Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


      นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่ได้มีการแชร์ข่าวสารในประเด็นเรื่อง เว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน ระบบตรวจสอบการฉีดวัคซีนของหมอพร้อม กรอกข้อมูลเช็คแล้วจะหายหมดทุกบัญชี ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ          จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความว่าเว็บไซต์ตรวจสอบการฉีดวัคซีนเป็นของปลอมอย่ากดเข้าไปตรวจสอบเรื่องวัคซีนเด็ดขาดเป็นกลลวงมิจฉาชีพ ปกติทางการจะไม่ขอเบอร์เลขหลังบัตร มิจฉาชีพจะเอาไปใช้หลอกลวง ทางกรมการปกครอง ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วชี้แจงว่า คำเตือนดังกล่าวไม่เป็นความจริง เว็บไซต์เพื่อการตรวจสอบวัคซีนดังกล่าวนั้น กระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพิ่มช่องทางตรวจสอบข้อมูลของผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโดยเว็บไซต์ https://webapp.bora.dopa.go.th/mophapp/ เป็นของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองของจริงซึ่งมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. สำหรับเจ้าหน้าที่ใช้ในการปฏิบัติงานตรวจสอบผู้เข้าพื้นที่ ที่จังหวัดกำหนดว่าต้องได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้ว (กรณีนี้ประชาชนต้องยื่นบัตรประจำตัวประชาชน ให้เจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบในระบบ) 2. ประชาชนผู้ที่ไม่ได้ลง Application หรือมี Line หมอพร้อม สามารถมีระบบตรวจสอบข้อมูลการฉีดวัคซีนด้วยตนเองเพื่อเป็นการยืนยันว่าได้รับการฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว            อีกทั้งมีความปลอดภัยของผู้ใช้งาน 1. เลข Laser ด้านหลังบัตรเป็นเลขกำกับจำนวนของบัตร (Running Number) 2. เลข Laser ด้านหลังบัตรเป็นการบอกสถานะของบัตรที่ใช้งานในปัจุจบัน 3. เว็บไซต์นี้ใช้เฉพาะผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้น ไม่ได้เชื่อมโยงกับข้อมูลอื่น ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน จะไม่แสดงข้อมูล  ตามลิ้งและรูปภาพที่แนบhttps://www.facebook.com/146978675375950/posts/5674299475977148/            ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม  ประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจาก กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://www.dopa.go.th/ หรือ โทร 1548            ซึ่งการกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป            นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   _______________

          เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์พักคอยวัดหงส์รัตนาราม พร้อมกับกราบนมัสการ พระธรรมวชิรเมธี ศรีปริยัตยาคม เจ้าคณะภาค1 เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร ในการนี้รัฐมนตรีดีอีเอสมอบกล่องเครื่องอุปโภคของใช้ส่วนตัว จำนวน 150 ชุด ในกล่องประกอบด้วยหน้ากากอนามัย เจลเเอลกฮอล์ กระดาษชำระ เเบบเปียก แบบเเห้ง สบู่เหลว ยาสีฟัน เเปรงสีฟัน เเป้ง ยาสระผม เป็นต้น ให้กับ ทางศูนย์ฯ เพื่อนำไปให้ผู้ป่วยโควิดในช่วงรักษาตัว สำหรับศูนย์ผู้ป่วยโควิด วัดหงส์รัตนาราม เป็นศูนย์ผู้ป่วยสีเขียว เพื่อผู้ป่วยโควิด จำนวน 150 เตียง เเบ่งเป็นพระสงฆ์ สามเณร จำนวน 100 เตียง เเละฆราวาส (ประชาชน) จำนวน 50 เตียง   ******************  






     ดีอีเอส แจงประกาศฯ “หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. 2564” ปรับปรุงเพื่อให้กฎหมายทันสมัย สอดคล้องแนวปฏิบัติสากล มุ่งปกป้องคุ้มครองประชาชนจากอาชญากรรมและภัยโซเชียลรูปแบบใหม่ๆ         นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 64 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.การกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์พ.ศ.2550 และปี 2560 แต่ประกาศฉบับนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 2550 จึงต้องปรับปรุงให้มีความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจสังคม และเทคโนโลยีในปัจจุบัน        ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และบริบททางสังคมที่อินเทอร์เน็ต เข้ามามีบทบาทในแทบทุกกิจกรรมของชีวิตประจำวัน เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมายต่างๆ ได้ง่าย ทำให้จำเป็นต้องมีกฎหมายที่ก้าวทันการกระทำผิดกฎหมายในรูปแบบใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต เช่น สื่อโซเชียล บริการออนไลน์ หรือการให้บริการผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ จำเป็นที่ประเทศไทย ต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์ตามประกาศฉบับเดิมซึ่งใช้มานานถึง 14 ปีแล้ว เพื่อให้ทันสมัย สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่เป็นสากล และสามารถพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองประชาชน ป้องกันความเสียหายต่อประชาชน เศรษฐกิจ สังคม และความสงบเรียบร้อยของประเทศ        สำหรับหลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. 2564 ได้มีการกำหนดประเภทของ “ผู้ให้บริการ” ที่มีหน้าที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้ให้บริการแก่บุคคลทั่วไปในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น ครอบคลุมผู้ให้บริการใน 6 ประเภทกิจการ  ประกอบด้วย โทรคมนาคมและการกระจายภาพและเสียง  ผู้ให้บริการเข้าถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ผู้ให้บริการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ หรือบริการโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ  ผู้ให้บริการร้านอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ แอพพลิเคชันที่ทำให้บุคคลติดต่อสื่อสารข้อมูลระหว่างกันได้ และผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงผู้ให้บริการในฐานะสื่อกลางในการรับส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะมีระบบสมาชิกหรือไม่ก็ตาม        และกลุ่มที่ 2 ผู้ให้บริการในการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น  ได้แก่ ผู้ให้บริการข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ  ผู้ให้บริการเก็บหรือพักข้อมูลทั้งในรูปแบบชั่วคราวหรือถาวร โดยมีระบบที่บริหารจัดการข้อมูลด้วยอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการคลาวด์ และผู้ให้บริการดิจิทัลประเภทต่างๆ         โดยกำหนดหน้าที่ของผู้ให้บริการในการเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ต้องจัดให้มีระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลสำหรับผู้ใช้บริการทุกคน จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลในระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน รวมทั้งกำหนดวิธีการที่มั่นคงปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลจราจร และแม้จะมีการจ้างบุคคลภายนอกเก็บข้อมูลแทนก็ยังต้องรับผิดชอบตามประกาศนี้ และส่งมอบให้พนักงานทันทีเมื่อมีการร้องขอ         ด้านนายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวเสริมว่า สำหรับผู้ให้บริการที่เป็นร้านอาหารหรือธุรกิจจำหน่ายสินค้าหรือบริการใดๆ ที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อบริการเสริมการขาย หรือการให้บริการ ให้ดำเนินการตามข้อกำหนดภายใน 1 ปี และผู้ให้บริการดิจิทัล (digital service) ตามประกาศ ให้ดำเนินการภายใน 180 วัน       “หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่าการจัดเก็บล็อกไฟล์ (log files) ฉบับใหม่นี้กำหนดว่าในการเก็บข้อมูลจราจรนั้น ต้องสามารถระบุรายละเอียดผู้ใช้บริการเป็นรายบุคคลได้ ต้องสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้บริการเป็นรายบุคคลได้จริง โดยการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ครอบคลุมถึงกระบวนการพิสูจน์และยืนยันความถูกต้องของตัวบุคคล เพื่อให้บังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ" รองปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าว        ด้านนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าที่ผ่านได้ทำงานร่วมกับกระทรวงดีอีเอสมาอย่างต่อเนื่อง และรู้สึกยินดีที่มีประกาศฉบับนี้ขึ้นมา เนื่องจากจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองประชาชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   _____________

     นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า  ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง เว็บไซต์ลงทะเบียนขอรับวัคซีนโควิด-19 ยี่ห้อไฟเซอร์ สำหรับคนไทย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขพบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ         กรณีที่มีการส่งลิงก์ให้ประชาชน ระบุว่าเป็นการลงทะเบียนจองวัคซีนยี่ห้องไฟเซอร์ จากอเมริกา สำหรับคนไทยโดยให้กรอกข้อมูลส่วนตัว และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายด้วยนั้น ทางสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่า เป็นการแอบอ้าง หลอกลวงของมิจฉาชีพ เรื่องการจองวัคซีนไฟเซอร์และเรียกเก็บเงิน โดยทางโฆษกกระทรวงสาธารณสุขขอยืนยันว่าวัคซีนไฟเซอร์ทั้งหมด เป็นการฉีดฟรี ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด           ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม  ประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ที่เว็บไซต์ https://www.moph.go.th หรือสอบถาม โทร 02 5901000  ซึ่งการกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป         นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   __________




      เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้การตอนรับ นายซกกรัดทะยา ซก (Dr.Sokrethya Sok) หรือ ดร.แซม ที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จอัครมาหเสนาบดีเดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาและคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ณ ห้องประชุม Think Big ชั้น 20 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์           ในโอกาสนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ และ H.E. Dr. Sok Sokrethya ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การท่องเที่ยว ความมั่นคง การศึกษา และภาคธุรกิจของทั้งสองฝ่ายในฐานะมิตรประเทศ พร้อมได้หารือแนวทางสร้างความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในด้านดิจิทัล อาทิ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง ปณท. กับ Cambodia Post เพื่อขายสินค้าท้องถิ่น การส่งเสริมการต่อต้านข่าวปลอม และการปราบการการกระทำความผิดทางออนไลน์         นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันทั้งในระดับรัฐกับรัฐ และประชาชนกับประชาชน รวมถึงความสัมพันธ์ในกรอบทวิภาคีและในกรอบอาเซียน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อสถานการณ์โควิด - 19 คลี่คลายแล้วทั้งสองฝ่ายจะสามารถส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันได้มากยิ่งขึ้น    _____________

         นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า  ตามที่มีข้อความแนะนำปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง หน้ากากอนามัยที่ไม่ระบุ VFE จะไม่สามารถป้องกันไวรัสได้ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ             จากที่มีการแชร์ข้อมูลว่า หากสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ไม่ระบุ VFE เท่ากับป้องกันไวรัสไม่ได้นั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า คำว่า VFE ที่พบบนบรรจุภัณฑ์ของหน้ากาก หมายถึง ค่าประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัส (Viral Filtration Efficiency) ของหน้ากาก ซึ่งหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ อย. อนุญาตจะมีคุณสมบัติในการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสที่มาพร้อมละอองฝอยของน้ำลายได้ แม้ว่าจะไม่ได้ระบุข้อมูลประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัสในรูปแบบ VFE ดังนั้น ประชาชนสามารถสังเกตข้างกล่องจะระบุข้อความ Medical mask, Surgical mask หรือหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ และสามารถตรวจสอบรายชื่อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาตจาก อย.ทางเว็บไซต์www.fda.moph.go.th อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้วเชื้อไวรัสจะมาพร้อมกับละอองฝอยของน้ำลาย หน้ากากอนามัยที่ระบุวัตถุประสงค์อื่น เช่น ป้องกันฝุ่นละออง ป้องกันกลิ่น แม้ว่า อย. จะไม่ได้กำกับดูแลแต่ก็มีประสิทธิภาพในการป้องกันการทะลุผ่านของละอองฝอย และเชื้อไวรัสที่ปนมากับละอองฝอยได้เช่นเดียวกัน              ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม  ประชาชนสามารถรับข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือโทรสายด่วน อย. 1556              นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์@antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ____________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.