Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

           “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส เปิดงาน Smart Economy Showcase จังหวัดสงขลา ปักธงนำร่องโครงการส่งเสริมพื้นที่ต้นแบบทางเศรษฐกิจ ในเขตกรุงเทพฯ ให้ขยายผลสู่พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ ทั่วประเทศ จับคู่ผู้ประกอบการ-สตาร์ทอัพ เร่งเครื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล สร้างโอกาสทางธุรกิจ เพิ่มศักยภาพแข่งขันยุคนิวนอร์มัล              นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (19 พ.ย. 64) ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ Smart Economy Showcase ในพื้นที่จังหวัดสงขลา เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เป้าหมาย ที่อยู่ในแผนการต่อยอดความสำเร็จการส่งเสริมพื้นที่ต้นแบบทางเศรษฐกิจ ในเขตกรุงเทพมหานคร และขยายผลสู่พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอื่นๆ ของประเทศ               สำหรับงาน Smart Economy Showcase จังหวัดสงขลา มีวัตถุประสงค์ที่จะให้ผู้ประกอบการในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงได้พบปะเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพกว่า 30 รายใน 5 ประเภทเทคโนโลยี ได้แก่ โลจิสติกส์/การจัดส่งสินค้า, ดิจิทัล คอนเทนต์, POS, e-Payment และภาคบริการ               นอกจากนี้ ยังมีบริการให้คำปรึกษากับผู้สนใจ ตลอดจนเจรจาจับคู่ธุรกิจ และร่วมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์คช้อป) เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ จากเจ้าของเทคโนโลยีโดยตรง เพื่อเลือกประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง ก่อนนำไปต่อยอด และสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)               “หนึ่งในพันธกิจสำคัญที่กระทรวงดิจิทัลฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องคือ การขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยมุ่งส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม สังคม ชุมชนในชนบท เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่มีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” นายชัยวุฒิกล่าว                ทั้งนี้ จังหวัดสงขลา ถือเป็นหนึ่งในสามจังหวัดเศรษฐกิจ (จังหวัดอุบลราชธานี สงขลา และพิษณุโลก) ที่ ดีป้า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งรับมอบนโยบายไปขับเคลื่อนพันธกิจสมาร์ทซิตี้  มุ่งหวังที่จะต่อยอดการส่งเสริมพื้นที่ต้นแบบทางเศรษฐกิจ โดยคาดหมายว่างานนี้ จะมีผู้ประกอบการและผู้สนใจเข้าร่วมมากกว่า 500 ราย เกิดการเจรจาจับคู่ธุรกิจมากกว่า 9 ล้านบาท กระตุ้นให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่า 450 ราย   **********************

        นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า ตามที่มีเอกสาร ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง เอกสารหนังสือรับรอง และแสดงการยินยอม เงื่อนไขการรับวัคซีนโควิด 19 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ              กรณีเอกสารรับรอง และแสดงการยินยอม เกี่ยวกับการรับวัคซีนโควิด 19 ซึ่งได้ระบุว่าหากอาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีนหน่วยงานจะชดเชยเป็นเงิน 10 ล้านบาท ด้วยนั้น ทางสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบเอกสารดังกล่าวและชี้แจงว่า เป็นเอกสารปลอม โดยในการเข้ารับการฉีดวัคซีนที่หน่วยบริการต่าง ๆ จะมีแบบคัดกรองสุขภาพว่าสามารถรับการฉีดได้หรือไม่ เช่น โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา ประวัติการได้รับวัคซีน การแพ้วัคซีนหรือส่วนประกอบวัคซีน การติดเชื้อโควิดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ภาวะโรคประจำตัวที่อาการยังไม่คงที่ การตั้งครรภ์การเจ็บป่วย การรับวัคซีนชนิดอื่นๆ ในระยะที่ผ่านมา เป็นต้น รวมทั้งให้คำแนะนำเรื่องประสิทธิผลของวัคซีน การปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันตนเอง อาการที่อาจพบได้และการปฏิบัติตัวหลังการฉีดวัคซีนโควิด 19  และอาการที่ควรไปพบแพทย์ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับทราบข้อมูล เข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนโควิด 19 เพื่อตัดสินใจรับการฉีดวัคซีนก่อนลงนามยินยอมฉีดวัคซีนโควิด 19 และผู้ให้บริการที่หน่วยบริการจะลงนามในแบบฟอร์มด้วย สำหรับกรณีมีอาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีน สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นผ่านโรงพยาบาลสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือ สปสช. เขตพื้นที่ ซึ่งมีคณะอนุกรรมการทั้ง 13 เขตทั่วประเทศดำเนินการพิจารณาเรื่องเงินเยียวยา โดยกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวรไม่เกิน 4 แสนบาท, เสียอวัยวะพิการ ไม่เกิน 240,000 บาท, บาดเจ็บ/เจ็บป่วยต่อเนื่อง ไม่เกิน 1 แสนบาท ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ที่เว็บไซต์ https://www.moph.go.th หรือสอบถาม โทร 02 5901000             ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลฯ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันแก้ไขปัญหาข่าวปลอม เมื่อได้รับข่าวสารข้อมูลผ่านโซเชียล ควรตรวจสอบให้รอบด้าน เลือกเชื่อ เลือกแชร์ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   _____________

         นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง กล่าวว่า  ตามที่มีเพจเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า Www Sso go th ตรวจสอบสถานะสิทธิ์โครงการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานประกันสังคมพบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ             กรณีเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “Www Sso go th ตรวจสอบสถานะสิทธิ์โครงการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 40” ซึ่งให้ประชาชนกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อตรวจสอบสิทธิ์นั้น ทางสำนักงานประกันสังคม ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่ามาตรการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ใน 29 จังหวัดสีแดงเข้ม ที่ให้กลุ่มตกหล่นยื่นแบบคำขอทบทวนสิทธิ์โครงการเยียวยาฯ ได้สิ้นสุดแล้วเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 64 ที่ผ่านมาว่า ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบผลการทบทวนสิทธิ์ทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th โดยสำนักงานประกันสังคม พร้อมเริ่มทยอยโอนเงินเยียวยา ให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 กลุ่มตกหล่น โดยได้เริ่มโอนเงินไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 จะโอนทุกวันพฤหัสบดี และผู้ประกันตนมาตรา 33 จะโอนทุกวันศุกร์ ถึงวันที่ 31 ธ.ค.64 นี้ และสำนักงานประกันสังคมขอย้ำกับผู้ประกันตนที่เข้าเงื่อนไขได้รับสิทธิ์ว่า เงินเยียวยาจะโอนผ่านบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น             สำหรับเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “Www Sso go th ตรวจสอบสถานะสิทธิ์โครงการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 40” เป็นเพจปลอม ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับสำนักงานประกันสังคมแต่อย่างใด จึงขอเตือนไปยังผู้ประกันตนว่า ขณะนี้พบพวกมิจฉาชีพได้จัดทำเพจ facebook ปลอม แอบอ้างชื่อสำนักงานประกันสังคม หลอกขอ ข้อมูลส่วนตัวผู้ประกันตนพร้อมให้โอนเงิน ค่าดำเนินการแล้วจะได้รับเงินเยียวยาดังกล่าว ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายแก่ผู้ที่หลงเชื่อ เสียทั้งทรัพย์สิน และเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จึงขอแจ้งเตือนให้ผู้ประกันตน โปรดระมัดระวังอย่าหลงเชื่อเป็นอันขาด ทั้งนี้หากผู้ประกันตนพบเห็นเพจปลอมหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ที่แอบอ้างชื่อสำนักงานประกันสังคม โปรดแจ้งมายังสำนักงานประกันสังคม หรือหากท่านเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการโอนเงินให้มิจฉาชีพดังกล่าว สามารถแจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานประกันสังคม หากผู้ประกันตนมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามที่สายด่วนสำนักงานประกันสังคม 1506 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง             ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดังนี้ ไลน์ @antifakenewscenter  เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87   _______________


            เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมการหารือระดับสูงด้านการทูตเศรษฐกิจเรื่องการปรับตัวของไทยต่อโครงการรถไฟจีน – ลาว โดยมีนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน ณ โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ในการหารือครั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญผู้แทนระดับสูงทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ซึ่งเป็นการหารือแบบปิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับข้อริเริ่มพหุภาคีด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งกำหนดท่าทีและแนวทางการขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงให้สอดคล้องกับบริบทโลกใหม่ ในการนี้ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ร่วมหารือและแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในเรื่องการขับเคลื่อนวาระเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค ได้แก่ Regional Digital Trade Platform และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E – Commerce) โครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงด้านดิจิทัล และการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล   ***********************          

           “ชัยวุฒิ” รมว.ดีอีเอส ประกาศความร่วมมือ “โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัล (CDA)” ขานรับการทำงานร่วมกับบริษัท ซิสโก้ ซิสเต็มส์ ดึงความเชี่ยวชาญระดับโลกเร่งความเร็วการก้าวสู่เป้าหมายนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ผลักดันประโยชน์เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าถึงทุกภาคส่วนของประเทศ นำร่องปักหมุดเทคโนโลยี 4 ด้านทั้ง สาธารณสุข, 5G สำหรับองค์กร, สมาร์ซิตี้และระบบขนส่ง และไซเบอร์ซีเคียวริตี้               นาย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวในการแถลงประกาศความร่วมมือ “โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัล” หรือ  Cisco’s Country Digital Acceleration (CDA) ร่วมกับ บริษัทซิสโก้ ซีสเต็มส์ ว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลไทย รองรับเป้าหมายเพื่อเร่งการขับเคลื่อนสู่ดิจิทัลในทุกภาคส่วนของประเทศ ตลอดจนกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างขีดความสามารถด้านการแข่งขันของไทยจากการปรับใช้เทคโนโลยีที่สำคัญๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพสินค้า และการสร้างสรรค์นวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมหลักของประเทศ              ทั้งนี้ โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลในประเทศไทย (CDA) จะเริ่มขับเคลื่อนโครงการต่างๆ โดยมุ่งเน้น 4 ด้านหลัก ได้แก่  1.Connected Healthcare มีการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนสุขภาพ เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการให้บริการด้านสาธารณสุขทั่วประเทศ โดยการนำเทคโนโลยีด้านต่างๆ มาช่วยทำให้บริการของโรงพยาบาลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดตอกย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยี เพื่อสร้างความมั่นใจต่อบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพให้เข้าถึงครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม               2.โครงการด้าน 5G สำหรับองค์กร ตอกย้ำการใช้ประโยชน์เครือข่าย 5G ที่สามารถรับส่งข้อมูลจำนวนมากได้รวดเร็วกว่า ช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างลูกค้ากลุ่มต่างๆ รวมไปถึงแอปพลิเคชั่น และเทคโนโลยีทางด้านธุรกิจที่หลากหลาย ซึ่งเป็นการส่งเสริมการให้บริการ predictive แบบเรียลไทม์ และระบบงานอัตโนมัติที่ชาญฉลาดมากขึ้น รวมถึงโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ในภาคธุรกิจที่สำคัญเช่น ภาคการผลิต               3.สมาร์ทซิตี้ และระบบขนส่ง ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชั้นนำที่รองรับโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเมืองอัจฉริยะ หรือสมาร์ทซิตี้ โดยจะมุ่งเน้นในการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบขนส่งภายในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ให้ทันสมัย รวมถึงโครงการเมกะโปรเจกต์สำหรับระบบขนส่งทางอากาศ รถไฟ ทางบก และทางทะเล โดยครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ               และ 4.ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ โดยซิสโก้จะจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในไทย เพื่อยกระดับทักษะของบุคลากรในประเทศ  สถาบันฯ แห่งนี้ มีการควบคุมสภาพแวดล้อมแบบอินเทอร์แอคทีฟ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรไซเบอร์ซีเคียวริตี้สามารถร่วมมือกันที่จะตรวจค้น สืบหา และลดการโจมตีทางไซเบอร์  รวมทั้งการสร้างกรอบความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (Critical National Infrastructure (CNI)) ในประเทศไทย                “เศรษฐกิจของไทยมีบทบาทในการกำหนดทิศทางของภูมิภาคฯ นี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเรามีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน และเรามุ่งเน้นที่จะสร้างความมั่นใจในบทบาทผู้นำอย่างต่อเนื่องแม้หลังการแพร่ระบาดสิ้นสุดลง ด้วยการนำดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้อย่างเต็มที่ โดยทุกภาคส่วนจะร่วมมีบทบาทในการขับเคลื่อนนี้ การทำงานร่วมกับซิสโก้ในโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลประเทศไทย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์อนาคตแห่งดิจิทัลให้เป็นจริง” นายชัยวุฒิกล่าว   **********************

        เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานตามสัญญามอบสิทธิบริหารจัดการดาวเทียมฯ ครั้งที่ 2/2564 ณสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ และกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด(มหาชน) ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งเป็นไปตามมติของคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ และคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่เห็นชอบให้ NT เป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ จนสิ้นสุดอายุทางวิศวกรรมของดาวเทียม หลังจากสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)            ทั้งนี้ การให้ NT ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐเข้ามาบริหารจัดการทรัพย์สินในโครงการนี้ จะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านการสื่อสารโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมมากยิ่งขึ้น ซึ่งดาวเทียมสื่อสารถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ให้บริการสาธารณะ ดังนั้น การให้บริการดาวเทียมสื่อสารจึงเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมสำหรับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และการติดต่อสื่อสาร อีกทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการดาวเทียมของไทย   ________________




รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี (ประจำเดือนตุลาคม ๒๕๖๔)


            เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมเร่งรัดติดตามการป้องกันปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ ณ ห้องประชุม M1 ชั้น 9 พร้อมด้วยนายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงดิจิทัลฯ นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลฯ และนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ โดยมีตัวแทนจากภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ประกอบด้วย ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อหาแนวทางบูรณาการความร่วมมือ และเร่งรัดติดตามดำเนินคดีผู้กระทำผิด ตลอดจนร่วมหารือแนวทางทำงานในมิติการป้องกัน เพื่อคุ้มครองไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงทางออนไลน์ และการหลอกลวงผ่านเอสเอ็มเอสโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งนี้ได้กำชับให้การดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด   ***********************      

           วันนี้ (24 พ.ย 64) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) แถลงข่าวพลิกโฉมโทร 1212 สู่ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ ณ ห้องประชุม ชั้น 15 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วยนายทศพล เพ็งส้ม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงดิจิทัลฯ นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลฯ และนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค และประชาชนผู้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพและกลโกงทางออนไลน์ ให้เข้าถึงกระบวนการช่วยเหลือเยียวยาได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยขยายขอบเขตการรับเรื่องร้องเรียนไปถึงปัญหาอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ปัญหาการฉ้อโกง เว็บไซต์ผิดกฎหมาย และแชร์ลูกโซ่ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ให้มากขึ้น ซึ่งการแถลงข่าวปรับโฉมบริการโทร 1212 OCC สู่ “ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์” มีดาราและ Influencer ชื่อดังมาร่วมงานแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ธันวา สุริยะจักร , ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี, คิง ก่อนบ่าย, เส้นด้าย พิมพ์ลดา เเววไทสง, ไวท์ ศุทธิ เรืองวิทยาโชติ, เบส อนาวิล ชาติทอง, สุระ รพีสิริรัตน์ , เหม่เหม ธัญญวีร์ ชุณหสวัสดิกุล, สิงโต สกลรัตน์ พันเทศ   ***********************


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.