Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


         เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดีของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออนไลน์ ผ่านระบบ Cisco Webex Meetings ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้แก่ข้าราชการบรรจุใหม่ ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมอุตุนิยมวิทยาสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อให้รับทราบถึงแนวทางที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด ถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับข้าราชการบรรจุใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในพื้นฐานของระบบราชการอย่างถูกต้อง เชื่อว่าการฝึกอบรมในครั้งนี้ จะทำให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เข้าใจถึงกฎระเบียบในการปฏิบัติงาน สามารถทำงานได้อย่างมีเป้าหมาย เข้าใจในบริบทของภารกิจหน้าที่ของการเป็นข้าราชการที่ดี   ________________




        อย่าแชร์ข่าวปลอมพนักงานไปรษณีย์ จัดส่งพัสดุที่ไม่ระบุชื่อผู้ส่งผู้รับ พร้อมทั้งบังคับรับพัสดุ ขอเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ส่งพัสดุและสังเกตจ่าหน้าผู้รับ ผู้ส่ง รวมถึงหากไม่ได้สั่งสินค้า ห้ามเซ็นรับพัสดุอย่างเด็ดขาด        นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่มีการแชร์ข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง พนักงานไปรษณีย์ จัดส่งพัสดุที่ไม่ระบุชื่อผู้ส่งผู้รับ พร้อมทั้งบังคับรับพัสดุ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ  ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่าไปรษณีย์ไทย ไม่มีนโยบายจัดส่งพัสดุที่ไม่ระบุชื่อผู้ส่งผู้รับแต่อย่างใด              โดยขอแจ้งเตือนผู้ใช้บริการให้ระวังมิจฉาชีพ ที่ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ส่งพัสดุหลอกให้เซ็นรับพัสดุที่ไม่มีจ่าหน้าชื่อผู้ส่ง ซึ่งอาจเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย ทั้งนี้หากผู้ใช้บริการไม่ได้สั่งสินค้า ไม่ควรรับทั้งสิ้น แม้จะมีการอ้างว่าสามารถนำส่งคืนได้ในภายหลังหรือเหตุผลอื่นๆ พร้อมจัดฉากเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมเข้าขอตรวจสอบสิ่งของภายหลังจากผู้ใช้บริการหลงเชื่อเซ็นรับพัสดุ               จึงขอให้ผู้ใช้บริการสังเกตความผิดปกติของพัสดุ โดยตรวจสอบว่าเป็นสิ่งของที่ได้สั่งซื้อหรือไม่ และสังเกตจ่าหน้าผู้รับ ผู้ส่ง ว่าถูกต้องหรือไม่ทุกครั้งก่อนตัดสินใจเซ็นรับพัสดุ หากพบว่าไม่ได้สั่งสินค้า หรือพัสดุที่มาส่งมีการจ่าหน้าไม่ครบถ้วน หรือต้องสงสัย อย่าหลงเชื่อเซ็นรับพัสดุอย่างเด็ดขาด              สำหรับผู้ใช้บริการที่พบการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยในกรณีข้างต้น หรือกรณีอื่นๆ เช่น เรียกเก็บค่าดำเนินการส่งพัสดุเพิ่มจากค่าสินค้าที่ต้องชำระ หรือแอบอ้างให้โหลดแอปพลิเคชัน และโอนเงินเพื่อซื้อสินค้าอิเล็คทรอนิคส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น โดยผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบกรณีหลอกลวงได้ที่เว็บไซต์www.thailandpost.co.th เฟซบุ๊ก บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ทวิตเตอร์ @Thailand_Postหรือ THP Contact Center 1545 นอกจากนี้ ในการติดต่อกับผู้ใช้บริการไปรษณีย์ไทยจะใช้อีเมล postalcare@thailandpost.co.th ในการสื่อสารเท่านั้น             ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมพนักงานไปรษณีย์ จัดส่งพัสดุที่ไม่ระบุชื่อผู้ส่งผู้รับ พร้อมทั้งบังคับรับพัสดุ  และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ นอกจากนี้สามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   _______________



             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่มีการส่งต่อข้อความในสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ส่วนผสมในวัคซีนโควิด-19 อันตราย และไม่ปลอดภัย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ                 กรณีการส่งข้อความเกี่ยวกับส่วนผสมในวัคซีน 14 ชนิด ได้แก่ Formaldehyde, Betapropiolactone, Hexadecyltrimethylammonium bromide, อลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ อลูมิเนียมฟอสเฟต และเกลืออลูมิเนียม, ไทเมอร์โรซอล, polysorbate 80, กลูตาราลดีไฮด์, Fetal Bovine Serum, Human Diploid Fibroblast Cells  , African Green Monkey Kidney Cells, อะซิโตน, E. Coli และ DNA จากหมู Circovirus type-1 ว่าไม่มีความปลอดภัย และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ                โดยทางสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนดังนี้ การผลิตวัคซีนโดยปกตินั้นมีกระบวนการศึกษา คัดเลือก และตรวจสอบความปลอดภัยของสารตั้งต้น ตัวเชื้อ และสารองค์ประกอบต่างๆ ที่นำมาใช้ในวัคซีนอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว ทั้งในหลอดทดลอง สัตว์ทดลอง และในมนุษย์เป็นลำดับขั้นตอน และก่อนจำหน่ายต้องผ่านการรับรองโดยหน่วยควบคุมกำกับในประเทศผู้ผลิต ผู้นำเข้า และในกรณีของวัคซีนโควิด-19 ยังผ่านการตรวจสอบรับรองโดยองค์การอนามัยโลกประกาศให้ใช้ในสถานการณ์การระบาด                ปัจจุบันที่ประกาศแล้ว ได้แก่ วัคซีนของบริษัทโมเดิริ์นนา ไฟเซอร์ ที่เป็นวัคซีนชนิดสารเอ็มอาร์เอ็นเอ, วัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซเนกา บริษัท serum institute of India และจอนห์นสันแอนด์จอนห์สัน ซึ่งวัคซีนเป็นชนิดไวรัสเวคเตอร์, วัคซีนของบริษัทซิโนแวค และซิโนฟาร์ม เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ซึ่งทั้งหมดได้ผ่านการจดขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้ว และที่มีการนำเข้ามาใช้ในประเทศอยู่ในขณะนี้ประกอบด้วยวัคซีนของแอสตร้าเซเนกา ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม และไฟเซอร์ ซึ่งสารต่างๆ ที่มีการกล่าวอ้างถึงในข้อความเกี่ยวกับปลอดภัยนั้น เป็นสารที่มีประวัติการใช้ในการ                ผลิตวัคซีนสำหรับมนุษย์มาอย่างยาวนาน ไม่ใช่สารใหม่ จึงผ่านการตรวจพิสูจน์ในความปลอดภัยทั้งในห้องทดลองและในสถานะการณ์ใช้จริงเป็นที่ยอมรับทั่วกันให้ใช้ได้โดยมีมาตรฐานกำกับ ซึ่งถ้าเป็นสารใหม่ที่ไม่เคยมีการใช้มาก่อนจะต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดก่อนอนุญาตให้ใช้ จึงให้ความมั่นใจได้ว่าสารต่างๆที่เป็นองค์ประกอบในวัคซีนที่ผ่านการขึ้นทะเบียนแล้วนั้นมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับการฉีดเข้ามนุษย์               สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อนเชื้อจุลชีพต่างๆ เช่น E.coli ที่อาจเกิดขึ้นได้นั้น ในกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐาน มีการตรวจสอบการปนเปื้อนเชื้อในหลายขั้นตอน ตั้งแต่วัตถุดิบ สารตั้งต้นจนถึงผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย เพื่อให้มั่นใจว่าปราศจากการปนเปื้อนเชื้อจุลชีพ รา แบคทีเรีย ไวรัส ต่างๆ ในวัคซีน อีกทั้งเรื่องDNA จากหมู ในกระบวนการผลิต trypsin ปัจจุบันที่พัฒนาขึ้นจะมีการตรวจสอบว่าไม่มีการปนเปื้อนไวรัสดังกล่าว ซึ่งผู้ผลิตจะต้องควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ดังนั้นโอกาสที่จะปนเปื้อนจึงมีได้น้อยมาก และอาจใช้ trypsin ชนิดสังเคราะห์แทนได้                ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอมส่วนผสมในวัคซีนโควิด-19 อันตราย ไม่ปลอดภัย และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ นอกจากนี้สามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   **********************







icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.