Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

       เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครบรอบ 5 ปี โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และร่วมถวายจตุปัจจัยเครื่องไทยธรรมและถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 5 รูป ณ บริเวณโถงชั้น 9 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญภารกิจ และอำนาจหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   _____________

       เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2563 โดยมีนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วม  ณห้องประชุม 803 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ และส่งเสริมข้าราชการที่มีผลงานโดดเด่น มีคุณธรรม จริยธรรมและประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดี   ______________  

        เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564  นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้รับมอบหมายจากการปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการด้านสารัตถะ เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 3 / 2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โปรแกรม Cisco Webex ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (นายดอน ปรมัตถ์วินัย) เป็นประธานการประชุมฯ  โดยในการประชุมดังกล่าว มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงฯ คือ โครงการกิจกรรมเสวนา ICT Roundtable for TEL64 “Towards the NEXT Normal: the Future of Digital Manpower” ซึ่งเป็นข้อริเริ่ม/โครงการ ของไทยในการเป็นเจ้าภาพเอเปคปี 2565 ภายใต้ประเด็นสำคัญ (Priorities) ด้านการอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีหารือร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนของเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูล ข้อคิดเห็นแนวปฏิบัติที่ดี และทิศทางการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล ภายหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 และในการประชุมดังกล่าวจะมีการพิจารณาประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) การรับทราบผลการประชุมคณะกรรมการระดับชาติฯ ครั้งที่2 / 2564 และ (2) รับทราบและพิจารณาผลการประชุม นลักษณะ Ad - Hoc Group เพื่อพัฒนา Key Deliverables ในแต่ละ Priorities ทั้ง 3 ด้าน   ______________  

               เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ฯ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุม MDES2 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เป็นไปตามที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 28 หน่วยงาน จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายที่มุ่งเน้นการทำงานแบบมีส่วนร่วมและบูรณาการ รวมทั้งขยายการดำเนินงานด้านความรุนแรงให้ครอบคลุมการช่วยเหลือ และคุ้มครองสิทธิไปยังกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ให้มากยิ่งขึ้น   *********************

             เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้แทนปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เข้าร่วมการประชุมหารือกับคณะผู้แทน National Center for APEC (NCAPEC) ผ่านระบบการประชุมทางไกล ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยนางสาว Monica Hardy Whaley ประธาน NCAPEC ทำหน้าที่เป็นผู้นำคณะผู้แทน NCAPEC ร่วมด้วยผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกา                  การประชุมดังกล่าวได้มีการหารือในเรื่องพัฒนาการด้านดิจิทัลและโครงการสำคัญของไทย การพัฒนานโยบายและกฎหมาย โดยเฉพาะด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การพัฒนา Digital ID และการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล รวมถึงการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย ในปี 2565                  การประชุมหารือครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับบทบาทของไทยในเอเปค การเตรียมการสำหรับการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย ในปี 2565 ตลอดจนการรับฟังข้อเสนอของภาคธุรกิจของสหรัฐอเมริกา   *********************

            ดีอีเอส พบสัญญาณบวกผลงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ในการสร้างการรับรู้และรู้เท่าทันข่าวปลอม แนวโน้มการแจ้งจากเบาะแสข้อความเฟคนิวส์ เทียบปีงบ 63 และ 64 เพิ่มแบบก้าวกระโดด แต่หลังคัดกรองพบยอดที่เข้าเกณฑ์ตรวจสอบ และสัดส่วนข่าวปลอมในภาพรวมลดลง ด้านการทำงานร่วมกับตำรวจลงดาบมือโพสต์/แชร์ ดำเนินคดีไปแล้ว 59 รายในปี 63 และปีนี้อีก 57 ราย               นางสาวอัจฉรินทร์  พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กล่าวระหว่างการเปิดงาน “การจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 3” ณ จ.ภูเก็ต  ว่า ภาพรวมการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปีงบ 63 และปีงบ 64 ที่จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย. นี้ พบว่า มีจำนวนเบาะแสข้อความที่ต้องคัดกรองเพิ่มมากขึ้น แต่หลังการคัดกรองพบจำนวนข่าวที่เข้าเกณฑ์ตรวจสอบลดลง ขณะที่ เริ่มเห็นแนวโน้มข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนลดสัดส่วนลง โดยสัดส่วนข่าวจริงสูงขึ้น               โดยในส่วนของข้อความข่าวที่คัดกรอง เมื่อปี  63 มีข้อความข่าวที่คัดกรองเฉลี่ยต่อเดือน 1.6 ล้านข้อความ และปี 64 มีจำนวนเฉลี่ยต่อเดือน 22 ล้านข้อความ ขณะที่ ข้อความข่าวที่เข้าเกณฑ์นำมาตรวจสอบปีล่าสุดนี้ลดลง 8.65% จากปี 63               ทั้งนี้ หลังจากประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้ว พบว่าสัดส่วนข่าวปลอมในปี 64 ลดลง 26.43% ข่าวจริงเพิ่มขึ้น 28.66% และข่าวบิดเบือนลดลง 6.69%               ขณะเดียวกัน กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมาย ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และความมั่นคง (ANSCOP) (ศตปค.ตร.)  กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิด โดยปี 63 มีจำนวนคดีที่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย 158 ราย ดำเนินคดีแล้ว 59 ราย และปีล่าสุดนี้จำนวน 135 ราย ดำเนินคดีแล้ว 57 ราย               นางสาวอัจฉรินทร์ กล่าวว่า ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ระลอกแรกถึงปัจจุบัน ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการจัดการข่าวปลอม เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน ตลอดจนสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง และสร้างความรู้เท่าทันข่าวปลอมให้กับประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ               โดยในช่วงเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 กระทรวงฯ ระหว่างวันที่ 25 ม.ค.63 - 31 ส.ค. 64 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีจำนวนข้อความที่ถูกคัดกรองกว่า 104 ล้านข้อความ พบเข้าหลักเกณฑ์และนำส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ 10,283 ข้อความ และได้รับการประสานยืนยันจากหน่วยงานต่างๆ รวมเป็นข่าวจำนวน 5,348 เรื่อง สัดส่วนมากสุดอยู่ในหมวดสุขภาพ 55.60% ตามมาด้วยหมวดนโยบายรัฐ 41.20% และหมวดเศรษฐกิจ 3.20%  และไม่พบหมวดภัยพิบัติที่เข้าข่ายเกี่ยวกับโควิด                ทางด้านสถานการณ์ข่าวปลอมใน จ.ภูเก็ต พบสถิติข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือนที่มีการแชร์สูงสุด 10 ลำดับแรกในรอบปี 64 ดังนี้  1. พบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังระบาดในไทย ข่าวปลอม สร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชน 2. กรมควบคุมโรค หยุดใช้เครื่องตรวจวัดฯ ไวรัสโคโรน่า หลังทางการ ‘ อู่ฮั่น ‘ สั่งปิดเมือง ข่าวปลอมสร้างความปั่นป่วน 3. ชาวอู่ฮั่น 5 ล้านคนเดินทางมาไทย ก่อนปิดเมือง 4. ด่านท่าฉัตรไชย สะพานสารสิน พบแรงงานแห่กลับบ้านจำนวนมาก 5. อาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาต ให้ผ่านด่านระหว่างตำบล-อำเภอ 6. 6 จังหวัดภาคใต้ประกาศปิดเมือง 7. รายชื่อ 10 จังหวัด ล็อกดาวน์ ห้ามเดินทางเข้า-ออก 7.ศบค. ประกาศเคอร์ฟิว เวลา 23.00 – 04.00 น. พื้นที่สีแดง 18 จังหวัด 8. พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา เสียชีวิตที่ จ.ภูเก็ต เพิ่มอีก 1 ราย 9.ยืนยันสนามบินภูเก็ต ไร้จุดคัดกรอง “ไวรัสโคโรนา” และ 10.คลิปเสียง อ้างรพ.แห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา                “เราต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันจากการหลงเชื่อข่าวปลอมข่าวลวง และส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ภารกิจกระทรวงฯ ที่สำคัญอีกทางคือการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีที่ปลอดภัยแก่ประชาชนและสังคม ประชาชนได้รู้จักวิธีตอบโต้ข่าวปลอม เน้นความรับผิดชอบต่อสังคมในการเผยแพร่และการแชร์ส่งต่อหรือแบ่งปันข้อมูล ตลอดจนจะผลักดันให้เกิดการบรรจุเป็นหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อในโรงเรียนในการรู้เท่าทันในข่าวปลอม อย่างมีวิจารณญาณไตร่ตรองก่อนการแชร์ต่อ” นางสาวอัจฉรินทร์กล่าว                  ปัจจุบัน ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้จัดทำช่องทางสื่อสาร เผยแพร่ข้อมูลข่าวที่ถูกต้อง และรับแจ้งเบาะแสไว้ดังนี้ 1. เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com  2. เฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center 3. ทวิตเตอร์ @AfncThailand  4. ไลน์ทางการ @antifakenewscenter และ 5. สายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   ************************



       “นพวรรณ” โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง เผยผลมอนิเตอร์ข่าวปลอมในรอบสัปดาห์ ข่าวปลอมเรื่องพนักงานไปรษณีย์ไทยรับพัสดุได้รับความสนใจมากสุด ด้านภาพการแพร่กระจายข่าวปลอมลดลงต่อเนื่อง แต่พบข่าวปลอมเกี่ยวกับโควิดเพิ่มขึ้น             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่  10-16 ก.ย. 64 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีข้อความที่เข้ามาทั้งสิ้น 11,682,764 ข้อความ โดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 177 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 99 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด 62 เรื่อง            ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า เห็นแนวโน้มการแพร่กระจายข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือนลดลงต่อเนื่อง ทั้งจำนวนข้อความที่ต้องคัดกรองและจำนวนเรื่องที่เข้าเกณฑ์ตรวจสอบ ขณะเดียวกัน พบว่าข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือนเกี่ยวกับโควิดเริ่มกลับมาครองพื้นที่ข่าวปลอม โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากข้อมูลเชิงลึกประชาชนเริ่มให้ความสนใจข่าวเฟคนิวส์เกี่ยวกับโควิดลดลง            โดยพบว่า ข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1 เรื่องพนักงานไปรษณีย์ จัดส่งพัสดุที่ไม่ระบุชื่อผู้ส่งผู้รับ พร้อมทั้งบังคับรับพัสดุ อันดับ 2 เรื่องถ่ายภาพในสถานีรถไฟหัวลำโพง ต้องมีใบอนุญาตเท่านั้น อันดับที่ 3 เรื่องตำรวจบุกค้นห้องชายวัย 20 ปี โดยไม่ได้แสดงหมายค้น อ้างบ้านอยู่ในระยะวิถีที่ยิงโดนตำรวจ             ขณะที่ จากการประสานงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข่าวที่ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 50 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด และมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบ อีกทั้งสัปดาห์นี้ยังมีการเผยแพร่เกี่ยวกับข่าวบิดเบือนในหมวดหมู่ข่าวภัยพิบัติทั้งพายุโกเซิน และการเตือนน้ำท่วม            “อยากขอความร่วมมือจากประชาชนอย่างต่อเนื่องในการแก้ปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   ___________







icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.