Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

         นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า  ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลในประเด็นเรื่อง เปิดรับจองฉีดวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับเด็กที่อายุ 12 -18 ปี ผ่านแอปพลิเคชันไลน์หมอพร้อม ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขพบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ            กรณีการส่งต่อเนื้อหาประชาสัมพันธ์โดยระบุว่าตอนนี้หมอพร้อมรับจองฉีดวัคซีนสำหรับเด็กที่อายุระหว่าง 12 ถึง18 ปีแล้ว ลองเข้าไปจองสิทธิ์ใน LINE หมอพร้อมได้เลย ทางสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ยังไม่มีการเปิดให้บริการจองคิวฉีดโควิด-19 ในหมอพร้อมขณะนี้ โดยการลงทะเบียนที่มีการแชร์กันเป็นเพียงการลงทะเบียนใช้งาน LINE OA หมอพร้อม ไม่ใช่การลงทะเบียนฉีดวัคซีนแต่อย่างใด กรณีเพิ่มบุคคลอื่นจะใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลการฉีดวัคซีนและบันทึกข้อมูลข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีนเท่านั้น             ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม   ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ที่เว็บไซต์ https://www.moph.go.th หรือสอบถาม โทร 02 5901000  การกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป            นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   __________

         เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานปรับปรุงนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศครั้งที่ 1/2564 ผ่านระบบ Video Conference ณ ห้องประชุม 602 ชั้น 6 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่างแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ พ.ศ.2564  ซึ่งเป็นเรื่องสืบเนื่อง เกี่ยวกับเรื่องการปรับปรุงแนวทางปฏิบัติด้านความมั่งคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การติดตามสถานการณ์บริหารจัดการสินทรัพย์ (Asset Management)  กิจกรรมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ   _____________

       เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้แทนระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 27 แผนงาน IMT - GT โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสฯ และการรายงานผลการดำเนินงานและกิจกรรม ปี 2563 – 2564 รวมถึงผลการศึกษาทบทวนการดำเนินงานระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) ภายใต้วิสัยทัศน์ 2579 และการดำเนินความร่วมมือรายสาขาเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของอนุภูมิภาค จากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์และช่วยอำนวยความสะดวกต่อการดำเนินความร่วมมือต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานในอนุภูมิภาคให้เข้าถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในช่วงวิกฤตการณ์ที่ยากลำบากและเพื่อให้สามารถแข่งขันกับเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน   __________

        “นพวรรณ” โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง เปิดข้อมูลการมอนิเตอร์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์แรกของ ส.ค. 64 พบข้อความที่ต้องคัดกรองทะลุ 11 ล้านข้อความ เข้าข่ายดำเนินการตรวจสอบ 119 เรื่อง โดยเป็นเฟคนิวส์เกี่ยวกับโควิด 96 เรื่อง            นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมตลอดช่วงสัปดาห์นี้ 30 ก.ค.-5 ส.ค.64 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 11,640,574 ข้อความ หลังคัดกรองแล้ว พบว่ามีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 219 ข้อความ โดยเป็นจำนวนเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 119 เรื่อง สัดส่วนหลักถึง 96 เรื่องเป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด-19             ล่าสุดสรุปผลการตรวจสอบแล้วจำนวน 47 เรื่อง พบว่าหลายเรื่องที่เป็นข่าวปลอม จะเกี่ยวกับการโฆษณาเกินจริงหรือข่าวปลอมเกี่ยวกับวิธีการรักษาโควิดด้วยตัวเอง/ยาสมุนไพร การหลอกลวงให้โอนเงินจองวัคซีน สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาตรการเยียวยา              สำหรับข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 3 อันดับ ในช่วงสัปดาห์ล่าสุดนี้ ได้แก่ อันดับที่ 1 เรื่อง กลุ่มคนไทย 7 คนหลงป่าข้ามไปยังเขตแดนประเทศลาว ถูกจับแล้วได้รับการฉีดวัคซีน mRNA ก่อนส่งกลับไทย อันดับที่ 2 เรื่อง อเมริกาจะปล่อยเชื้อโควิดในประเทศไทย ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการรุนแรงภายใน 2 ชม. และอยู่ได้ไม่เกิน 2 - 3 วัน และอันดับ 3 เรื่อง หมอประสิทธิ์ คณบดีศิริราช แจ้งข่าวพบสายพันธุ์แลมบ์ดาระบาดในเขตมีนบุรี และขอให้ประชาชนล็อกดาวน์ตัวเอง             “ประชาชนสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันแก้ปัญหาข่าวปลอมได้ โดยเมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 เพื่อหลีกเลี่ยงจากการเป็นเหยื่อข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือน” นางสาวนพวรรณกล่าว   ___________

       นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า  ตามที่มีการเชิญชวนให้กรอกแบบฟอร์มเรื่อง ผู้ประกันตน ม.33 กรอกข้อมูลส่วนตัวผ่าน Google Form เพื่อรับเงินเยียวยา 2,500 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ           กรณีการเชิญชวนให้ผู้ประกันตน ม.33 กรอกข้อมูลส่วนตัวผ่าน Google Form เพื่อยื่นความประสงค์รับเงินเยียวยา 2,500 บาทนั้น ทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานได้ตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงว่า Google Form ดังกล่าว จัดทำขึ้นโดยมิจฉาชีพเพื่อหลอกลวงขโมยข้อมูลสำคัญของประชาชน          โดยขณะนี้ พบพวกมิจฉาชีพได้จัดทำ Google Form และส่งข้อความผ่าน SMS ปลอม ไปสอบถามข้อมูลส่วนตัวเพื่อหลอกลวงให้ผู้ประกันตนแจ้งความประสงค์รับเงินเยียวยา 2,500 บาท และให้กรอกเลขบัตรประจําตัวประชาชนเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ จนนำไปกดลิงก์เพื่อยืนยัน ซึ่งเป็นการใช้ความสับสนของผู้ประกันตนมาเป็นกลลวงที่อาจนำมาซึ่งความเสียหาย ทั้งทรัพย์สิน และการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งพวกมิจฉาชีพจะนำไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ  สำนักงานประกันสังคมจึงขอเตือนให้ผู้ประกันตนโปรดระมัดระวังอย่าหลงเชื่อเป็นอันขาด           ทั้งนี้ ทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการรับสิทธิรับเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งล็อกดาวน์พื้นที่สีแดงเข้ม รวม 13 จังหวัด 9 ประเภทกิจการ ขณะนี้มีผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวนกว่า 3.1 ล้านคน ที่มีสัญชาติไทย จะได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลคนละ 2,500 บาท สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายครั้งเดียวโดยโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนเท่านั้น ซึ่งเงินเยียวยาจะเริ่มโอนเงินรอบแรกในวันที่ 4 – 6 สิงหาคม 2564 นี้ ส่วนที่เหลือจะทยอยโอนให้ ทุกวันศุกร์ ของสัปดาห์ถัดไป โดยผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถตรวจสอบสิทธิรับเงินเยียวยา ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th           ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม   การกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป            นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   _______________

       นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า  ตามที่ได้มีการส่งต่อข่าวสารในประเด็นเรื่อง สายด่วน 1668 เมื่อแจ้งไปแล้วจะมีทีมแพทย์จิตอาสาเอายาไปให้และเก็บเงิน 3,600 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ           จากกรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลว่าเมื่อโทรแจ้งสายด่วน 1668 จะมีทีมแพทย์จิตอาสาเอายาไปให้ และต้องเสียเงิน3,600 ให้แก่เจ้าหน้าที่นั้น ทางกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการดำเนินการจากภาครัฐโดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยไม่มีการเรียกเงินจากประชาชนไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น           โดยกรมการแพทย์เปิดให้บริการสายด่วน 1668 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดในการหาเตียง ระหว่างเวลา 08.00 – 22.00 น. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดเชื้อโควิด 19 ที่ยังไม่ได้รับการดูแลรักษาในโรงพยาบาลเป้าหมายสำคัญ คือ 1. ให้คำแนะนำผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในการปฏิบัติตัว การดูแลตนเองและป้องกันการแพร่กระจายของโรคในขณะที่ยังไม่ได้รับการดูแลรักษาในโรงพยาบาล 2. ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อให้ได้รับการประสานส่งต่อเข้ารับการดูแลรักษาในโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด 3. ติดตามประเมินการเปลี่ยนแปลงของอาการเป็นระยะ เพื่อลดโอกาสเกิดความรุนแรงจากโรคในขณะที่ยังไม่ได้รับการดูแลรักษาในโรงพยาบาล             ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม โดยประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์ สามารถติดตามได้ที่ www.dms.go.th หรือโทร 02 5906000 การกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป             นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   _____________         

        เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2564 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมเป็นผู้บรรยายในการประชุมเชิงปฏิบัติการของธนาคารโลก เรื่อง Community  Innovation for COVID-19  Socio-Economic Recovery หัวข้อ Thailand's Strategy for Digital Development ผ่านระบบ Video Conference  ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยการประชุมดังกล่าว เป็นการเปิดตัวข้อเสนอโครงการCommunity  Innovation for COVID-19  Socio-Economic Recovery ตามที่ World Bank ได้มีการหารือกับกระทรวงดิจิทัลฯมาแล้วก่อนหน้านี้  ทั้งนี้วัตถุประสงค์การประชุมเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับท้องถิ่นโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน    _____________    

        “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส มอบหมายไปรษณีย์ไทยรุกช่วยเหลือสังคมฝ่าวิกฤติโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสนับสนุนกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ส่งมอบถุงยังชีพกว่า 3 พันชุด เยียวยากลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงทั่วกรุงเทพฯ            นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ได้มอบหมาย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เดินหน้าภารกิจช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องเพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤติโควิด-19 โดยล่าสุด ปณท นำศักยภาพด้านการขนส่งเข้าไปสนับสนุนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ในการส่งมอบถุงยังชีพ จำนวน 3,231 ชุด เพื่อเยียวยากลุ่มเปราะบาง และผู้ป่วยติดเตียงครอบคลุมสู่ทุกพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ            โดยเป็นการจัดส่งสิ่งของที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ และการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้แก่ ข้าวสาร 5 กิโลกรัม ปลากระป๋อง หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ แอลกอฮอล์เจล ฟ้าทะลายโจรชนิดแคปซูลหรือเม็ด ฯลฯ เพื่อใช้บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนสองกลุ่มเป้าหมายข้างต้น ที่ต้องเผชิญความยากลำบากในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งได้กำชับ บมจ. ไปรษณีย์ไทย ว่าจะต้องจัดส่งให้ถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็ว           “กระทรวงฯ ยังคงเดินหน้าภารกิจในการบรรเทาการระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเต็มศักยภาพ ด้วยการนำความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม กลุ่มสาธารณสุขและการแพทย์ รวมถึงภาคประชาชน ที่ผ่านมามีการดำเนินงานที่สำคัญ เช่น การติดตามการรักษาผู้ป่วยภายใต้ระบบ Home Isolation การพัฒนาบริการด้านการให้ข้อมูล การแจ้งเตือน และการติดตามผลโควิด-19 เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้ฟรี” นายชัยวุฒิกล่าว           นอกจากนี้ ยังได้เร่งให้หน่วยงานภายใต้สังกัดจัดทำแผนรองรับ หากเกิดภาวะวิกฤติกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้สามารถส่งต่อความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะกับบริษัท ไปรษณีย์ไทยฯ ที่ขณะนี้ได้เข้าไปทำงานร่วมกันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การช่วยเกษตรกร ผู้ประกอบการ บุคลากรทางการแพทย์ การอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวกับการขนส่งในทุกๆ ด้าน พร้อมทั้งทำความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนในการเป็นพันธมิตรเพื่อตอบโจทย์ภารกิจสำคัญของแต่ละองค์กร            ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ในยามที่ประเทศเกิดวิกฤต ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เลือกที่จะมอบหมายให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ส่งถุงยังชีพแสดงถึงความรักความห่วงใยไปสู่พี่น้องผู้ประสบภัย ต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีดีอีเอส บมจ.ไปรษณีย์ไทย และเจ้าหน้าที่ กว่า 20,000 ชีวิต ที่ได้ช่วยทำงานนี้ให้สำเร็จ           ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ตั้งแต่ประเทศไทยประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด -19 ไปรษณีย์ไทยมีความตั้งใจเดินหน้า นำศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านการขนส่งช่วยเหลือกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบในหลายภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ประกอบการ เกษตรกร เป็นต้น           สำหรับแจกจ่ายถุงยังชีพ 3,231 ชุดในครั้งนี้ ปณท ได้เตรียมความพร้อมในการรับถุงยังชีพจากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สิน ในการแก้ไขปัญหาของโรคโควิด -19 จากบัญชี “สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อรับบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)” เตรียมดำเนินการแจกจ่ายให้กับกลุ่มผู้เปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือกับครอบครัวผู้เปราะบาง และผู้ป่วยติดเตียงอย่างรวดเร็วที่สุด   ___________

        นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า  ตามที่มีการส่งต่อคำแนะนำว่า ลูกอมรสกระชายผสม ZINC สามารถต้านโควิด-19 ได้ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ             กรณีการให้คำแนะนำวิธีต้านเชื้อโควิด-19 โดยให้อมลูกอมรสกระชายผสม ZINC นั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เป็นคำแนะนำที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขออนุญาตเป็นอาหารประเภทหมากฝรั่งและลูกอม ซึ่งในการยื่นขออนุญาต ไม่มีการยื่นข้อมูลประสิทธิผลในการต้านเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ตามที่กล่าวอ้าง จึงไม่สามารถประเมินประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้             ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค จึงขอเตือนประชาชนอย่าเชื่อการโฆษณาของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว หากผู้บริโภคหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมารับประทาน เพื่อหวังผลในการต้านเชื้อ ไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ตามที่กล่าวอ้าง อาจเสียเงินเปล่าได้             ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม   โดยประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือโทรสายด่วน 1556  การกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป            นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ____________


        เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เป็นผู้แทน รมว.ดศ. ร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมระดับสูงไทย - ญี่ปุ่น (HLJC) ครั้งที่ 5 และพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือด้านกิจการไปรษณีย์ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารแห่งประเทศญี่ปุ่น ผ่านระบบการประชุมทางไกล ณ ห้องประชุม MDES 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ร่วมแสดงบันทึกความร่วมมือด้านกิจการไปรษณีย์ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารแห่งประเทศญี่ปุ่น และเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกความร่วมมือเรื่อง Lean IoT Plant Management and Execution (LIPE) ระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ 1) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม 2) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ดศ. และ 3) สำนักนโยบายการค้า กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการบันทึกความร่วมมือทั้งสองฉบับนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายจะมีการดำเนินการให้เป็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมต่อไป   _________________  

         นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารถึงประเด็นเรื่อง พบเด็กอาชีวะถูกยิงเสียชีวิต จากการร่วมชุมนุมม็อบ10 สิงหา ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ              จากกรณีการเผยแพร่ข่าวสารโดยระบุว่าเด็กอาชีวะช่างกลโดนยิงหัวเสียชีวิต หลังจากการเข้าร่วมชุมนุม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ซึ่งแท้จริงแล้วผู้เสียชีวิตในภาพประสบอุบัติเหตุรถชน ไม่ได้เป็นเหตุยิงกันเสียชีวิตแต่อย่างใด โดยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ21.00 น. สน.บุปผาราม ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ถนนประชาธิปก มุ่งหน้าสี่แยกบ้านแขก แขวงสมเด็จเจ้าพระยาเขตคลองสาน กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ออกไปตรวจที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ทะเบียน มฉก 479 กรุงเทพฯมีนายสมยศ สอนเสาร์ อายุ 29 ปี (ทราบชื่อภายหลัง) ได้นอนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นเนื่องมาจากขับรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถดูดฝุ่นกวาดขยะของ กทม. พนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ที่ออกตรวจที่เกิดเหตุจึงถ่ายภาพที่เกิดเหตุ ทำแผนประกอบคดี แจ้งแพทย์ศิริราชร่วมชันสูตรศพ เบื้องต้นส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลศิริราช ตามใบรายงานชันสูตรศพระบุว่าศีรษะได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากอุบัติเหตุจราจร             ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม โดยประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://www.royalthaipolice.go.th หรือโทร 1599             การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจัง           นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ______________

        รมว.ดีอีเอส เยี่ยมชมศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 ที่กรมอุตุนิยมวิทยา จับมือสำนักงานเขตบางนา ตั้งเป็นศูนย์ฯ จุดที่2 รองรับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว หนุนระบบการทำงานของสาธารณสุข ลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดปัญหาการติดเชื้อในครอบครัว และตัดวงจรการแพร่ระบาดในชุมชน            นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (13 ส.ค. 64) ได้นำคณะผู้บริหารเยี่ยมชมกรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ จุดที่ 2 เขตบางนา ซึ่งกรมอุตุฯ จับมือสำนักงานเขตบางนา สนับสนุนให้ใช้พื้นที่อาคารสโมสรกรมอุตุนิยมวิทยา จัดตั้งเป็นสถานที่พักคอยและรอส่งต่อผู้ป่วยโควิด-19 สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 120 เตียง          โดยศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ (Community Isolation) แห่งนี้เป็นจุดที่ 2 ในพื้นที่เขตบางนา รองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่มีอาการไม่รุนแรง ขณะรอเตียงก่อนนำส่งโรงพยาบาล ลดปัญหาการติดเชื้อของคนในครอบครัวเป็นการคัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน ช่วยตัดวงจรการแพร่ระบาดในชุมชน          ด้านความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างรอส่งต่อ ภายในศูนย์ฯ ได้ติดตั้งเตียงกระดาษพร้อมชุดเครื่องนอน มุ้งเป็นหลัง มีระบบเสียงตามสาย กล้องวงจรปิด รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลความปลอดภัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง          “ที่ผ่านมากระทรวงดิจิทัลฯ ได้ให้ความร่วมมือกับหลายภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในสถานการณ์โควิด-19 และผมได้มอบหมายนโยบายกับทุกหน่วยงานในสังกัดดีอีเอส ในการใช้ศักยภาพและทรัพยากรที่มีอยู่เข้าไปสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานรัฐ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยฝ่าวิกฤติโควิด” นายชัยวุฒิกล่าว          ด้านนายณัฐพล  ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยา มีความยินดีในการใช้พื้นที่ของกรมฯ  สนับสนุนภารกิจเป็นพื้นที่ศูนย์พักคอยฯ รองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19  กลุ่มสีเขียวที่มีอาการไม่รุนแรง ขณะรอเตียงก่อนนำส่งโรงพยาบาล  เป็นการลดปัญหาการติดเชื้อของคนในครอบครัว รวมถึงนำผู้ป่วยตกค้าง มายังศูนย์พักคอยฯ มีการคัดกรองเพื่อแยกส่งตัวรักษาตามอาการ เป็นการคัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน ถือเป็นการลดผลกระทบทางด้านสาธารณสุขจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ในครอบครัวและชุมชน   _______________

        “นพวรรณ” โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง สรุปสถานการณ์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์ ตัวเลขลดลงเล็กน้อย แต่เห็นสัญญาณเฟคนิวส์พุ่งเป้าโจมตีนโยบายรัฐ และกุข่าวหมวดสุขภาพหลอกลวงประชาชน ซ้ำเติมสถานการณ์โควิด-19            นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 6-13 ส.ค.64 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีข้อความที่เข้ามาทั้งสิ้น 13,240,026 ข้อความ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 230 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 135 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด94 เรื่อง            ทั้งนี้ จากการประสานงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข่าวที่ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว จำนวน 67 เรื่อง โดยตลอดสัปดาห์นี้ได้ทำการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไปแล้ว  39 เรื่อง            “ข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เรื่องสภากาชาดไทย นำเลือดที่ได้จากการบริจาคฟรี จำหน่ายให้กับโรงพยาบาล เรื่องตำรวจเอาประทัดยักษ์ยัดใส่มือม็อบ บังคับให้กำประทัดจนแตกใส่มือ และพบเด็กอาชีวะถูกยิงเสียชีวิตจากการร่วมชุมนุมม็อบ 10 สิงหา ตามลำดับ สอดคล้องกับสถานการณ์เบาะแสข่าวปลอม จากการมอนิเตอร์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตลอดสัปดาห์นี้ ที่พบว่าสัดส่วนข่าวปลอมในกลุ่มข่าวสุขภาพ และข่าวนโยบายรัฐ/ความสงบเรียบร้อยของสังคม มีจำนวนใกล้เคียงกัน” นางสาวนพวรรณกล่าว             ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือจากประชาชนในการแก้ปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand    เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER  และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วนGCC 1111 ต่อ 87 เพื่อหลีกเลี่ยงจากการเป็นเหยื่อข่าวปลอมหรือข่าวบิดเบือน   ________________

       เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ลงพื้นที่ดูแลการติดตั้งโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์พักคอยสถานีกลางบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เพื่อให้บริการแก่เจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงผู้ป่วยโควิด-19 ได้ใช้ในการปฏิบัติงานและรักษาตัวได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ซึ่งระบบทั้งหมดสามารถสนับสนุนภารกิจหลักของศูนย์ในการเป็นจุดรองรับผู้ป่วยติดเชื้อให้มาพักรักษาตัวแยกออกมาจากบ้าน ระหว่างรอส่งต่อรักษาในโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ           นอกจากนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ยังได้สนับสนุนระบบสื่อสาร ระบบอินเทอร์เน็ต ระบบกล้อง CCTV เครื่องบันทึกภาพกล้องCCTV พร้อมอุปกรณ์ Monitor และระบบอินเตอร์คอมให้แก่ศูนย์พักคอยในสังกัดกรุงเทพมหานครอีกจำนวน 10 แห่ง  ประกอบด้วย ศูนย์กีฬารามอินทรา เขตบางเขน ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ เขตจตุจักร ศูนย์สร้างสุขทุกวัย เขตจตุจักรศูนย์เยาวชน เขตดอนเมือง ศูนย์พักคอยวัดมัชฌินติการาม เขตบางซื่อ ศูนย์พักคอยส่งเสริมและสนับสนุน เขตลาดพร้าว 1 ศูนย์พักคอยวัดราษฎร์นิยมธรรม เขตสายไหม ศูนย์พักคอยส่งเสริมและสนับสนุน เขตลาดพร้าว 2 ศูนย์พักคอยอาคารคลังสินค้าบริษัท อาร์ บี เอส โลจิสติกส์ จำกัด และศูนย์พักคอยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เขตหลักสี่    ______________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.