฐอเมริกาจะปล่อยเชื้อโควิด-19 ให้กับประเทศไทย ซึ่งผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการรุนแรงภายใน 2 ชม. และอยู่ได้ไม่เกิน 2 - 3 วัน ทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า จากการตรวจสอบไม่มีมูลว่าข่าวดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงแต่อย่างใด             ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกกระทรวงการต่างประเทศ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mfa.go.th หรือโทร 02 2035000             ทั้งนี้ ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ก่อนจะแชร์ หรือส่งต่อข้อความใดๆ ควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อนเพราะอาจสร้างความสับสน เกิดความตื่นตระหนกแก่ผู้อื่น และขอเตือนไปยังผู้ที่สร้างข่าวปลอมต่างๆ ให้หยุดการกระทำนั้นเสีย  เนื่องจากการผลิตและเผยแพร่ข่าวปลอม หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความตื่นตระหนก เกิดความสับสนวุ่นวาย โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือ คำสั่งที่ออกตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องาจตกเป็นเหยื่อ หรือถูกหลอกลวง   ____________

       ดีอีเอส เตือนหยุดปล่อยข่าวปลอม หลังมีผู้ไม่หวังดีปั้นตัวเลขมั่วกล่าวหาไทยติดเชื้อโควิดและมียอดตายสะสมลำดับต้นๆ ของโลก โชว์รายงานสถานการณ์ล่าสุดจาก ศบค. จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของประเทศไทยอยู่อันดับที่ 44 และจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่อันดับที่ 69           นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อออนไลน์เรื่อง ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นอันดับ 1 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตเป็นอันดับ 2 ของโลก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ           จากกรณีการให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเป็นอันดับ 1 ของโลก อีกทั้งมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สะสมเป็นอันดับ 2 ของโลกนั้น ทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ซึ่งตามรายงานสถานการณ์ล่าสุดของทาง ศบค. จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของประเทศไทยอยู่อันดับที่ 44 และจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่อันดับที่ 69 ไม่ได้เป็นไปตามที่ต้นโพสต์ระบุไว้แต่อย่างใด           ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย และวิธีการป้องกันตนเอง สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.ddc.moph.go.th หรือโทร. 1422 และเว็บไซต์www.moicovid.com หรือเฟซบุ๊ก ‘ศูนย์ข้อมูล COVID-19’           ขอเตือนไปยังผู้ที่สร้างข่าวปลอมต่างๆ ให้หยุดการกระทำนั้นเสีย การผลิตและเผยแพร่ข่าวปลอม หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความตื่นตระหนก เกิดความสับสนวุ่นวาย โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือ คำสั่งที่ออกตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง   _____________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.