Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

      นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ความเป็นไปได้ในการมีชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ว่า ก็ต้องพร้อมอยู่แล้ว เพราะรัฐมนตรีที่เข้ามาทำหน้าที่ก็ต้องอยู่รู้อยู่แล้วว่า มีอะไรที่เราทำไปมีอะไรที่เราจะชี้แจงประชาชนหรือชี้แจงต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ ซึ่งเท่าที่ดูตนคิดว่าตนไม่มีปัญหาอะไรคิดว่าชี้แจงได้ทุกเรื่องยังคิดว่าไม่น่ามีชื่อต้นมาได้อย่างไรไม่ทราบ          ส่วนประเด็นการ Call out ของดารา หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ที่อาจถูกพุ่งเป้าซักฟอกในครั้งนี้ นายชัยวุฒิ ย้อนถามว่าผิดกฏหมายตรงไหน ไม่ได้ทุจริตตรงไหนเลย ไม่เห็นมีอะไรตนได้แค่เตือนเขาว่า อย่า Call out และผิดกฎหมายส่วนจะมีการดำเนินคดีหรือไม่อย่างไรนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ต้องเข้าใจว่ารัฐมนตรีไม่ได้เป็นคนดำเนินคดีดาราตนแค่เตือนว่าอย่ามา Call out ผิดกฎหมาย อย่ามาสร้างเฟคนิวส์ ก่อนย้อนถามสื่อว่า เฟคนิวส์มีจริงหรือไม่ มีแล้วเป็นความผิดผมหรือไม่ ตนก็มีหน้าที่ปราบปรามป้องกัน            ส่วนคิดหวังไว้ลึกๆ ว่าจะไม่มีชื่อในศึกซักฟอกครั้งนี้ใช่หรือไม่นั้น นายชัยวุฒิระบุ ก็ไม่มีใครอยากให้มีชื่ออยู่แล้วแต่ว่าหากมีก็พร้อมทำหน้าที่ในการชี้แจงและเชื่อว่าประชาชนและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเข้าใจสิ่งที่เราได้ทำมา   _______________

        นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ร่วมกับสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและสส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สส.เขต 1 กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมตรวจเชิงรุกในพื้นที่ชุมชนวังแดงเพื่อเป็นต้นแบบในการจัดพัฒนาระบบตรวจเชิงรุกและคัดแยกผู้ป่วยออกจากชุมชน เพื่อช่วยสนับสนุนการแก้ปัญหาโควิดของประเทศ โดยจะเป็นการตรวจกระจายลงในชุมชนเพื่อค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยง ไม่สามารถเข้ารับการตรวจในจุดตรวจปกติได้           “วันนี้ได้มาร่วมงานกับทีมงานแพทย์จิตอาสา We Care ซึ่งเราได้ร่วมงานกันในการลงพื้นที่ มาตรวจโควิดเชิงรุกในชุมชนวังแดง เขตป้อมปราบ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากวันนี้รัฐบาลก็มีนโยบายที่จะซื้อชุดตรวจ ATK เพื่อในตรวจเชิงรุกให้พี่น้องประชาชน ผมก็จึงมาทดสอบการทำงาน เรามาจัดจุดตรวจให้ในชุมชนที่มีกลุ่มเสี่ยง มีผู้ติดเชื้อโควิดซึ่งพี่น้องประชาชนหลายคนเนี่ยก็มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโควิด เขาก็อยากตรวจเชื้อ ซึ่งวิธีหนึ่งที่สะดวกก็คือเรามาจัดจุดตรวจในชุมชน นัดชาวบ้านเข้ามา แต่จะทยอยเข้ามานะครับ จะมีการเรียกมาทีละบ้าน ทีละคน ไม่เรียกมาทั้งหมดพร้อม ๆ กัน เพื่อลดการแออัด” นายชัยวุฒิ กล่าว           ฉะนั้นส่วนสำคัญที่สุดก็คือการระบบของการจัดคิวแล้วมาตรวจ ตรวจเสร็จแล้ว มีการลงทะเบียน เพื่อเก็บข้ออมูลของผู้ที่ตรวจ ว่าผลเป็นอย่างไร มีการติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อ ก็จะบันทึกข้อมูลเข้าในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งการจัดคิวและการเก็บข้อมูล ได้หารือพูดคุยกับทีมแพทย์จิตอาสา และบริษัท NT คาดว่าจะมีการพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่นซอฟแวร์ขึ้นมา เพื่อบริหารจัดการการตรวจโควิด  ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด           พร้อมกันนี้ ทางทีมแพทย์จิตอาสาพร้อมจะออกไปช่วยตรวจในทุกจุดด้วย เพราะเกรงว่าหากให้ประชาชนตรวจกันเอง อาจจะมีความผิดพลาดได้ ซึ่งจุดตรวจหนึ่งแห่ง ก็จะมีทีมแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญอยู่ ณ จุดตรวจเพื่อทำการตรวจและให้คำแนะนำประชาชน            “ปัจจุบันในชุมชนนี้ก็มีหลายคนที่พบเชื้อแล้วเข้าไปสู่ Community Isolation อยู่แล้ว หรือเข้าโรงพยาบาลนะครับแต่บางส่วนเขาก็มีการกักตัวที่บ้างเป็น Home Isolation อยู่ ดังนั้นเมื่อเราตรวจพบเชื้อในเชิงรุก เราก็จะได้บริหารจัดการ คัดแยกผู้ป่วยออกมาจากชุมชนแล้วก็ดูแลรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยไม่ไปแพร่เชื้อระบาดต่อคนอื่น แล้วก็จะได้รักษาให้หายให้ไวที่สุดด้วย แล้วก็ลดความสูญเสียชีวิตของประชาชน วันนี้เป็นโมเดลต้นแบบที่ผมทำจากนี้ไปก็จะพยายามทำให้ได้ทุกชุมชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งคงต้องประสานงานกับทางกรุงเทพมหานคร ทางท่านผู้ว่า ท่านรองผู้ว่าและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย” รัฐมนตรี ดีอีเอส กล่าว   _________________  

       นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็น กรมบัญชีกลาง ให้ข้าราชการบำนาญลงทะเบียน eFiling เพื่อจ่ายบำนาญและยกเลิกเบิกจ่ายตรง โดยให้ใช้บัตรเครดิต ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ            จากที่มีการแชร์ข้อมูลว่ากรมบัญชีกลาง ให้ข้าราชการบำนาญลงทะเบียน eFiling เพื่อจ่ายบำนาญ และยกเลิกเบิกจ่ายตรง โดยให้ใช้บัตรเครดิต เวลาไปพบหมอให้ใช้บัตรนี้จ่ายแทนเงินสดแทนนั้น ทางกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า กรมบัญชีกลางยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว             ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม  ประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการคลัง ติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mof.go.th หรือโทร. 1689 ซึ่งการกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป            นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ____________



        โฆษกดีอีเอสเตือนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม ทหารได้ฉีดไฟเซอร์เข็มสอง ที่โรงพยาบาลอานันทมหิด แจงทหารตามที่ปรากฏเป็นข่าวยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์จากโรงพยาบาลอานันทมหิดลเพียงโดยเข้ามารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อไปทำภารกิจของหน่วยเท่านั้น          นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่ได้มีการแชร์รูป พร้อมข้อความในสื่อออนไลน์ ในประเด็นเรื่อง ทหารได้ฉีดไฟเซอร์เข็มสอง ที่โรงพยาบาลอานันทมหิดลทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ โรงพยาบาลอานันทมหิดล พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่เป็นทหารท่านหนึ่ง โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความว่า “เสี้ยน เข็ม 2/Pfizer” จนเกิดการนำไปแชร์ต่อในโลกออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ทหารที่โพสต์เฟซบุ๊กคนดังกล่าวได้รับวัคซีนยีห้อไฟเซอร์เป็นเข็มที่ 2 แล้วนั้น ทางโรงพยาบาลอานันทมหิดล ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่า ทหารรายดังกล่าว อยู่สังกัด กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ได้มาเข้ารับบริการที่คลินิกทางเดินหายใจ ที่โรงพยาบาลอานันทมหิดล โดยเข้ามารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) เพื่อไปทำภารกิจของหน่วย ตามที่หน่วยได้รับมอบหมายให้จัดกำลังพลไปปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยในพื้นที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ในระหว่างวันที่ 20 – 23 ส.ค. 64 ทั้งนี้การที่บุคคลดังกล่าวได้โพสต์ข้อความว่า “เสี้ยน เข็ม 2/Pizer” นั้น บุคคลดังกล่าวต้องการสื่อสารให้เข้าใจว่าอยากได้วัคซีน Pizer เท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริงบุคคลดังกล่าวยังไม่เคยได้รับวัคซีนเลย            ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม  ประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากโรงพยาบาลอานันทมหิดล สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.ananhosp.go.th หรือโทร. 036 785891-5 ซึ่งการกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป            นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ______________

      เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Virtual NCSA Grand Opening สร้างการรับรู้การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)” ในรูปแบบ Online Event  ซึ่งเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) หรือ National Cyber Security Agency : NCSA  เพื่อรับมือกับภัยคุกคามด้านไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคม และความมั่นคงของประเทศ โดยมี พลโท ดร. ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พร้อมด้วยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ สกมช. ยังเร่งดำเนินการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ด้านสถานการณ์เกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์เพื่อให้มีการดำเนินการเชิงปฏิบัติการที่มีลักษณะบูรณาการและทันต่อการเปลี่ยนแปลง           ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีดีอีเอส กล่าวย้ำว่า สกมช. จะเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ปฏิบัติการ ประสานงาน สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติตามนโยบายและแผนว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แผนปฏิบัติการเพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือตามคำสั่งของคณะกรรมการ เพื่อทำให้การป้องกันและการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน   ____________

      นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง สหรัฐยกเลิกการบริจาควัคซีนไฟเซอร์ ให้กับประเทศไทย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ          กรณีการเผยแพร่ข้อมูลว่าสหรัฐยกเลิกการบริจาควัคซีนไฟเซอร์ ให้กับประเทศไทย เพราะไม่มีความกระตือรือร้นนั้น ทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ขณะนี้ไม่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจากทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าเป็นข้อเท็จจริง โดยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าวเรื่อง ผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ยืนยันการบริจาควัคซีนจากสหรัฐฯ ดังรายละเอียดปรากฏตามข้อ 3 ของข่าวสารนิเทศ ในเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศhttps://bit.ly/3D1quc4          และเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยได้เผยแพร่ถ้อยแถลงจากการประชุมระหว่างเอกอัครราชทูตลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ กับรองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศกับเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทย บนเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตฯ ยืนยันการบริจาควัคซีนเพิ่มเติมให้ประเทศไทยดังรายละเอียดปรากฏในเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตฯ https://bit.ly/37V9xlp          ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม  ประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการต่างประเทศ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mfa.go.th หรือโทร 02 2035000 ซึ่งการกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป           นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   _____________

     “นางสาวอัจฉรินทร์” ปลัดดีอีเอส เผยศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐ (GCC 1111) รับมอบหมายภารกิจจาก ศบค. เพิ่มบทบาทให้บริการด้านข้อมูลและรับเรื่องร้องเรียน ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 พบหลังการระบาดรอบใหม่ในวงกว้าง ประชาชนสนใจสอบถามมากสุดเรื่อง การเดินทางข้ามจังหวัด มาตรการเยียวยา จองวัคซีนไทยร่วมใจ และผลวิจัยสมุนไพรรักษาโควิด         นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวระหว่างเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “สานสัมพันธ์เครือข่ายภาครัฐ GCC 1111 ประจำปี 2564” วันนี้ (19 ส.ค. 64) ว่า ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยเผชิญกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ช่วงเกือบ 2 ปีนี้ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ผ่านกระทรวงดิจิทัลฯ และสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลโควิด 19  เพื่อให้บริการด้านข้อมูลและรับเรื่องร้องเรียน ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ         โดยในส่วนของการให้บริการข้อมูลและรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับโควิด-19 ในปีงบประมาณ 2563 มีจำนวน519,666 เรื่อง โดยกว่า 90% เพื่อสอบถามข้อมูล และตามมาด้วย เพื่อเสนอข้อคิดเห็น ร้องเรียน/ร้องทุกข์ และแจ้งเหตุตามลำดับ คำถามที่เข้ามา 3 อันดับแรก ได้แก่ มาตรการในการช่วยเหลือด้านต่างๆ แนวทางและข้อปฏิบัติในการป้องกันการติดเชื้อ และประกาศและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโควิด         ขณะที่ ผลการดำเนินงานในภาพรวมทั้งปีงบประมาณ 2563 มีสายเรียกเข้ากว่า 3 ล้านเรื่อง มากกว่า 80% เป็นการสอบถามทั่วไป โดยประเภทคำถามที่ประชาชนสนใจมากที่สุดคือ มาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 คิดเป็นสัดส่วนราว 53%         สำหรับช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมาของปีงบประมาณ 2564 ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐฯ ได้รับสายเรียกเข้ากว่า 1.4 ล้านเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการสอบถามข้อมูลทั่วไป โดยเฉพาะหลังจากเดือนมีนาคม ที่เกิดการแพร่ระบาดโควิดในวงกว้างขึ้น ประเภทข้อมูลที่ประชาชนสนใจสอบถามหลักๆ ได้แก่ แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้มีประวัติเสี่ยงที่เดินทางข้ามจังหวัด สรุปมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การเปิดจองวัคซีนผ่านไทยร่วมใจ การวิจัยสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและกระชายรักษาโควิด-19 เป็นต้น         นางสาวอัจฉรินทร์ กล่าวว่า  เพื่อตอบรับแนวโน้มการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของประชาชนปัจจุบัน ที่นิยมใช้ช่องทาง Chat เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมา จึงได้มีการพัฒนาบริการของ GCC 1111 ยกระดับเป็น GCC 1111 อัจฉริยะ นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มที่ให้บริการอยู่เดิม เพื่อเข้ามาช่วยบริหารจัดการตอบคำถามประชาชนในรูปแบบบริการ BOT Intelligent โดยให้บริการระบบ Voicebot ผ่านคอลล์เซ็นเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง และให้บริการระบบ Chatbot บนหน้าเว็บไซต์ www.gcc.go.th สำหรับประชาชนสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลหน่วยงานรัฐได้รวดเร็วยิ่งขึ้น        โดยพบว่า ในส่วนของการสอบถามข้อมูลผ่านระบบ Voicebot คำถามยอดนิยมของประชาชน ได้แก่ เรื่องภาษีเงินได้ และคำถามเกี่ยวกับการขอคืนเงินภาษี และการทำบัตรประจำตัวประชาชน ขณะที่ การสอบถามผ่านระบบ Chatbot บนหน้าเว็บไซต์ของศูนย์ฯ พบว่า เรื่องภาษีเงินได้ ก็ยังติดกลุ่มที่ประชาชนสอบถามเข้ามาจำนวนมาก นอกจากนี้ ก็เป็นคำถามเกี่ยวกับเอกสารทางราชการ โครงการเงินอุดหนุน/เงินสวัสดิการจากภาครัฐ เป็นต้น        อีกทั้ง ยังได้มีการพัฒนาทักษะพนักงานรับสาย GCC 1111  ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ให้มีประสิทธิภาพความพร้อมสูงขึ้น รวมทั้งจัดทำข้อมูลที่จำเป็นเพิ่มอีก 2 ภาษาดังกล่าว เพื่อรองรับการใช้บริการของชาวต่างชาติ ครอบคลุมตั้งแต่นักลงทุน จนถึงผู้ที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ให้ได้รับความสะดวกในการรับบริการข้อมูลทั่วไป และเสนอข้อคิดเห็น ข้อร้องเรียนได้อย่างเท่าเทียมเช่นเดียวกับคนไทย        “ดิฉันเชื่อมั่นว่าความสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายภาครัฐนั้น จะเป็นปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญยิ่งในการดำเนินงาน เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพบริการเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้ใช้บริการได้สูงสุดต่อไป” นางสาวอัจฉรินทร์   ____________ 


      เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์ ภายใต้คณะกรรมการบริหารสำนักงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ณห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณากลั่นกรอง แผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้งานเงินงบประมาณ 2564 และ 2565 ของ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) โดยล่าสุด สกมช.เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามด้านไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ  พร้อมกันนี้ สกมช. จะเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ปฏิบัติการ ประสานงาน สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติตามนโยบายและแผนว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แผนปฏิบัติการเพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือตามคำสั่งของคณะกรรมการเพื่อทำให้การป้องกันและการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน   ______________

        “นพวรรณ” โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง เปิดข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบจำนวนข้อความที่ต้องคัดกรองลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง แต่เฟคนิวส์โควิดยังครองสูงเฉียด 80%             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 13-19 ส.ค.64 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีจำนวนข้อความที่เข้ามา 11,561,183 ข้อความ แนวโน้มลดลงสองสัปดาห์ติดต่อกัน  หลังจากคัดกรองพบข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 202 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 112 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด83 เรื่อง อีกทั้งพบว่าข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือนในรอบสัปดาห์นี้ สัดส่วนหลักๆ อยู่ในหมวดหมู่ข่าวนโยบายรัฐ              ขณะที่ จากการจัดอันดับข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจ 3 อันดับแรกในรอบสัปดาห์นี้  ได้แก่  เรื่องคลื่นความหนาวปกคลุมประเทศไทยทุกภาค ตั้งแต่ 24.00 น. คืนนี้เป็นต้นไป เรื่อง ธ.กรุงไทยเตรียมมอบเงินให้ประชาชน นำบัตรปชช.ยืนยันตัวตนที่ตู้ ATM อายุ 18-59 ได้ 25,000/เดือน อายุ 60 ขึ้น 15,000/เดือน เริ่ม 24 ส.ค. 64 และเรื่องข้าราชการบำนาญอายุ 60-65 ปี สามารถสมัครมาตรา 40 เพื่อขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ก่อนวันที่ 24 ส.ค. 64 ตามลำดับ              สำหรับความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อมูลข่าวปลอม จากการประสานงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข่าวที่ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว จำนวน 49 เรื่อง โดยตลอดสัปดาห์นี้ได้ทำการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไปแล้ว 32 เรื่อง               นางสาวนพวรรณ กล่าวว่า ขอย้ำเรื่องการขอความร่วมมือจากประชาชนในการแก้ปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87    _____________  




icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.