Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา





           นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ตามที่ปรากฏ เว็บไซต์ www.thailandpass.org เป็นเว็บไซต์ของรัฐ เพื่อลงทะเบียนแจ้งการเดินทางเข้าประเทศไทย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ              กรณีที่ปรากฏเว็บไซต์ www.thailandpass.org โดยระบุว่าเป็นระบบลงทะเบียนแจ้งการเดินทางเข้าประเทศไทยนั้น ทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเว็บปลอมที่ไม่ได้มาจากหน่วยงานรัฐแต่อย่างใด โดยเว็บไซต์ Thailand Pass ของจริง ที่ได้มีการเปิดให้ลงทะเบียนเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อทดแทนระบบ COE นั้น คือเว็บไซต์ tp.Consular.go.th ซึ่งเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09.00 น.เป็นต้นมา              กระทรวงการต่างประเทศได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิดเพื่อพัฒนาดูแลความเรียบร้อยของการเปิดใช้งานระบบ โดยในช่วงแรกนี้ได้รับรายงานปัญหาขัดข้องบ้าง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลแก้ไขอย่างใกล้ชิดแล้ว รวมทั้งได้รวบรวมปัญหาและข้อห่วงกังวลต่างๆ ของผู้ใช้งาน เพื่อนํามาปรับปรุงระบบต่อไป โดยจะมีการปรับปรุงเว็บไซต์ Thailand Pass ที่รองรับกับการใช้งานกับโทรศัพท์มือถือ              นอกจากนี้ กรมสารนิเทศและกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศยังได้ประชาสัมพันธ์ถึงขั้นตอน หลักเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับระบบ Thailand Pass ให้กับสาธารณชนทราบมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งทําอินโฟกราฟิก และรวบรวมคําถามที่พบบ่อย (FAQs) เป็นภาษาไทยและอังกฤษ ซึ่งสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ รวมทั้งโซเชียลมีเดียช่องทางต่างๆ ของกระทรวงการต่างประเทศ กรมการกงสุลและเครือข่ายสื่อมวลชน อย่างแพร่หลายอีกด้วย ดังรายละเอียดปรากฏตาม https://www.matichon.co.th/foreign/news_3021396               เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศได้จัดการ แถลงข่าวรอบพิเศษ “Thailand Pass กับการเดินทางเข้าประเทศไทยภายหลังการเปิดประเทศ” (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) โดยมี ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) และนายจาตุรนต์ ไชยะคํา รองอธิบดีกรมการกงสุล เป็นวิทยากร และดําเนินรายการโดย นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ดังรายละเอียดปรากฏตาม https://www.facebook.com/ThaiMFA/videos/600211591016052/               ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจาก กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ สามารถติดตามได้ที่ www.mfa.go.th หรือโทร 02 2035000 ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ******************

           “นพวรรณ” โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง เผยข้อมูลเชิงลึกจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม จับสัญญาณเฟคนิวส์โควิด แพ้ทางประเด็นข่าวการเมือง/เศรษฐกิจ แม้ยังมีการกระจายอยู่บนโซเชียล แต่ประชาชนเริ่มหมดความสนใจ               นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่  29 ต.ค.-4 พ.ย. 64 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม มีข้อความที่เข้ามาทั้งสิ้น 11,707,080 ข้อความ โดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 229 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 122 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด 79 เรื่อง               ทั้งนี้สัดส่วนมากกว่า 50% เป็นข่าวในกลุ่มนโยบายรัฐบาล และตามมาด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ/สินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย กลุ่มเศรษฐกิจ และกลุ่มภัยพิบัติ ตามลำดับ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคสื่อและประชาชนส่วนใหญ่ ที่ให้ความสนใจกับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง นโยบายรัฐ และเศรษฐกิจปากท้อง               โดยข่าวปลอมที่มีคนสนใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ม็อบ 29 ต.ค. 64 ตำรวจจับผู้ชุมนุมไปโรงพัก โดยใช้ความรุนแรงและทรมานร่างกาย อันดับ 2 ถอดวันออกพรรษาจากวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อลดความสำคัญทางพุทธศาสนา และอันดับ 3 ไปรษณีย์ไทย ติดต่อประชาชนผ่านไลน์ Post Family 15 ให้ดาวน์โหลดแอปฯ เพื่อแลกซื้อสินค้าลด 80%                ขณะที่ จากการประสานงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข่าวที่ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 61 เรื่อง โดยหลังการตรวจสอบเป็นข่าวจริงมากกว่า 20 เรื่อง ซึ่งรวมถึงข่าวเปิดลงทะเบียนคนละครึ่ง เฟส 3 อีก 1.1 แสนสิทธิ 1 พ.ย. 64 และข่าวเตรียมเปิด ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ต สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม วันที่ 15 พ.ย. นี้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ใกล้ตัวประชาชน              “ประชาชนเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนสำคัญของความร่วมมือในการแก้ปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87” นางสาวนพวรรณกล่าว   *********************

           เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมด้วย นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ผู้แทนจากสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะครั้งที่ 1/2564 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ทั้งนี้ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานของอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะในช่วงที่ผ่านมา   ******************


           เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีปิดงาน “Seeds for the Future 2021” จัดโดย บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ณ ชั้น 34 อาคารจีทาวเวอร์ พระราม 9  โดยมีนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 15 คน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT), สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมในโครงการ และตลอดหลักสูตรได้มีนักศึกษาจากประเทศอุซเบกิสถาน และเบลารุส เข้าร่วมในชั้นเรียนออนไลน์พร้อมกันเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และวัฒนธรรมระหว่าง 3 ประเทศ             สำหรับเนื้อหาในหลักสูตร เป็นการฝึกอบรมแบบเร่งรัดในระยะเวลา 8 วัน ประกอบด้วยหลักสูตรไอซีทีที่ถ่ายทอดสดมาจากสำนักงานใหญ่ของหัวเว่ยในเซินเจิ้น ประเทศจีน  โครงการนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญของหัวเว่ย  เพื่อการพัฒนาทักษะของนิสิตนักศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานการทำงานทั้งในและต่างประเทศ             ระหว่างพิธีมอบประกาศนียบัตร นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีว่า “หนึ่งในภารกิจหลักของกระทรวงฯ คือการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน และด้วยการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน เราจึงได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลคุณภาพสูงและส่งเสริมการพัฒนาอีโคซิสเต็มดิจิทัลที่ครอบคลุมสำหรับทุกคน” พร้อมเสริมว่า “อย่างไรก็ตาม รากฐานที่สำคัญของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลในปัจจุบัน แท้จริงแล้วคือการพัฒนาบุคลากรไอซีที กระทรวงฯ เชื่อว่าการศึกษาเชิงปฏิบัตินั้นสร้างประโยชน์มากมายแก่ผู้เรียนเมื่อพวกเขาเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน เราจึงพร้อมสนับสนุนโครงการพัฒนาศักยภาพบุคคลอย่าง “Seeds for the Future” นางสาวอัจฉรินทร์กล่าวสรุป   ***********************                

          เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนกระทรวงครั้งที่ 1/2564 ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ประชุมได้พิจารณาทบทวนความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ และแผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาใช้ถ่ายทอดประกอบการจัดทำร่างแผนปฏิบัติราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566 – 2570 ให้มีความสอดคล้องในทิศทางที่เหมาะสม สำหรับแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง อาทิ 1. ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (สศช.) 2. นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ. 2561 – 2580) (แผน DE) 3. แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2563 – 2565 4. แผนปฏิบัติการฯ เพื่อผลักดันการใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5G 5. แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทยระยะ 7 ปี (พ.ศ. 2564 – 2570) และ 6. แผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (พ.ศ. 2564-2565) (อยู่ระหว่างทำกรอบ 2566 -2570) เป็นต้น พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้เตรียมกำหนดการประชุมเพื่อนำเสนอร่างยุทธศาสตร์กระทรวงฯ ซึ่งกำหนดการเบื้องต้นผ่านการประชุมออนไลน์ ภายในวันที่ 25 พ.ย. 64   **********************          


           นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานงานแถลงข่าวประกาศทีมชนะการแข่งขัน Thailand Cyber Top Talent 2021 ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  โดยกระทรวงดิจิทัลฯร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด จัดการแข่งขัน Thailand Cyber Top Talent 2021 เพื่อเป็นเวทีเฟ้นหาคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อต่อยอดการพัฒนาทักษะป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ รองรับเป้าหมายการสร้างกำลังคนไซเบอร์ และแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านนี้ในระยะยาว               สำหรับการแข่งขันดังกล่าว ซึ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจอย่างมากมีผู้สมัครทั้งหมด 204 ทีม จำนวนกว่า 600 คน โดยมีผู้เข้าแข่งขันรอบ Final Round จำนวน 30 ทีม และมีผู้ชนะในระดับต่างๆ 3 ระดับ ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษา หรือ Junior ระดับอุดมศึกษา หรือ Senior และระดับประชาชนทั่วไป (อายุไม่เกิน 30 ปี) หรือ Open โดยเงินรางวัลในการแข่งขันมีมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท พร้อมอุปกรณ์ IT และเกียรติบัตร ซึ่งถือเป็นเงินรางวัลสูงสุดของการแข่งขันทางด้านไซเบอร์ในประเทศไทย อีกทั้ง ผู้ชนะจากเวทีนี้ยังมีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขัน Cyber Sea Games ซึ่งกำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 26 พ.ย. นี้    **********************          


           เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี 2564 ณ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ถนนจักรพงษ์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ในการนี้ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ข้าราชการ พนักงาน และประชาชนเข้าร่วมพิธี โดยยอดเงินที่ถวายผ้าพระกฐินพรระราชทานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปี 2564 มียอดบริจาคทั้งสิ้น 3,862,940.08 บาท (สามล้านแปดแสนหกหมื่นสองพันเก้าร้อยสี่สิบบาทแปดสตางค์) พร้อมกันนี้ประธานในพิธีได้มอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนวัดชนะสงคราม และทุนการศึกษาโรงเรียนปรีย์ติธรรม วัดชนะสงคราม ในครั้งนี้ด้วย   **********************

        “นพวรรณ” โฆษกดีอีเอสฝ่ายการเมือง เปิดผลมอนิเตอร์สถานการณ์ข่าวปลอมรอบสัปดาห์นี้ พบคนไทยสนใจประเด็นเกี่ยวกับการเปิดประเทศ และอี-คอมเมิร์ซ             นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า สรุปผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 5-11 พ.ย. 64 โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม พบว่า 2 ใน 3 ของอันดับข่าวที่ได้รับความสนใจมากสุดประจำสัปดาห์ ได้แก่ ข่าวเว็บไซต์ www.thailandpass.org เป็นเว็บไซต์ของรัฐเพื่อลงทะเบียนแจ้งการเดินทางเข้าประเทศไทย และข่าวรัฐบาลเรียกเก็บภาษี 7% จากผู้ใช้ paypal โดยปิดท้ายด้วยข่าวคำเตือนจากแพทย์ทั่วโลก ห้ามประชาชนฉีดวัคซีนโควิด-19 เพราะจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย            ทั้งนี้ ข้อมูลข้างต้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับกระแสความสนใจของประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน เกี่ยวกับผลตอบรับนโยบายการเปิดประเทศ และพฤติกรรมความนิยมซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทย ที่ล่าสุดมีผลสำรวจการตลาดจากเอเยนซี่ชั้นนำทั้งระดับโลกและของไทย ยกให้นักช้อปชาวไทยนิยมซื้อสินค้าออนไลน์ติดอยู่ใน 3 อันดับแรกของโลก             ขณะที่ ในภาพรวมของการมอนิเตอร์รอบสัปดาห์ พบข้อความที่เข้ามาทั้งสิ้น 11,550,495 ข้อความ โดยจากการคัดกรองมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 213 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ 108 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวเกี่ยวกับโควิด 52 เรื่อง           “สถานการณ์ข่าวปลอมช่วงที่ผ่านมาเริ่มเข้าสู่ภาวะทรงตัว ถือเป็นความสำเร็จระดับหนึ่งในการทำงานของกระทรวงดิจิทัลฯ ที่มุ่งสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องให้กับประชาชนและสังคมรู้เท่าทันข่าวปลอม และเราคาดหวังถึงการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ของทุกภาคส่วนเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาข่าวปลอม และประชาชนก็เป็นภาคส่วนสำคัญของความร่วมมือนี้” นางสาวนพวรรณกล่าว            ทั้งนี้ เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ขอให้ประชาชนตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์@antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   _____________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.